ผงะ! พบศพสองแม่ลูกเสียชีวิตคาเก๋ง ที่ จ.สุราษฎร์ฯ

พบศพสองแม่ลูก เสียชีวิตในรถเก๋ง ย่านชุมชนสถานนีรถไฟบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ตร.ส่งชันสูตรสาเหตุการตาย

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธา เข้าตรวจสอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน กร 9836 สุราษฎร์ธานี ซึ่งจอดอยู่หน้าสถานีรถไฟบ้านนาสาร โดยรถคันดังกล่าวไม่ได้ล็อคประตู ภายในพบผู้เสียชีวิต 2 ราย สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ทราบชื่อคือ น.ส.อภิลภัฎฐ์ รักษายศ อายุ 39 ปี

726019-01

โดยสภาพศพนอนตะแคงขวาที่เบาะคนขับ ที่ปรับเอนนอน ส่วนที่นั่งด้านข้างคนขับพบศพ นางผึ้ง รักษายศ อายุ 75 ปี นอนบนเบาะที่ปรับเอน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ภายในรถยังพบถุงยาและซองยาหลายชนิด เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้ตรวจสอบ พร้อมเก็บหลักฐานภายในรถ และโดยรอบที่เกิดเหตุ ไม่พบรอยเลือดหรือร่องรอยต่อสู้

จากการสอบสวนญาติที่อยู่ในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่า ทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกัน ทางญาติได้แจ้งความคนหายและประกาศตามหาทั้งคู่ไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี หลังจากที่ทั้งสองคนได้หายออกจากบ้านพักในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี คืนวันที่ 29 ส.ค. 2559 จนมาพบกลายเป็นศพดังกล่าว ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากที่ น.ส.อภิลภัฎฐ์ มีความเครียดส่วนตัวที่จะต้องทำงานหาเงินคนเดียว หรืออาจจะเครียดเรื่องที่มารดาป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มานาน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ล่าระทึก! หลวงพี่ซิ่งเก๋งหนีตำรวจ แหกโค้ง ผงะค้นรถเจอยาบ้า

หลวงพี่ซิ่งเก๋งหนีตำรวจ แหกโค้ง ผงะค้นรถเจอยาบ้า ที่บริเวณใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี

วันที่ 1 ก.ย. มีรายงานว่า ตำรวจ จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรี สืบทราบว่าจะมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดง หมายเลขทะเบียน กค 9316 ภูเก็ต จะนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้า ที่บริเวณใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางกำลังตามจุดที่ได้รับแจ้ง

1472724530_201609011632491-20041019185642

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถเป้าหมายคันดังกล่าววิ่งมาตาม ถนนสุวินทวงศ์ หมู่ที่ 1 ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี ใกล้สามแยกไฟแดงศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแสดงตัว เพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าคนขับรถคันดังกล่าวจึงซิ่งรถหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนไปถึงบริเวณสามแยกไฟแดง

ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้แหกโค้งไปชนเสาหลักกิโลเมตรที่ ปจ 3008 ที่อยู่บนเกาะกลางถนน จนเสาหลักกระเด็นข้ามฝากไปหล่นใส่ทะลุกระจกหน้ารถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 5041 ปราจีนบุรี ของนายสันติ ร่วมพงศ์ อายุ 26 ปี  ซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ โดยรถโตโยต้าสีแดง ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับต่อไปได้ จอดอยู่กลางถนน

เบื้องต้นพบว่าคนขับ คือพระอธิป หรือนายอธิป พาสี อายุ 40 ปี พระลูกวัดสันทรีย์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จากการตรวจค้นภายในรถบริเวณเบาะที่นั่ง เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 10 เม็ด พร้อมเหล้าขาวบรรจุอยู่ในขวดน้ำ จำนวน 1 ขวด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวพระอธิปไปขยายผลยังวัดสันทรีย์ หมู่ที่ 9 ต.วัดโบสถ์ อ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมทำการจับสึก

จากการตรวจค้นภายในกุฏิ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อสอบถามผู้ต้องหา จึงทราบว่า ถูกเจ้าอาวาสไล่ออกจากวัดและไปอาศัยบ้านพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการตรวจค้นหายาเสพติดต่อไป

ขอบคุณ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อึ้ง! กองขยะ 4หมื่นตันบน ‘เกาะเต่า’ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

ชาวบ้านครวญ กองขยะ 4 หมื่นตันบน ‘เกาะเต่า’ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวเร่งแก้ไข

