นายกฯ ถก UN ลุยพัฒนายั่งยืน ย้ำไทยมีเลือกตั้งปี 60

นายกรัฐมนตรี ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ลุยพัฒนายั่งยืน เน้นส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นสากล ย้ำไทยมีเลือกตั้งปลายปี 60 ตามโรดแมป เร่งขจัดโกง

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในการเปิดอภิปรายทั่วไป ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ในหัวข้อ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : แรงผลักดันสากลเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเรา” ว่า

นายกฯ ถก UN ลุยพัฒนายั่งยืน ย้ำไทยมีเลือกตั้งปี 60

ประชาคมโลก ได้รับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ร่วมกันเพื่อผลักดันให้การพัฒนาของโลกดำเนินไปอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับ “คน” ทุกกลุ่ม เพิ่มการเข้าถึงโอกาสและความเจริญอย่างเท่าเทียม โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยไทยได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ตั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี

พร้อมนำเป้าหมายเพื่อการพัฒนาดังกล่าวแปลงไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการระดับชาติ พร้อมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงบริการพื้นฐานแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยได้วางโครงสร้างและปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ไทยได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีทิศทางและยั่งยืน ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเน้นส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นสากล พร้อมขจัดปัญหาคอร์รัปชั่น เพื่อให้เอื้อต่อการทำธุรกิจและสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชน เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศ

พล.ต.วีรชน ยัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศ ว่า รัฐบาลได้วางรากฐานเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ประชาชนได้ใช้สิทธิลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญตามวิถีทางประชาธิปไตยแล้ว และกำลังพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆ ให้แล้วเสร็จ นำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปตาม Roadmap ได้ในปลายปี 2560

ซึ่งการออกเสียงลงประชามตินี้ สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตย โดยตระหนักถึงเสียงสะท้อนจากประชาคมระหว่างประเทศ รัฐบาลเข้ามาเพื่อดูแลสถานการณ์ ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและความมั่นคง และเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองดำเนินไปสู่สภาวะปกติสุขแล้ว รัฐบาลก็ผ่อนคลายมาตรการชั่วคราวที่ไม่จำเป็น เช่น การประกาศยกเลิกการนำพลเรือนขึ้น ศาลทหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ข้อมูลข่าวจาก INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

โต้กันว่อน!! หลังเพจดังเตือนระวัง ป้อนอาหารเด็กอ่อนอันตรายถึงชีวิต

โลกออนไลน์ระอุโต้กันว่อน หลังเพจเกี่ยวกับเด็กเดือนอันตราย อย่าป้อนอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมให้ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน เนื่องจากส่งผลทำให้เสียชีวิตได้

วันนี้ (22 ก.ย. 59) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจนกลายเป็นกระแสดรามา เมื่อเพจ “สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ” ซึ่งเป็นเพจที่ให้คำแนะนำในการเลี้ยงเด็กอ่อน ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนให้ผู้ปกครองพ่อ-แม่มือใหม่พึงระวัง หลังจากมีเด็กทารกวัยเพียง 17 วันต้องเสียชีวิตลงเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่พ่อแม่ป้อนข้าวลูกหลังคลอดได้เพียงไม่กี่วัน

ป้อนข้าว, ทารก, สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ซึ่งหลังจากข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้ผู้ปกครองของทารกที่ถูกพาดพิงถึงเกิดความไม่พอใจ และได้โพสต์ข้อความตอบกลับพร้อมพยายามอธิบายว่า ที่ป้อนนั้นไม่ใช่ข้าวแต่เป็นนม และเขากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมฟ้องกลับหมอ ที่เป็นต้นเหตุให้ลูกเขาถึงแก่ความตายอยู่

