ระทึก! จนท.เข้าเก็บกู้ระเบิด 80 กิโล ซุกในรถขนนมโรงเรียน

คืบหน้ารถขนนมโรงเรียนถูกปล้นที่ จ.ปัตตานี พบทำเป็นคาร์บอมบ์ระเบิดถังแก๊ส 80 กก. ที่ อ.แว้ง นราธิวาส จนท. เก็บกู้ได้

คืบหน้าเหตุระเบิดที่ในเขตเทศบาล อ.แว้ง จ.นราธิวาส และพบรถยนต์ต้องสงสัยจอดห่างจากจุดระเบิด 100 เมตร ใกล้บ้านพักของผู้กำกับการ สภ.แว้ง นั้น เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด เข้าตรวจสอบ พบเป็นรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ตอนเดียว กบ 8028 นราธิวาส ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม และจากการตรวจสอบประวัติรถตรงกับคันเดียวที่คนร้าย 6 คน ปล้นรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ตอนเดียว ดัดแปลงหลังให้เป็นตู้แช่นม ทะเบียนรถ บธ-1426 ปัตตานี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา แต่คนร้ายได้ถอดเอาหลังคารถออกและสวมทะเบียนปลอมจอดติดกับกำแพง ภายในรถพบถังแก๊ส ประกอบระเบิด 80 กิโลกรัม พร้อมด้วยถังน้ำมัน 6 แกลลอน เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ก่อนยิงทำลาย

726215-01

ขณะที่ พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าได้ชี้แจงเหตุคนร้ายปล้นชิงรถส่งนมโรงเรียนจากพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี แล้วนำไปประกอบระเบิดเพื่อก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อเช้านี้ หลังเกิดเหตุทุกหน่วยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา รวมถึงแจ้งให้พี่น้องประชาชนร่วมติดตามในทุกช่องทาง

จนกระทั่งประชาชนแจ้งพบรถยนต์ต้องสงสัยดังกล่าว แก่เจ้าหน้าที่นำไปสู่การยืนยันจากผู้ซึ่งรับผิดชอบในรถคันดังกล่าวว่า ลักษณะรูปพรรณรถดังกล่าว เป็นรถที่ถูกจี้ขโมยไปจริงจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ EOD พบ ระเบิดบรรจุในถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัม น้ำหนักบรรจุในถังแก๊ส ประมาณ 80 กิโลกรัม – ใช้ระบบตั้งเวลา – ถังน้ำมัน จำนวน 6 ถัง ซึ่งทางผู้ก่อเหตุรุนแรงตั้งใจจะให้เกิดการระเบิดและก่อให้เกิดเพลิงไหม้จากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นหูเป็นตาในการป้องกันเหตุดังกล่าว ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่สามารถเก็บกู้ระเบิด ในครั้งนี้ไว้ได้

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วิจารณ์สนั่น! รถนำขบวนเบนซ์หรูรองนายกฯ บีบแตร ชี้หน้าขอทาง

วิจารณ์สนั่น! รถนำขบวนเบนซ์หรูรองนายกฯ บีบแตร ชี้หน้าต่อว่า ประชาชน ตลอดทาง เพื่อให้เปิดช่องทาง

วันนี้ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Anvida Apichari มีมีการโพสต์และข้อความถึงขบวนรถของบุคคลท่านหนึ่ง จนมีการแชร์โพสต์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า 

14095909_1310035182341882_6788566920626378250_n

“เรียกไปปรับทัศนคติด่วน!!! วันนี้บนทางด่วนลงแจ้งวัฒนะ เจอขบวนนำรถBenz S class สีดำ ทะเบียน 3กญ 585 ทีมนำมอเตอรไซ4 คันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ใช้วาจา และ มารยาท ไม่เหมาะสม! ฝนตก รถติดเป็นกิโล ทั้งบีมแตร ชี้หน้า ต่อว่า ประชาชน ตลอดทาง
พี่คะ… ใครๆเค้าก็อยากให้พี่ไปนะ แต่มันติดทั้งถนน ช่วยเปิดตาดูด้วย ทุกคนเค้าพยายามให้พี่ไปก่อน ทั้งๆที่เค้าก็มีกิจธุระรีบกันทุกคน อยากไปเร็วออกตี3 เลยคะ ขอให้นึกถึงประชาชนบ้าง หรือไปประบทัศนคติก่อนแล้วค่อยมาปฏิบัติงานนะ”

14095739_1310035185675215_6887274907099167767_n

ขอบคุณ Anvida Apichari

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ซัมซุงสั่งเรียกคืน Galaxy Note 7 ทั่วโลก หลังมีปัญหาแบตระเบิด!!

Samsung ประกาศเรียกคืนและยุติการจำหน่าย Galaxy Note 7 ทั่วโลก หลังพบปัญหาแบตฯ ระเบิดไปถึง 35 ครั้ง เตรียมเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ผู้ใช้ปัจจุบันเป็นการทดแทน

วันนี้ (2 ก.ย. 59) สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า บริษัทซัมซุงสำนักงานใหญ่ในเกาหลีใต้ ได้มีประกาศเรียกคืนโทรศัพท์มือถือ Galaxy Note 7 ที่จัดจำหน่ายอยู่ทั่วโลก

ซัมซุง, Galaxy Note 7, โน๊ต7, Samsung,
Galaxy Note 7

โดยสาเหตุของการเรียกคืนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ใช้ยูทูบรายหนึ่งในสหรัฐได้โพสต์คลิปวิดีโอ Galaxy Note 7 ที่อยู่ในสภาพไหม้เกรียม ก่อนระบุว่า หลังจากที่ถอดปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ออก ไฟก็เกิดลุกไหม้ที่ตัวโทรศัพท์ทันทีทั้งๆ ที่เขาเพิ่งซื้อมาได้เพียงไม่กี่วัน

ขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดจากแบตเตอรี่ระเบิดดังกล่าว ได้เกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 35 ครั้งทั่วโลก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ทางบริษัทผู้ผลิตจึงได้มีคำสั่งเรียกคืนโทรศัพท์ และระงับการผลิตโทรศัพท์เป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการตรวจสอบความปลอดภัย และสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

ส่วนแนวทางการแก้ไขให้ลูกค้าในเบื้องต้นนั้น ทางซัมซุงเตรียมจะให้เครื่องใหม่เพื่อเป็นการทดแทนในการเรียกคืนโทรศัพท์ดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของประเทศไทยนั้น ได้มีการหยุดส่งมอบไปแล้วก่อนนี้

สำหรับ Galaxy Note 7 เป็นแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่รุ่นล่าสุดของซัมซุง ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติสแกนม่านตา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดหน้าจอได้โดยใช้ดวงตา ก่อนจะทำให้ซัมซุงสามารถกวาดรายได้มียอดจำหน่ายแซงหน้าคู่แข่งหลังเปิดตัว ก่อนจะมาพบกันปัญหาแบตเตอรี่ระเบิดในเวลาต่อมาดังกล่าว