ด่ายับ!! ครูแกล้งเปิดกระโปรงเด็กอนุบาล ลั่น “ไม่ร้องไห้ เราไม่เลิกแกล้ง”

โลกออนไลน์ด่ายับ! ครูสาวแกล้งเปิดกระโปรงเด็กอนุบาล พร้อมแคปชั่นขำ  “แกล้งเด็กคืองานหลักของเรา อุ้ยกางเกงในลายดอกด้วย ไม่ร้องไห้เราไม่เลิกแกล้ง”

วันนี้ (30 ก.ย.59) ดูเหมือนจะเกิดประเด็นดราม่าอีกระลอก เมื่อแฟนเพจ “คำโดนๆ!!กะคนเเรงๆ” ได้โพสต์ภาพครูจากโรงเรียนชื่อดัง แกล้งเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งโดยการเปิดกระโปรงจนเห็นกางเกงใน พร้อมข้อความบรรยายภาพว่า “แกล้งเด็กคืองานหลักของเรา อุ้ยกางเกงในลายดอกด้วย ไม่ร้องไห้เราไม่เลิกแกล้ง” จากการตรวจสอบพบว่า ครูสาวได้โพสต์ภาพตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

14463223_1153318088095497_1352815565799378011_n

14495423_1153318114762161_7900318206743563578_n

14494771_1153318138095492_4577160989611612877_n

14495467_1153318188095487_6186735329573088750_n

14484589_1153318231428816_5836806643108673380_n

14450017_1153318278095478_6389940666745548102_n

หลังเรื่องถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก บ้างก็มองว่าครูอาจต้องการแกล้งเด็กเล่น ขำ ๆ ไม่ได้คิดร้ายอะไร ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม วอนทางโรงเรียนปรับปรุงแก้ไข

11 22

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ “คำโดนๆ!!กะคนเเรงๆ”

ฮือฮา ! ทารกที่มี DNA จากมนุษย์ 3 คน รายแรกของโลก

รายงานฉบับหนึ่งระบุเมื่อวันอังคารว่า มีการให้กำเนิดทารกคนแรกของโลก ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเป็นที่โต้เถียง เนื่องการนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ได้รวม DNA จากคน 3 คน เข้าไปไว้ในตัวอ่อน ทำให้เด็กทารกมีพ่อแม่รวม 3คน ไม่ใช่ 2 คนตามปกติ

รายงานจากนิตยสาร New Scientist ระบุว่า ทารกเพศชายคนดังกล่าวถือกำเนิดเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว โดยมีพ่อแม่เป็นชาวเม็กซิกันและชาวจอร์แดน และเขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี

มารดาของเด็กชายผู้นี้มียีนผิดปกติ ซี่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เรียกว่า กลุ่มอาการลีห์ (Leigh Syndrome) ซึ่งจะก่อให้เกิดความผิดปกติทางประสาทอย่างรุนแรง ง ซึ่งเธอได้ส่งต่อให้กับลูก 2 คนก่อนหน้าของเธอ ที่เสียชีวิตแล้วทั้งคู่จากโรคนี้ นอกจากนี้ เธอยังผ่านการแท้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง

1

หญิงที่นิตยสาร New Scientist ไม่เปิดเผยตัวตน และสามีของเธอ ได้ขอความช่วยเหลือจาก จอห์น จาง แพทย์จากศูนย์เจริญพันธุ์ นิว โฮป ในนครนิวยอร์ก เพื่อให้สามารถมีลูกที่มีพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับพวกเขา โดยไม่สืบทอดโรคดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้อนุมัติวิธีการให้กำเนิดบุตร โดยใช้คน 3 คน ดังนั้น จาง จะต้องไปที่เม็กซิโก ซึ่งเป็นประเทศที่เขาให้สัมภาษณ์กับ New Scientist ว่า ไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้

รายงานยังระบุด้วยว่า วิธีการหนึ่งที่สหราชอาณาจักรให้การอนุมัติก็คือ การปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนระยะแรก แต่คู่สามีภรรยาไม่เห็นด้วยกับวิธีนั้ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการทำลายตัวอ่อน 2 ตัว

เนื่องจากมารดาที่มียีนโรคนี้ในไมโทคอนเดรีย หรือ DNA ที่มีการส่งต่อจากแม่สู่ลูก, จางจึงได้ใช้นิวเคลียสของมารดา ไปผสมกับไมโทคอนเดรียจากไข่ของผู้บริจาค ด้วยเทคนิคที่ชื่อว่า การเจาะย้ายฝากนิวเคลียส

รายงานเผยว่า เขาได้ย้ายนิวเคลียสจากไข่ของแม่คนหนึ่ง เพื่อนำไปใส่ในไข่ของผู้บริจาค ที่ได้ถูกนำนิวเคลียสของตัวเองออกไปแล้ว