สำหรับข้อความเตือนจากเพจ “สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ” ได้ระบุว่า #ป้อนอาหารอื่นก่อน 6 เดือนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
.
อายุ 7 วันพ่อแม่ป้อนอาหารตามรูปแล้วมีการโพสต์ภาพลงเฟสบุ๊ค .อายุ 8 วันน้องตัวเหลือง ไป รพ. คุณพ่อเข้าใจผิดว่าหมอเจ้าของไข้จะเลี้ยงไข้ พ่อไม่ยอมจึงพากลับบ้าน อีก 2 วันต่อมา น้องตัวเหลืองเพิ่มขึ้น พากลับไปรพ.อีกครั้ง รพ.บอกว่าอาการหนักแล้วต้องส่งต่อไปรักษาที่รพ.อีกแห่ง สุดท้ายรพ.ที่สองแจ้งว่า น้องอาการหนัก ตัวเหลืองมาก ติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวาย น้ำเหลืองไม่ดี ในที่สุดน้องเสียชีวิต
.
สันนิษฐานว่ากรณีนี้อาจเป็นอีกรายหนึ่งที่ต้องสูญเสียชีวิตจากการเริ่มป้อนอาหารเร็วเกินไป กระเพาะอาหารและลำไส้ของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะย่อยหรือดูดซึมอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม เมื่อลำไส้อักเสบก็เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนเข้ากระแสเลือด จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
.
อย่าเชื่อคำพูดว่า โบราณก็ทำกันมา ไม่เห็นเป็นอะไร หรือ เธอก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้ ยังไม่เห็นเป็นไรเลย เพราะลูกเราอาจโชคร้ายเป็นแบบเคสตัวอย่างหรืออีกหลายๆ เคสที่เป็นข่าวมาเป็นระยะๆ
.
น้องคลอดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 59 เสียชีวิตขณะอายุ 17 วัน ขอให้วิญญาณน้องไปสู่สุคติ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยค่ะ
.
วิธีให้อาหารเสริมตามวัยที่ถูกต้อง อ่านที่ลิ้งค์นี้ค่ะ https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic/photos/a.591395760886575.156913.591075960918555/1558892404136901/?type=3&theater
.
รบกวนแชร์ข้อมูลวิธีการให้อาหารเสริมที่ถูกต้องให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกท่านได้ทราบกันมากๆ จะได้ไม่มีเคสน่าเศร้าแบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ

ขณะที่ข้อความที่พ่อของเด็กคนดังกล่าวได้เขียนตอบโต้ ระบุว่า “ขอโทษนะผมไม่รู้คุณต้องการอะไรคุณรู้เรื่องราวในครอบครัวผมดีหรอคุณมาโพสต์ว่าผมฆ่าลูกตัวเอง มองโลกในแง่ดีบ้าง หมอที่รพ. อื่นเขาตรวจหมดนะ ใช่ว่ากูโง่ สงสัยโทรมาเลย”

อย่างไรก็ดีแม้เหตุการณ์นี้จะเกิดจากสาเหตุใด ทางทีมข่าว MThai ก็ขอแสดงความเสียใจในการสูญเสียในการจากไปของทารกน้อยคนดังกล่าวมา ณ ที่นี้ด้วย และหวังว่าเหตุการณ์สลดนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่มือใหม่พึงระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ติดตามอ่านความเห็นสุดดรามาทั้งหมด ได้ที่นี่ >>>

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จัดการด่วน!! ภาพขยะล้นถนนที่ร้อยเอ็ด

ชาวบ้านจี้ จนท. จัดการ หลังภาพขยะกองโตล้นถนนที่ร้อยเอ็ด แม้รัฐจะทุ่มงบไม่อั้น ให้เทศบาลแก้ปัญหาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

วันนี้ (22 ก.ย. 59) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพจากเพจคุณ “Kanoknapa Erawun” ที่ได้เผยให้เห็นขยะกองโตขนาดมหึมาถูกทิ้งไว้ริมถนนจนล้นกินเลนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเป็นการด่วน

ขยะ, ข่าวจังหวัดร้อยเอ็ด,
ขยะ

โดยผู้โพสต์เผยว่า ทำไปได้เทขยะบนผิวจราจร วิกฤติขยะเมืองร้อยเอ็ดล้นออกถนน ชาวบ้านเดือดร้อนมาก วอนหน่วยงานดูแลด่วน ขยะล้นออกนอกถนนสายร้อยเอ็ด-อำเภอจังหาร สี่แยกบ้านบัว เทขยะบนผิวจราจร จากเดิมที่ขยะกินเลนมอเตอร์ไซค์ แต่ขณะนี้กำลังจะเลยมากินหนึ่งช่องจราจรแล้ว

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองของ จ.ร้อยเอ็ดนั้น เป็นโครงการอันดับตั้นๆ ที่จังหวัดได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล โดยรัฐบาลได้ให้เงินกว่า 200 ล้านบาทในการดำเนินงานมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News