ชื่นชมหนุ่มพิการ หัวใจไม่พิการ คลานไปทำบุญต้นกฐิน

โลกออนไลน์ชื่นชมหนุ่มพิการ แต่หัวใจไม่พิการ หลังเขาคลานไปหน้าร้านค้าเพื่อร่วมทำบุญกับต้นกฐิน

วันนี้ (21 ก.ย. 59) ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจของชายพิการคนหนึ่งที่ใจไม่พิการ คลานไปที่หน้าร้านค้าที่มีต้นกฐินตั้งอยู่ ก่อนจะตะโกนให้คนหยิบไม้ให้เพื่อเสียบเงินทำบุญกับต้นกฐิน

กฐิน, คนพิการ, ทำบุญ

โดยคุณชยาภัทร ลี้เจริญวณิชย์ ผู้เผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจดังกล่าวได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ช่วยกันไลค์และแชร์ !! ความมีน้ำใจของพี่ผู้ชายท่านนี้ ขาพี่เดินไม่ได้ ต้องเคลื่อนคลานไปมา พอคุณพี่ท่านนี้เคลื่อนคลานผ่านหน้าร้านที่มีต้นกฐินตั้งไว้อยู่ พี่ตะโกนเรียก “เอาไม้ให้หน่อย อยากทำบุญ” ผมถึงกับซึ้งกับน้ำใจคน ถึงแม้ร่างกายจะไม่ปกติ แต่จิตใจพี่ดีกว่าหลายๆ คนที่ปกติเสียอีก”

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ชื่นชมความเป็นคนมีน้ำใจจิตใจดีของชายพิการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งอวยพรให้เขาโชคดีเกิดชาติหน้าของให้มีชีวิตที่ดีกว่าชาตินี้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

พ่อแม่โวย ! ครูปล่อยชายแปลกหน้ารับลูกสาวไปข่มขืน

พ่อแม่โวย ! ครูโรงเรียนย่านปทุมธานี ปล่อยชายแปลกหน้ามารับลูกสาวไปข่มขืน เตรียมร้องมูลนิธิปวีณาหงสกุล

วันนี้ (21 ก.ย. 59) มีรายงานว่า นายภูมิ และ นางอ้อม สองสามีภรรยา ชาว จ.ปทุมธานี ร้องเรียนว่า ตนมีบุตรสาวชื่อ น้องลำไย (นามสมมุติ) วัย 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.5 โดยน้องได้เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ไปโรงเรียนตามปกติ ขณะนั้นได้มีชายแปลกหน้าเป็นวัยรุ่นขับจักรยานยนต์มาจอดหน้าโรงเรียนแล้วแจ้งครูว่า จะขอรับเด็กหญิงลำไย พร้อมอ้างผู้ปกครองให้มารับและจะมาส่งคืน

23

ต่อมาตนและภรรยาได้ไปรับลูกที่โรงเรียน และสอบถามครู พร้อมขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งครูประจำชั้นจำได้ว่า ชายคนก่อเหตุเคยเป็นอดีตนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และเรียนจบไปจนมีครอบครัวแล้ว ต่อมาตนจึงแจ้งไปทาง สภ.หนองเสือ ก่อนไปจับกุมตัวชายที่มารับตัวลูกสาวไปได้ที่บ้านพัก ทราบชื่อคือ นายสมชาย อายุ 21 ปี

เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า เกิดอารมณ์จึงมารับเด็กนักเรียนที่ไม่รู้จักกันพาไปข่มขืนในซอยเปลี่ยว บริเวณถนนเลียบคลองสิบสี่ ห่างจากโรงเรียนกว่า 10 กม. หลังข่มขืนเสร็จได้ขู่เด็กว่าหากนำเรื่องไปบอกครูหรือพ่อแม่จะฆ่าให้ตาย จนเด็กกลัวจึงได้โทรศัพท์แจ้งพ่อแม่ให้มารับกลับบ้าน และจะไม่ขอเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกต่อไป

ด้าน สองสามีภรรยา ข้องใจว่า เหตุใดโรงเรียนจึงปล่อยให้นักเรียนไปกับคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่พ่อแม่ และตนกลัวว่าคดีนี้จะมีการวิ่งเต้นช่วยเหลือกัน จึงเตรียมจะไปร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือด้านคดีต่อไป ขณะที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์จากแพทย์ซึ่งจะทราบภายใน 1 เดือน ส่วนผู้ต้องหาฝากขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรี และได้คัดค้านการประตัว พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาในคดีนี้ มีคดีข่มขืน คดีพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครอง และข่มขู่จะทำร้ายด้วยอาวุธ เมื่อพยานหลักฐานครบก็จะส่งฟ้องต่อไป

ที่มา : INN

MThai News

ทดลองวิ่งรถฟรี! เพื่อจัดระเบียบรถตู้โดยสาร

ทดลองวิ่งรถ Shuttle Bus ฟรี!! จากเกาะพหลโยธิน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังชานชาลาที่ 3 ขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต2

คณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะได้ทดลองวิ่งรถ Shuttle Bus ฟรีจากเกาะพหลโยธิน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมายังชานชาลาที่ 3 ขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต2 เพื่อสังเกตความพร้อมด้านการจราจร ก่อนเปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางโดยรถตู้ร่วม บขส.ไปยังจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

โดยเป็นการทดลองตามมาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสาระยะที่ 3 ที่ได้ย้ายรถตู้โดยสารสาธารณะ ออกจากที่จอดรถบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปจอดในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 สถานี ได้แก่ สถานีขนส่งสายใต้(ปิ่นเกล้า) สถานีขนส่งเอกมัย และสถานีขนส่งจตุจักร

hk-n

MThai News