‘ดีแทค’ แจงมีหลักฐานกรณีบิลค่าโทรศัพท์ 4 แสน มีการเปิดใช้งานจริง

‘ดีแทค’ แจงมีหักฐาน กรณีลูกค้าอ้างทำงานที่ฟิลิปปินส์ ไม่เคยเปิดเบอร์ แต่มียอดเรียกชำระค่าบริการกว่า 4 แสนบาท

วันที่ 2 ก.ย.2559 ตามที่สำนักงาน กสทช.รายงานว่า มีลูกค้ามาร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีไปทำงานอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ อ้าว่าไม่เคยเปิดเบอร์กับบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด และช่วงเวลาที่มีค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ฟิลิปปินส์ แต่มีการค้างชำระค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทเป็นจำนวนเงินกว่า 4 แสนบาท โดยร้องเรียนให้สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหมายเลขดังกล่าว

512822

บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัดขอชี้แจงตามรายละเอียดดังนี้

1.กรณีที่ลูกค้าอ้างว่าไม่เคยจดทะเบียนเปิดเบอร์กับ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด นั้น บริษัทฯ พบว่า มีหลักฐานยืนยันว่าลูกค้ามาจดทะเบียนจริง ทั้ง 2 เลขหมาย คือ 094-994-5529 และ 094-994-5592 โดยใช้หลักฐานเป็นบัตรประชาชนในการจดทะเบียน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ที่สำนักงานดีแทค เดอะมอลล์ บางกะปิ เจ้าหน้าที่ดีแทคได้ทำการจดทะเบียนถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนของบริษัทฯ โดยขอยืนยันว่า ผู้มาเปิดใช้บริการได้นำบัตรประชาชนตัวจริงมายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอจดทะเบียนเบอร์ดังกล่าว

2.สำหรับค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บตามที่กล่าวอ้างนั้น จากการตรวจสอบบันทึกการใช้งานทั้ง 2 เลขหมาย ซึ่งลูกค้าเป็นผู้จดทะเบียนเปิดบริการนั้นพบว่าเป็นค่าใช้จ่ายจากการใช้งานบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) ในประเทศฟิลิปปินส์ และการติดต่อกลับมาประเทศไทย โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนในการใช้งานที่เกิดขึ้นตามหลักฐานเจ้าของหมายเลขตามปกติ

ทั้งนี้ในขณะที่ลูกค้ากำลังมีการใช้งานโรมมิ่งนั้น บริษัทฯ ตรวจพบในชั้นแรกว่ามีค่าบริการที่สูงเกิดขึ้นจากการใช้งานทั้ง 2 เลขหมายประมาณ 40,000 บาท บริษัทฯ จึงได้ติดต่อแจ้งเตือนไปยังลูกค้าเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับอัตราค่าบริการ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ หากบริษัทฯ พบว่ามีการใช้งานและมีค่าใช้จ่ายที่สูงต่อเนื่อง แต่ลูกค้ายืนยันที่จะขอใช้บริการโรมมิ่งต่อไป โดยไม่ต้องการให้บริษัทฯ ทำการระงับบริการ โดยลูกค้าแจ้งว่าอยู่ต่างประเทศและรับทราบค่าบริการและค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะจำเป็นต้องใช้งาน

3.ลูกค้าได้มีการใช้งานต่อเนื่องและรับทราบวิธีการเปิด-ปิด ระงับสัญญาณโรมมิ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านมือถือที่ใช้งาน โดยลูกค้ามีพฤติกรรมเปิด-ปิดระงับสัญญาณโรมมิ่งด้วยตนเองอีกหลายครั้ง และมีการใช้งานเลขหมายดังกล่าว จนมีค่าบริการเพิ่มถึงประมาณ 4 แสนบาท บริษัทฯ จึงทำการระงับบริการ ต่อมาลูกค้าได้ติดต่อมาแจ้งว่า จะขอชำระค่าบริการทั้งหมดในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

4.อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ ซึ่งลูกค้าได้ปฏิเสธการชำระหนี้มาโดยตลอด บริษัทฯ จึงดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 และศาลได้กำหนดนัดวันสืบพยานในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยินดีและพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับทางสำนักงาน กสทช.จากกรณีดังกล่าว ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้อง และหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

นักข่าวดังรุดช่วยพระป่า หลังถูกจับสึก-ติดคุกไม่เป็นธรรม จากการรักษาป่า

นักข่าวดัง โพสต์ร้องช่วยพระป่าถูกจับสึกดำเนินคดีไม่เป็นธรรม หลังถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลกลั่นแกล้งอยากได้ไม้ใหญ่ที่พระป่าดูแลอยู่