ผลก็คือ ไข่ซึ่งมีนิวเคลียสจากแม่คนดังกล่าว รวมถึงไมโทรคอนเดรียจากผู้บริจาค ได้ถูกนำไปปฏิสนธิกับสเปิร์มของผู้เป็นพ่อ

คาดว่า จางและทีมของเขา จะอธิบายวิธีการนี้ในการประชุมของสมาคมแพทย์การเจริญพันธุ์อเมริกัน ที่เมืองซอลต์เลกซิตี้ รัฐยูท่าห์ ในเดือนหน้า

การบรรยายสรุปงานวิจัยชิ้นนี้จะได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Fertility and Sterility แต่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น กล่าวว่า ยังต้องมีการทำความเข้าใจอีกมากเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้

จัสติน เซ็นต์จอห์น ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการศูนย์โรคทางพันธุกรรมของมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงและเพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก เขาคิดว่า โดยธรรมเนียมแล้ว นักวิจัยควรส่งเอกสารต้นฉบับประกอบการพิจารณา แทนที่จะประกาศผลที่ได้เหล่านี้เอง

ความพยายามเหล่านี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยุค 1990 เพื่อให้กำเนิดทารกด้วยการฉีด DNA ไมโทคอนเดรียจากผู้บริจาค เข้าไปในไข่ของมารดา และฉีดสเปิร์มจากสามี เข้าไปเพิ่ม

New Scientist รายงานว่า ทารกบางคนจะพัฒนาพันธุกรรมที่มีความผิดปกติต่างๆ และการใช้เทคนิคนี้จึงถูกห้าม

เดวิด แคลนซี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ กล่าวว่า ปัญหานี้อาจเกิดจากการที่ทารกมีไมโทคอนเดรียจาก 2 แหล่ง

แคลนซียังกล่าวถึงการทดลองในลิง ที่แสดงให้เห็นว่า ไมโทคอนเดรีย DNA ของแม่ สามารถเพิ่มจากระดับต่ำไปยังระดับที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งต่อโรคอีกครั้ง เราจึงต้องมองถึงความเป็นได้ที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ด้วย

รายงานเผยด้วยว่า จางและทีมของเขากล่าวว่า ไมโทคอนเดรียของเด็กชายได้รับการทดสอบและพวกเขาพบการกลายพันธุ์ไม่ถึงร้อยละ 1

จางหวังว่านี่จะเป็นอัตราการเกิดปัญหาต่างๆ ที่ต่ำมาก จนไม่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะโดยทั่วไปไมโทคอนเดรียประมาณร้อยละ 18 จะต้องได้รับผลกระทบ จึงจะทำให้เกิดปัญหาขึ้น

นอกจากนี้ การที่ทารกเป็นเด็กชาย ทำให้ทีมมั่นใจว่า เขาจะไม่ถ่ายทอด DNA ที่อยู่ในไมโทคอนเดรียไปให้ลูกอย่างแน่นอน

แคลนซี กล่าวว่า เรายังคงระมัดระวังเกี่ยวกับเทคนิคนี้ เพราะกำลังมีการรวบรวมข้อมูลใหม่ และงานวิจัย พวกเขาหวังว่าเด็กคนนี้จะเติบโตขึ้น และมีสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต

ขอบคุณรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 

แชร์ว่อน ! ภาพเปรียบเทียบฟุตบาธของรัฐ-เอกชน ร้องรัฐทำให้ดีแบบของเอกชน

แชร์ว่อน ! ชาวเน็ตนำภาพมาเปรียบเทียบฟุตบาธของรัฐกับเอกชน ร้องรัฐทำให้ดี สวย แข็งแรง แบบของเอกชน

วันนี้(30 ก.ย.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ “เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์” ได้เผยภาพฟุตปาธ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง บริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นภาพเปรียบเทียบระหว่างฟุตปาธที่เอกชนทำ และฟุตปาธที่หน่วยงานของรัฐทำ และนำมาซึ่งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพฯ ทำฟุตปาธสวย ๆ แข็งแรงมั่นคง แบบที่เอกชนทำไม่ได้ แถมสถานที่ดังกล่าวยังเป็นใจกลางเมืองหลวงอีกด้วย


ทั้งนี้ ชาวเน็ตบางส่วน เรียกร้องให้ทางกรุงเทพมหานคร สร้างฟุตบาทที่สวยงาม แข็งแรง และทำการจัดระเบียบ ไม่ให้ร้านค้า แผงลอย หรือรถจักรยานยนต์มาวิ่งบนฟุตบาทได้ เพราะประชาชน จะได้เดินบนฟุทบาทอย่างสบาย หายห่วง ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนรถเฉี่ยวชน

MThai News