ประกาศตามหาญาติ สาวนิรนามถูกฆ่าโหด ทิ้งศพหมกป่าริมถนน

ประกาศตามหาญาติ สาวนิรนามถูกฆ่าโหด ทิ้งศพหมกป่าริมถนน  หากใครสงสัยเป็นญาติรุดดูภาพถ่ายและหลักฐานได้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสางคดี

วันที่ 21 ก.ย.59 เวลาประมาณ 08.40 น.  พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำภายในป่าละเมาะ ริมถนนสายยุทธศาสตร์ 331 (โคราช-สัตหีบ) เลยแยกถนนเทศบาล 1 ไปประมาณ 300 เมตร พื้นที่หมู่ 6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เอนก บุตรอินทร์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ประณต เพียรบุพผา สว.สส.นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน , ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 (ชลบุรี) , แพทย์เวร รพ.บางละมุง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสาย 331 เข้าไปในป่าละเมาะประมาณ 5 เมตร พบศพหญิงสาว ไม่ทราบชื่อ นามสกุล และสัญชาติ อายุประมาณ 30 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในสภาพเริ่มขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ ผู้ตายสวมเสื้อยืดสีส้ม ลักษณะถูกถลกขึ้นไปเหนือราวนม สวมเสื้อชั้นในสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมรองเท้า โดยมีเสื้อยืดสีเขียวยี่ห้อ SMOG สีเขียว มัดที่บริเวณศีรษะของผู้ตาย ส่วนที่ลำคอมีร่องรอยคล้ายถูกรัดจนเขียวช้ำ

จากการตรวจสอบตามร่างกาย พบรอยสักรูปปลาคาร์ฟที่น่องขาขวา ส่วนที่บริเวณขาซ้ายเหนือตาตุ่มมีรอยสักอักษรตัว “H” และรอยสักรูปหมีที่เอวด้านซ้าย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน ค้นในตัวไม่พบเอกสาร หรือหลักฐานที่ระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน จึงมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำศพไปเก็บไว้ที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอส่งไปที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ให้แพทย์ชันสูตรสาเหตุการตายรวมถึงตรวจสอบว่ามีร่องรอยการถูกข่มขืนหรือไม่

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบศพผู้ตายเสียชีวิตอย่างมีปริศนาอยู่ในป่าละเมาะริมถนนสาย 331 จึงรุดไปที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณแผ่นหลัง พบว่ามีรอยเขียวช้ำคล้ายเลือดตกลงสู่ที่ต่ำ ขัดแย้งกับตอนพบศพครั้งแรกที่อยู่ในสภาพนอนคว่ำ จึงสันนิษฐานว่า ท่าทางการตายน่าจะนอนหงาย เสียชีวิตมาจากที่อื่นแล้วถูกนำศพมาทิ้ง ส่วนผู้ตายจะเป็นใคร ถูกฆาตกรรมด้วยสาเหตุใด และถูกข่มขืนด้วยหรือไม่นั้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้ หากใครสงสัยว่าจะเป็นญาติ สามารถมาดูภาพถ่ายรูปพรรณ รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่และรอยสักที่อยู่ในตัวของผู้ตายได้ที่ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ และติดตามจับกุมคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่ลงมือฆ่าหญิงสาวรายนี้อย่างโหดเหี้ยมต่อไป

MThai News

สุดรันทด! เด็กเรียนเก่งอาศัยกระต๊อบอยู่ แม่ป่วยท้าวแสนปม ถูกรังเกียจไม่มีใครจ้างงาน

พบนักเรียนหญิง ม.3 เรียนเก่ง อาศัยกระต๊อบอยู่กับแม่ป่วยท้าวแสนปมถูกรังเกียจไม่มีใครจ้างทำงาน

วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 51 หมู่ 3 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีเด็กนักเรียนหญิงอายุ 15ปี เป็นเด็กขยันและผลการเรียนดีมาก อาศัยอยู่ในกระต๊อบกับแม่ที่ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม ซึ่งมีอาชีพรับจ้างเพาะถั่วงอกขายได้ค่าแรงสัปดาห์ละ 500-600 บาท ความเป็นอยู่ยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ น.ส.วิยดา เผือกไร หรือน้องฝน อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกงไกรลาศวิทยา และนางไสว แอบยิ้ม อายุ 57 ปี ผู้เป็นแม่ อาศัยอยู่ร่วมกันในกระต๊อบหลังเล็ก ๆ มุงด้วยหลังคาสังกะสีเก่า ๆ และใช้สแลน ถุงปุ๋ย กับป้ายไวนิลขึงล้อมไว้แทนฝาบ้าน กันฝนไม่ได้ ไม่มีประตู ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ภายในกระต๊อบมีแค่เสื่อปูนอนกับผ้าห่ม มุ้ง และเครื่องครัวเท่านั้น

นางไสว เผยชีวิตรันทดให้ฟังว่า ตนเองป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมาตั้งแต่อายุ 20 ปี และเลิกกับสามีตอนมีลูกอายุได้แค่ 11 เดือน จากนั้นมาก็มุ่งทำงานหาเลี้ยงลูกสาว แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงานด้วย เพราะเขารังเกียจโรคที่เป็น จึงต้องอาศัยทำงานรับจ้างอยู่กับญาติพี่น้องเท่านั้น ถึงมีรายได้เลี้ยงลูกมาจนโตในทุกวันนี้