นายจาตุรงค์ สุขเอียด นักข่าวชื่อดังทางช่อง 3 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “จตุรงค์ สุขเอียด” เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ในป่า หรือที่เรียกว่า พระป่า หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับสึก และสั่งดำเนินคดี จากการที่ช่วยเหลือปกปักษ์รักษาผืนป่าในพื้นที่ที่จำพรรษาอยู่

จาตุรงค์ สุขเอียด, พระป่า, ไม้ยาง
จาตุรงค์ สุขเอียด

โดยนักข่าวคนดังได้ระบุข้อความว่า พระสงฆ์ โดยเฉพาะพระป่า ก็อยู่ยากขึ้น เมื่อวานจึงได้รับแจ้ง พระถูกจับขัง ตำรวจวิสาสะ ถอดจีวรเอาเอง ทั้งความไม่ปรากฎชัดแจ้ง…..”อยากให้พระผู้ใหญ่เห็นนะครับว่าเราทำอย่างไรขอส่งข้อความนี้หาพระผู้ใหญ่หน่อยครับวันนี้ต้องเดินทางไปช่วยพระ#ช่วยด้วยพระถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพลถูกกล่าวหา ถูกดำเนินคดีตามคำสั่งศาลตอนนี้อยู่ห้องขังถูกจับถอดผ้าเหลืองอย่างไม่เป็นธรรม

ต้นยางเป็นพันต้นผลประโยชน์มหาศาล ใครอยู่เบื้องหลังใครบงการใครได้ประโยชน์ไม่อยากคิดแต่ที่แน่ๆพระสงฆ์ถูกผลกระทบจากผู้มีอิทธิพล มีทั้งจ้างให้ออกจากป่าให้เงินล่อใจเป็นหมื่นแสนล้านสุดท้ายพระไม่ยอมก็ยัดข้อหา เอาพระดำเนินคดีถึงขั้นติดคุกต้องสึกจากเพศสมณะ ดูมันทำกับพระในพุทธศาสนานะคนไทยทั้งหลายเอ่ย..!!!?

จาตุรงค์ สุขเอียด, พระป่า, ไม้ยาง

( วอนผู้ใจบุญ มีผู้มีความเป็นธรรมช่วยเหลือด่วน )

<<<<<<<<<<<<>>>>>>>>>>>>>
ค่าเช่าหลักทรัพย์ 20,000 บาท ( สองหมื่นบาทถ้วน )
ค่าประกัน 200,000 บาท ( สองแสนบาทถ้วน )
ศรัทธาผู้ประสงค์ทำบุญช่วยปลดปล่อยพระสงฆ์ออกจากห้องขังโอนเงินเข้าบัญชีนี้ได้เลย
กรุณาแจ้งชื่อและจำนวนเงินด้วยเพื่อจะได้อนุโมทนา
<<<<<<<>>>>>>>>>

พระฐาปนพงศ์ พรหมสวัสดิ
========================
พระโย กัณหาเวียง
พรรษา 5
อยู่ สำนักสงฆ์ ป่าข่า ดงสามกวาง.
ตอนนี้ผม โดนจับ เขาบอก คดีฉ้อโกง
งานผม ตัดเถาวัลย์ ช่วยต้นไม้รักษาป่า เพาะกล้าไม้
อาตมา. มาอยู่รักษา ป่าปี54 ป่านี้ เป็นว่างปล่า. มีต้นไม้เยอะมาก. ผู้มีอิทธิพล ต้องการ.
ตอนแรก เขา จ้างให้ ออก 200,000.
เพิ่ม อีก500,000. ผมไม่ออก.
ต่อก็ ทำร้าย. สารพัด. ครับ
เขาทำแม้แต่กระทั่งวางยาเบื่อหมาแม่ลูกอ่อนจนตาย ลูกหมาต้อง กำพร้าแม่ มีแม่แมวเป็นแม่เลี้ยง…???
งานบวชต้นไม้ วันที่17 ที่ผ่านมาโดย สภาเครือข่าย ภาคประชาชน และทสม ครับ
ประธาน โดนแจ้งข้อหา. รับสินบน ผมโดนฉ้อโกง พร้อมกัน
เหตุมันเกิดจากป่ายางนาแดงที่เปนจิ้กซอว์ต่อกัน
เหมือนทำตามใบสั่ง
กำนันผู้ใหญ่ บ้านร่วมมือกับ นายทุน ขายที่ดิน และป่า
วันๆ ผมดูแลแต่ป่า. เพาะกล้าไม้ปลูกต้นไม้ ไม่ค่อยออกไปใหน. ผมพระรักป่า
ผม ไม่เคยสร้างความเดือนร้อนให้ ชาวบ้าน. รึใคร. ใน. สำนักสงฆ์ ดงสามกวาง ไม่เคยเรี่ยไร. ชาวบ้าน ไม่เคย เสกน้ำมนต์ พุ้นคาถา. รึทำสิ่งที่ไม่ควร.

