ลุ้นระทึก! จนท.เสี่ยงลุยน้ำป่า เข้ารับเด็กป่วยโรคลมชัก

นาทีชีวิต! อส.เวียงแหง ขับรถเดินลุยน้ำป่าเข้าไปรับผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคลมชัก หลังหมู่บ้านถูกน้ำป่าไหลหลากปิดทางเข้าหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. เจ้าหน้าที่ อส.เวียงแหง ขับรถเดินลุยน้ำป่าเข้าไปรับผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคลมชักเพื่อไปส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย หลังหมู่บ้านถูกน้ำป่าไหลหลากปิดทางเข้าหมู่บ้าน ล่าสุดอาการผู้ป่วยปลอดภัยแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ อส.คนกล้าเปิดเผยรู้สึกดีใจที่ช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยไว้ได้

นี่คือภาพเหตุการณ์ขณะที่ ญาติของเด็กชายสิทธิ์ เลาหมู่ วัย 11 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคลมชักกำลังอุ้มเด็กชายสิทธิ์ ให้กับเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ ที่กำลังเดินลุยข้ามลำห้วยใกล้กับหมู่บ้านที่น้ำป่ากำลังไหลหลากเพื่อนำตัวเด็กชายสิทธิ์ไปส่งโรงพยาบาลเวียงแหง หลังจากเกิดอาการโรคลมชักกำเริบ

ก่อนหน้านี้นายฉัตรชัย สุวรรณวงศ์ นายอำเภอเวียงแหง ได้สั่งการให้ อส.อำเภอเวียงแหง ลงพื้นที่ให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนราษฎรบริเวณบ้านห้วยหก หมู่ที่ 5 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ แต่หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจึงสั่งการให้ อส.เดินทางไปรับตัวผู้ป่วยโรคลมชักที่มีอาการหนัก

ทราบชื่อเด็กชายสิทธิ์ เลาหมู่ อายุ 11 เดือน อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ที่ 6 บ้านสามหมื่น ตำบลเมืองแหง เมื่อเจ้าหน้าที่ถึงลำห้วยแม่หล่ะ พบว่าน้ำในลำห้วยไหลเชี่ยว รถของญาติผู้ป่วยที่มาส่งไม่สามารถขับข้ามลำห้วย นายปฏิคม ตระกูลสำราญ เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเวียงแหง ได้ตัดสินใจเดินลุยน้ำป่าที่กำลังเชี่ยวในลำห้วยแม่หล่ะไปรับตัวเด็กชายสิทธิ์ ก่อนที่จะนำตัวไปส่งโรงพยาบาลและถึงมือแพทย์อย่างทันท่วงที ล่าสุดเด็กชายสิทธิ์อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

ทางด้านนายปฏิคม ตระกูลสำราญ อส.อำเภอเวียงแหง บอกว่า ญาติของเด็กชายสิทธิ์ ได้ขับรถมาจากหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาล 25 กิโลเมตร เมื่อขับมาประมาณ 20 กิโลเมตรพบว่าสะพานข้ามลำห้วยแม่หล่ะ ได้ชำรุดมาหลายปี ประกอบกับมีน้ำป่าไหลหลาก ไม่สามารถขับรถข้ามลำห้วยได้และได้ประสานขอความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนั้นอาการผู้ป่วยค่อนข้างหนัก ตนจึงตัดสินใจข้ามลำห้วยรับตัวผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากที่ทราบข่าวว่าอาการของผู้ป่วยปลอดภัยแล้วตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เป็นเรื่อง MV เที่ยวไทย ส่อโดนแบน เหตุใช้ ทศกัณฑ์ ไม่เหมาะสม

อดีตศิลปินกองการสังคีตกรมศิลปากร ร้องตรวจสอบ MV  “เที่ยวไทยมีเฮ”  หลังเห็นว่ามีการนำ ทศกัณฐ์ ตัวละครดังในวรรณคดีมาทำกกิจกรรมไม่เหมาะสม

รายงานข่าวแจ้งว่า มิวสิควิดีโอเพลง “เที่ยวไทยมีเฮ” ซึ่งเป็น MV ใหม่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เชิญชวนให้คนมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น กำลังจะถูกโดนแบนห้ามนำออกมาฉาย หลังจาก น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองการสังคีตกรมศิลปากร ได้เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์) ให้ระงับการเผยแพร่ดังกล่าว