“ก่อนหน้านี้ฉันทำงานอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ได้ค่าแรงวันละ 100 บาท ทำมานาน 13 ปี จนมีอายุมากแล้วเป็นลมหน้ามืดบ่อย เลยกลับมาอยู่บ้านเกิดที่สุโขทัย ช่วงแรก ๆ ก็อาศัยอยู่บ้านของน้องสาว แต่ด้วยความเกรงใจเพราะน้องสาวก็มีลูก ๆ อีกตั้ง 4 คน เลยตัดสินใจไปปลูกกระต๊อบอยู่ตรงท้ายที่บ้านของน้องสาวแทน”

1

นางไสว เผยอีกว่า ทุกวันนี้ช่วยน้องสาวเพาะถั่วงอกขาย มีรายได้แบ่งกันสัปดาห์ละ 500-600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกไปโรงเรียนวันละ 32 บาท อยากให้ลูกสาวได้เรียนสูง ๆ ตามความตั้งใจของเขา แต่ก็ไม่รู้จะมีปัญญาทำได้แค่ไหน ทั้งนี้ลูกสาวเป็นเด็กดี ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหน ขยันช่วยทำงานบ้าน มีผลการเรียนดี ล่าสุดได้เกรดเฉลี่ย 3.90 และช่วงปิดเทอมนี้ลูกสาวก็อยากหางานทำเพื่อจะมีรายได้เป็นของตัวเอง รวมทั้งไว้เก็บกินใช้แบ่งเบาภาระในบ้านด้วย

“ฉันไม่มีบ้านอาศัย มีแค่เสื้อผ้าที่สวมใส่กับจักรยานเก่าๆ และเงินในบัญชีอีก 1,000 กว่าบาท ฉันอยากมีงานทำ มีรายได้ที่มากกว่านี้ เพื่อส่งเสียให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆ แต่ก็จนปัญญาเพราะไม่มีใครจ้างทำงาน ฉันเดินไปไหนก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ พอนั่งรถโดยสารคนข้าง ๆ เขาก็ขยับหนี” นางไสว กล่าวด้วยน้ำตาคลอ

2

“น้องฝน” เผยว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกระต๊อบกับแม่ แต่เวลามีฝนตกหนักก็จะไปอาศัยหลับนอนที่บ้านน้าสาวใกล้ๆกัน รวมทั้งอาศัยใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วย และมีความตั้งใจอยากเรียนสูงๆ จบปริญญาตรีก็ยังดี จะได้มีงานดี ๆ ทำ มีเงินมาเลี้ยงแม่ ส่วนความฝันสูงสุดนั้นอยากเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ เพราะชอบคอมพิวเตอร์

นายจีระศักดิ์ พวงขจร อาจารย์สอนวิชาภาษาไทย ซึ่งเคยเป็นครูที่ปรึกษาของน้องฝน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า น้องฝนเป็นเด็กเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี และเป็นคนมีจิตอาสาชอบช่วยเหลืองานครู เมื่อกลับบ้านก็ช่วยเหลืองานแม่และน้าที่อาศัยอยู่ด้วยเป็นอย่างดี ตนเองเคยไปเยี่ยมถึงบ้านแล้ว เห็นสภาพความเป็นอยู่ก็สงสาร จึงพยายามหาทุนการศึกษามาช่วยเหลือตามกำลังที่พอจะทำได้

3

สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือน้องฝนและแม่ที่ป่วยโรคท้าวแสนปม โอนเงินได้ที่ธนาคารออมสิน สาขากงไกรลาศ ชื่อนางไสว แอบยิ้ม บัญชีเลขที่ 04-2606-20-011244-9 และส่งสิ่งของจำเป็นบริจาคได้ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 3 ต.ป่าแฝก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 64170หรือโทรสอบถามนางไสว 087-7304507

MThai News

เด็กชายส่งจดหมายถึงโอบามาขอรับเด็กซีเรียโดนบึ้มคนดังเป็นน้อง

เด็กชายชาวอเมริกันส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอรับเด็กชายชาวซีเรีย  ที่เคยปรากฏตัวในภาพไวรัลมาเป็นน้อง

1233333

อเล็กซ์ เด็กชายชาวอเมริกันวัย 6 ขวบ จากรัฐนิวยอร์กของสหรับฯ กำลังอ่านจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐฯ หลังจากที่เห็นภาพของ อ็อมราน แด๊คนีช เด็กชายชาวซีเรียที่ถูกช่วยชีวิตออกมาจากซากตึก และกลายเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก เนื้อความในจดหมายของอเล็กซ์ระบุว่า ขอให้นายโอบามา นำตัวเด็กชายแด๊คนีชมาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขา แด๊คนีชจะกลายเป็นพี่น้องของเขา และเป็นครอบครัวเดียวกันกับเขา และเขาจะแนะนำให้แด๊คนีชรู้จักกับเพื่อนชาวซีเรียที่โรงเรียนของเขาด้วย คลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์แล้วมากกว่า 6 หมื่นครั้งทางเฟซบุ๊ก ด้านประธานาธิบดีโอบามา ได้นำข้อความในจดหมายนี้ไปกล่าวในที่ประชุมสุดยอดว่าด้วยผู้ลี้ภัยระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ว่า พวกเราควรจะเป็นเหมือนอเล็กซ์

ขอบคุณรายการ MONO29