วันนี้ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชน บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าปัจจุบันกองขยะหลายหนื่นตัน ที่ไม่มีการกำจัดได้ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายส่งกลิ่นไปทั่ว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบริเวณเตาเฝาของโรงงานกำจัดขยะมูลฝอย ของเทศบาลตำบลเกาะเต่า ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

aaq2

พบว่าปัจจุบันเตาเผาดังกล่าวไม่สามารถเดินเครื่องเพื่อเผาขยะได้ และมีกองขยะที่รอกำจัดจำนวนมากจนล้นทะลักจากภายในเตาเผาขยะทะลักออกมาถึงด้านนอกกระจายไปทั่วถนนทั้ง 2 ข้างทาง พบว่ามีปริมาณขยะที่รอกำจัด อยู่กว่า 45,000 ตัน กำลังส่งกลิ่มเหม็นตลบอบอวน และส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วเกาะเต่า ซึ่งกลิ่นขยะได้สร้างมลภาวะทางอากาศรบกวนนักท่องเที่ยวที่พักในบริเวรบังกะโลและโรงแรม บนเกาะเต่าเป็นอย่างมาก “ขณะเดียวกันยังมีขยะที่ที่ประชาชน นำมาทิ้งเพิ่มมากขึ้นกว่าวันละ 30-40 ตันต่อวัน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีแรงงานชาวเมียนมาร์ ชายหญิง กว่า 10 คน ที่เป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมากำจัดขยะ ที่มารับเหมาช่วงกำจัดขยะต่อจากเทศบาลตำบลเกาะเต่า ได้เดินทางมาพบผู้สื่อข่าวที่กำลังรายงานข่าว โดยกลุ่มแรงงานพนักงานชาวเมียนมาร์ ลูกจ้างของบริษัทรับเหมากำจัดขยะจากเทศบาลตจำบลเกาะเต่า

โดยนางยี ชาวเมียนมาร์ ลูกจ้างในโรงงานเก็บขยะมูลฝอย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า บริษัทรับเหมากำจัดขยะได้ทิ้งงานหนีไปแล้ว หลังจากที่ทางบริษัทรับเหมากำจัดขยะไม่ได้รับเงินจากเทศบาลตำบลเกาะเต่า และทางผู้รับเหมาไม่มีเงินจ่ายค่าแรงให้กับคนงานชาวเมียนมาร์ ลูกจ้างกว่า10 คน มากว่า 2-3 เดือนแล้ว ตอนนี้คนงานกำลังเดือดร้อนหนัก เนื่องจากไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว และเงินที่เก็บสะสมไว้ก็หร่อยหรอใช้จ่ายไปหมดแล้ว จึงอยากให้ผู้รับเหมานำเงินมาจ่าย ให้ด้วย

ขณะที่ชาวบ้านหญิงรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขยะมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ประกอบการ ยังนำขยะมาทิ้งที่กองขยะเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ขยะเก่าก็ยังไม่มีการกำจัดแต่อย่างใด และกลิ่นขยะได้กระจายกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วเกาะเต่า ทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และสิ่งแวดล้อม และชาวบ้านบางคนยังมีผื่นแดงผื่นคันตามร่างกาย

บางรายเป็นโรคทางเดินหายใจ หืดหอบ ต้องไปหาหมอ และในตอนนี้ประชาชนบนเกาะเต่าเองเริ่มหวาดระแวง หวั่นเกรงว่าจะเกิดเชื่อโรคร้าย ที่ติดมากับขยะ และจะกระทบการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในการดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก เกรงว่าการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าจะเสียหาย ชาวบ้านกล่าว

ทั้งนี้ นายอวยชัย ศรีทอง ปลัดเทศบาลตำบลเกาะเต่า เปิดเผยทางโทรศัพท์ กับผู้สื่อข่าวว่า บริษัทรับเหมากำจัดขยะบนเกาะเต่าได้หมดสัญญาลง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเทศบาลตำบลเกาะเต่ามีการประชุมทั้งนี้เทศบาลตำบลเกาะเต่าจะไม่ต่อสัญญากับบริษัทที่จัดเก็บขยะบนเกาะเต่า เนื่องจากบริษัทรับเหมาไม่ปฎิบัติตามสัญญาและไม่ดำเนินการกำจัดเก็บขยะหรือทำลายขยะตามสัญญาว่าจ้าง ขณะเดียวกันทางเทศบาลตำบลเกาะเต่าได้เตรียมตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ 6 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาจัดจ้างทำการแก้ปัญหาขยะต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 45 จะลงพื้นที่เกาะเต่าเพื่อร่วมกับเทศบาลตำบลเกาะเต่า แก้ปัญหาขยะดังกล่าว

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News