ทศกัณฐ์, เที่ยวไทยมีเฮ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดย น.ส.ลัดดา ให้เหตุผลว่า มิวสิควดีโอดังกล่าวได้มีการนำ ทศกัณฐ์ มาทำกิจกรรมไม่เหมาะสม  เช่น หยอดขนมครก, ขับโกคาร์ท, ถ่ายเซลฟี่, ขี่บั้งไฟ  เพราะ ทศกัณฐ์ ถือว่าเป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวง รวมถึงยังเป็นตัวละครในวรรณคดีที่สง่างาม น่าเกรงขาม ไม่ควรจับมาทำกิจกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้หลังจากรับเรื่องร้องเรียนทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เตรีบมเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้ผลิตมิวสิควีดีโอ ผู้กำกับ และผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนตามที่ได้ร้องเรียนมา

ขณะที่  บัณฑิต ทองดี ซึ่งเป็นผู้กำกับ MV  ดังกล่าวก็ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังถูกร้องเรียนว่า  “คุณค่าทางวัฒนธรรมควรเก็บไว้แค่บนหิ้งหรือไร นำมาต่อยอดเพื่อประโยชน์ของชาติก็ไม่ได้ ถูกเรียกไปขู่ว่าจะฟ้องโทษฐานทำลายวัฒนธรรมชาติ #เที่ยวไทยมีเฮจริงๆ”

สำหรับมิวสิควิดีโอเที่ยวไทยมีเฮ เป็น MV  เป็นเรื่องราวบอกเล่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยเที่ยวไทยมากขึ้น โดยมีศิลปินหัวใจไทย “เก่ง ธชย” ที่ไปสร้างชื่อด้วยการคว้า 27 รางวัลจากการประกวดศิลปะการแสดงระดับโลก World Championship of Performing Art 2016 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

และ “ฟิล์ม บงกช” ร่วมร้องและร่วมแสดงด้วยการใส่ชุดโขน นำแก๊งตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ ทั้งทศกัณฑ์ และเหล่าเสนายักษ์ ตระเวนเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้ได้ชมกันเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

นักศึกษา ป.โท โร่แจ้งความ หลังโรงพยาบาลดัง ทำหน้าหน้าเบี้ยว

นักศึกษาปริญญาโท และนางแบบถ่ายโฆษณา โร่แจ้งความ เอาผิดหมอและโรงพยาบาล ย่านสะพานพระราม 5 หลังศัลยกรรมผิดพลาดจนหน้าเบี้ยว

วานนี้ ( 20 ก.ย. 59) น.ส.พลอยณัชชา ศิริภักดีจิรานนท์ อายุ 26 ปี นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณทิตย์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยมารดา (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) และ น.ส.กอบพร วงศ์คำ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับโรงพยาบาลเลอลักษณ์ ย่านสะพานพระราม 5 และ นายแพทย์ กีรพรรดิ์ ภิรมย์ไกรภักดิ์ แพทย์ผู้ทำศัลยกรรมเสริมความงามในข้อหา “ประมาททำให้ได้รับอันตรายสาหัส”

น้องพลอย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ระหว่างเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ได้หาลำไพ่พิเศษด้วยการถ่าย MV รวมทั้งรับงานถ่ายโฆษณา จนกระทั่งมีงานเข้ามามากมาย ตนเองเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงอยากเสริมความงามเพิ่มเติม ด้วยการไปตัดมุมกรามจัดด้านในปาก-ยุบโหนกแก้ม ที่ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ ย่านสะพานพระราม 5 กับ นายแพทย์ กีรพรรดิ์ แพทย์ด้านศัลยกรรมความงาม ในราคา 189,580 บาท เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ปี 2556 แทนที่จะสวยงามดั่งที่ตั้งใจกับพบว่ามีอาการปากเบี้ยว กระดูกแก้มไม่เชื่อมต่อกัน แถมยังมีแผลไหม้จนเกรียมที่ใต้คางทั้งด้านซ้าย-ขวา ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ

ทั้งนี้ จึงได้ติดต่อสอบถามกับทางแพทย์ ซึ่งก็ให้ตนทำการแก้ไขเรื่อยมาแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อสอบถามถึงแผลไหม้เกรียมที่ใต้คางกับได้รับคำตอบที่ช้ำใจจากหมอและพยาบาลว่า ” เกิดจากเครื่องมือพลาดไปโดน” เมื่อเห็นว่ารักษามานานแล้วไม่หายจึงท้วงติงไปอีก ทางโรงพยาบาลกลับบอกว่าการรักษาครั้งต่อไป อาจต้องคิดเงินยิ่งทำให้ตนทุกข์หนักเข้าไปอีก เลยปรึกษามารดาตัดสินใจไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นและสแกนใบหน้าพบว่า หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง อาจจะต้องทำการร้อยไหมและดึงหน้าให้ตึง เพื่อไม่ให้แก้มตกทุก 6 เดือน ไปจนกว่าจะตาย รวมทั้งเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 15,000 บาทต่อครั้ง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับโรงพยาบาลแห่งนี้ในทางแพ่งและทางอาญากับหมอที่ทำศัลยกรรมให้กับตนเอง

MThai News