พระโย ขอความ กรุณา ช่วย ด้วยนะครับ ผม ยังสู้อยู่ และต่อไป ครับ”.
—————————–0————————-

// คนตัดไม้คงเข้าใจว่า ไม้ในป่าเสมือนปลาในทะเล ไม่ต้องเลี้ยง ใครต่อเรือเล็กใหญ่ได้ ก็จับได้ จับเอา มันไม่ใช่เลย เพราะป่า เราใช้กรองอากาศมาหายใจร่วมกัน ใช้กรองมลพิษมาสูดดมเข้าไปด้วยกัน กรองความร้อนเป็นความเย็น ใช้สร้างน้ำมาดื่ม มากินใช้กัน ใช้สร้างปลา สร้างพืช และผัก ผลไม้มากินดำรงค์ชีวิตกัน เข้าใจบ้างไหม พวกตัดไม้ ว่า

ไม้ในป่า ไม่เหมือนนาข้าว ที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยว ไม่เหมือนไร่ข้าวโพด และมันสัมปหลัง อ้อ พืช เป็นที่สร้างอาหาร สร้างสิ่งมีชีวิต เป็นบุพการีมนุษย์ และสรรพสิ่งในการดำรงค์ชีวิต ส่วนเงินเป็นเบี้ย กินเข้าไปไม่ได้ มันไม่ย่อย…แล้วโลงก็ทำจากไม้นะ ใช่แค่นิดเดียวเอง…ขอสาปพวกตัดไม้ป่าขายกิน

ข้อมูลจาก จตุรงค์ สุขเอียด

ตำรวจสงสัยปมเด็กม้งกำพร้าฆ่าตัวตาย ขุดศพพิสูจน์! อายัดเงินบริจาคกว่า 7 แสนบาท

โอละพ่อ! ตำรวจสุโขทัยสงสัยปมเด็กม้งกำพร้าฆ่าตัวตายขอขุดศพพิสูจน์ พร้อมอายัดเงินบริจาคกว่า 7 แสนบาท

จากกรณีข่าวเรื่องราวชะตาชีวิตลำเค็ญของเด็กชาวเขาเผ่าม้ง 6 คน อยู่ที่บ้านสะพานยาว หมู่ 10 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตหมดและได้อาศัยอยู่กับ นายตั่ว แซ่ว่าง อายุ 35 ปี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ต่อมา นายพิภพ อายุ 18 ปี ทนแบกรับภาระเลี้ยงดูน้องไม่ไหว แอบไปกินยาฆ่าแมลง ฆ่าตัวตาย ในป่า ทิ้งให้น้องเผชิญชะตากรรมตามที่เป็นข่าว จนมีคนใจบุญโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชี นายตั่ว ซึ่งกลายมาเป็นผู้ปกครองเด็ก ๆ จำนวนกว่า 7 แสนบาทแล้วนั้น

726074-07

ล่าสุด พ.ต.อ.สมศักดิ์ หฤรักษ์ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.สามารถ พึ่งไพศาล รองสว.(สอบสวน) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ประสานหน่วยกู้ภัยเดินทางเข้าจุดฝังศพ นายพิภพ ที่หมู่ 10 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อขุดขึ้นมาส่งพิสูจน์อย่างละเอียด เนื่องจากพบเบาะแสสำคัญหลายอย่างที่อาจเชื่อได้ว่าการตายดังกล่าวไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตาย แต่อาจเป็นการฆาตกรรมอำพรางโดยตำรวจสืบทราบว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนในหมู่บ้านเดียวกันมาก่อน และลักษณะการเสียชีวิตมีพิรุธหลายอย่าง คาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3

สำหรับบัญชีเงินฝากของ นายตั่ว แซ่ว่าง อายุ 35 ปี ที่ตอนนี้รับภาระเลี้ยงดูน้องของ นายพิภพ จำนวน 5 คน มียอดเงินบริจาค แล้วกว่า 7 แสนบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขออายัดไว้ไม่ให้มีการเบิกถอนมาใช้จ่ายจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดในทางสืบสวนสอบสวนจะกระจ่างชัดต่อไป

726074-01

726074-02

726074-03

726074-04

726074-05

726074-06

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN