แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง ท่วมสิงห์บุรีกระทบ 2 อำเภอ ระดับน้ำสูง 50 ซม.

แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง ท่วมสิงห์บุรีกระทบ 2 อำเภอแล้ว ระดับน้ำสูง 50 ซม. หากชลประทานปล่อยน้ำ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วิกฤติแน่

นายอดิศักดิ์ ไพบูลย์ศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ 2 ตำบล ใน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี คือ ต.ชีน้ำร้าย และ ท่างาม ล่าสุดยังอยู่ในภาวะทรงตัว วัดระดับสูงสุดอยู่ที่ 50 เซนติเมตร

731815-01

ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 65 หลัง เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของ อ.เมือง ปัจจุบันเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วม ต.บางกระบือ สูงประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสำรวจความเสียหายได้ สำหรับสาเหตุที่ 2 อำเภอ ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมมาจากปัจจัย 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.การที่เขื่อนเจ้าพระยา ปล่อยน้ำในอัตรา 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 2.มวลน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรัง 3.มวลน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก และ 4.ปริมาณฝนที่ตกในจังหวัด

ทั้งนี้ แม้ว่าจะเริ่มมีน้ำปริ่มตลิ่งในบางจุด แต่ยังอยู่ในภาวะที่สามารถรับได้ เนื่องจากภายใน อ.เมือง จะเข้าสู่วิกฤติจริง ๆ ในช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูท่าทีจากสถานีวัดน้ำจุด C2 นครสวรรค์ ว่าจะมีการระบายน้ำออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยหากลดระดับการปล่อยลงก็จะช่วยให้น้ำลดจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว แต่หากเพิ่มปริมาณขึ้นจะทำให้มีน้ำท่วมต่อไป

ที่มา  INN

MThai News

เกิดเหตุเพลิงไหม้-อาคารถล่มตลาดสดเชียงยืน เสียหายกว่า 45 ล้าน

เกิดเหตุ เพลิงไหม้-อาคาร 11 คูหาถล่มที่ตลาดสดเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมง เบื้องต้นพบเสียหายกว่า 45 ล้าน

เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเชียงยืนใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าเคลียร์พื้นที่ ซึ่งเต็มไปด้วยโครงสร้างเหล็กของอาคาร และเศษวัสดุ ภายในตลาดสดเทศบาลตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้และมีเสียงคล้ายระเบิด ทำให้อาคาร 11 คูหาทรุดตัวและพังถล่มเมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (25 ก.ย.) ซึ่งหนึ่งในอาคารที่ได้รับความเสียหายใช้เป็นสถานที่เก็บดอกไม้ไฟ ประทัด และพลุ เพื่อขายในช่วงเทศกาลออกพรรษา

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในรัศมี 500 เมตร จากตึกถล่มทยอยไปลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือ เนื่องจากแผงค้าได้รับความเสียหายจนไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ ซึ่งเทศบาลเตรียมจัดสรรแผงค้าตลาดสดแห่งที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันให้สามารถค้าขายได้ชั่วคราว

ส่วนการตรวจสอบของอำเภอเชียงยืน เบื้องต้นพบว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายนปีนี้ ไม่พบว่า มีผู้ประกอบการขออนุญาตจำหน่ายพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ซึ่งหากไม่ได้ยื่นขออนุญาตจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งมีโทษจำคุก 1 เดือนปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

66

สำหรับเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าของกิจการ คาดว่า ต้นเพลิงอาจมาจากห้องคอมพิวเตอร์เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนจะเกิดประกายไฟลุกไม้จนไม่สามารถควบคุมได้ เบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท

MThai News

คลิปนาทีระทึก!! ตำรวจ ปส.บุกทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในระยอง

คลิปนาทีระทึก!! ตำรวจ ปส.บุกทลายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในระยอง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สวนได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชื่อนายอ้น หรือพิสุทธิ์ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ อ.แกลง จว.ระยอง และจังหวัดในเขตภาคตะวันออก โดยนายอ้นจะใช้อู่ซ่อมรถยนต์ของตนเองซึ่งตั้งอยู่ริมถนนบ้านบึง–แกลง ต.ทางเกวียน อ.แกลง จังหวัดระยองเป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวในพื้นที่ เพื่อติดตามพฤติการณ์จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มของนายอ้น มีนายแก่น นายช้วน และนาย เต้อ มักมารวมตัวมั่วสุมกันที่อู่รถเป็นประจำและจะมีรถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่น ขับรถเข้ามาพบกับนายอ้นหรือคนในกลุ่มที่อู่ซ่อมรถแล้วกลับออกไป

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เฝ้าสังเกตดูพฤติการณ์นายอ้น จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะวีโก้หมายเลขทะเบียน กย-8027 ระยองซึ่งมีนายเต้อเป็นคนขับมาพร้อมกับนาย ช้วน นายแก่นนั่งมาด้วย ขับรถเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีนายอ้นยืนคอยบริเวณหน้าห้องพักครู่หนึ่งรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน ณข–6541 กทม.ขับตามมาจอดที่จุดเดียวกัน

จากนั้น นายแก่น ได้เปิดประตูรถและยกกระเป๋าผ้าสีลายมาให้นายอ้นยกเข้าไปเก็บไว้ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้นห้องพักของนายอ้นมีท่าทางพิรุธ และรับสารภาพว่าตนเองกับพวกได้ร่วมกันนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ที่ห้องพักจำนวนมากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงควบคุมตัวไว้เบื้องต้น

99

จากการสอบสวนนายอ้นให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันพวกโดยแบ่งหน้าที่กันลำเลียงยาเสพติดของกลางทั้งหมดมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่ห้องพักของนายอ้น เพื่อรอจำหน่ายให้แก่ลูกค้า โดยจะนำเอาไปวางไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ หรือเอาไปให้คนที่จะมาเอายาเสพติดที่ไปรับมาต่อเท่านั้น ซึ่งตนไปรับยาเสพติดแถวบางนา –แบริ่ง

โดยก่อนจะออกจากจว.ระยองจะมีคนโทรมาบอกสถานที่ก่อนและจะทำตามคำสั่งโดยจะมีพวกเป็นคนนำทางขับตามกันไปที่จุดนับรับของเมื่อไปถึง กทม.ก็นำรถไปจอดที่ ซอยแบริ่ง 16 เยื้องๆ กับปั้มน้ำมันแล้วมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ษห -2830 กทม.มีคนขับเป็นชายเพียงคนเดียวขับมาจอดที่ท้ายรถ แล้วมีคนนำยาเสพติดมาใส่ไว้ที่ท้ายรถให้ซึ่งตนเมื่อได้รับยาเสพติดแล้วก็ขับรถนำกลับ จว.ระยอง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ขยายผลจับกุมตัวนายไส เหลา แหล่ง  นายโซ ทา ฮาน ลาย น.ส.เอ หอม  น.ส.มัน แสง อ่อน  ที่บ้านเช่าเลขที่ 70 ซ.ลาซาล 24 ถ.สุขุมวิท 105 แขวง/เขต บางนา กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยของกลางดังกล่าว โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

MThai News