แผ่นดินไหว ขนาด 5.5 ใกล้กับชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น

แผ่นดินไหว ขนาด 5.5 ใกล้กับชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ไม่มีรายงานเสียหาย

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ใกล้กับชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 05.00 น.ของวันเสาร์ที่ 31 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 03.00 น.วันเดียวกัน ตามเวลาในประเทศไทย เหตุแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงปานกลาง แรงสั่นสะเทือนอยู่ลึกลงไป 11 กิโลเมตร และห่างจากกรุงโตเกียวขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 244 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ประชาชนยังคงแห่กลับต่างจังหวัดช่วงปีใหม่ แน่นหมอชิต-หัวลำโพง

ประชาชนยังคงแห่กลับต่างจังหวัดช่วงปีใหม่ แน่น หมอชิต หัวลำโพง บขส.มั่นใจไม่ตกค้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ม

บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต ในตอนเช้าบริเวณอาคารผู้โดยสารและบริเวณจุดรอรถตู้โดยสารสาธารณะที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดระยะทางไม่เกิน 300 กม. ประชาชนทยอยเดินทางมาพร้อมสัมภาระและของฝากมารอขึ้นรถออกต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนประชาชนเดินทางในวันนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าเมื่อวาน เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันสุดท้ายของการทำงานจึงมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก

ขณะที่ทางบริษัท ขนส่ง จำกัดหรือ บขส.คาดว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารออกจากสถานนีได้ เนื่องจากวันนี้ประชาชนเดินทางไม่มากนักและเชื่อว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างแน่นอน ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวดทางเจ้าหน้าที่ตรวจการจากกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ทหารได้ประจำจุดอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ปชช.ทยอยใช้บริการรถไฟกับภูมิลำเนาหนาแน่น

บรรยากาศที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงเข้าวันนี้มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาใช้บริการรถไฟเดินทางกลับภูมิลำเนาในข่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2560 เป็นจำนวนมาก โดยประชาชนมาใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำให้ในขณะนี้มีผู้โดยสารรอขึ้นรถเต็มห้องโถง ชานชรา รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ของภายในสถานี และประชาชนที่ออกมาเดินกลับในวันนี้ส่วนใหญ่จะมีการจองตั๋วไว้ล่วงหน้า ช่องจำหน่ายตั๋วไม่มีคิวยาวมากนัก

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟหัวลำโพงส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว พร้อมสัมภาระจำนวนมาก ทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า เครื่องนอนตลอดจนของฝากที่จะนำกลับไปมอบให้กับคนที่บ้านในโอกาสปีใหม่นี้


ดอนเมืองแน่น-ตร.,ทหารดูแลเข้มงวด

ความเคลื่อนไหวที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ ช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ยังคงมีประชาชนจำนวนมากกว่าปกติ มาใช้บริการสายการบินต่างๆ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

สำหรับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการภายในสนามบิน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน สารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจากด่านต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแลอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งภาพรวมการเดินทางของประชาชนที่มาใช้บริการยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ถนนวิภาวดีมุ่งหน้ารังสิต ปริมาณรถน้อยและสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ ซึ่งอาจมีชะลอตัวบริเวณด้านหน้าสนามบิน เนื่องจากมีรถยนต์ส่วนบุคคลและรถแท็กซี่เข้าสนามบินเป็นจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรี อัญเชิญ สคส. พระราชทาน ส่งสุขคนไทย

นายกรัฐมนตรี อัญเชิญ สคส. พระราชทาน ส่งสุขคนไทย พร้อมระบุติงบางกลุ่มทำประเทศวุ่นวาย ห่วงขยายขัดแย้ง ชี้ต้องใช้กฏหมายเป็นตัวกำหนด – เข้มดูแลปีใหม่ เมาไม่ขับ

วานนี้ (30 ธ.ค.59) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยังยืน ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า นับเป็นระยะเวลา กว่า 6 ทศวรรษ แล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทาน บทเพลงพระราชนิพน์ “พรปีใหม่” และเกือบ 3 ทศวรรษ ที่พระองค์ ได้พระราชทาน ส.ค.ส. ให้ปวงชนชาวไทย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากมีพระราชประสงค์ ที่จะ “ส่งความสุข” ในช่วงปีใหม่ และตลอดศกใหม่แล้ว ยังทรงให้สติ ให้ปัญญา ให้ข้อคิดและแนวทางในการดำรงชีวิต รวมทั้ง ให้กำลังใจต่อสู้ เพื่อเอาชนะต่ออุปสรรค รู้ รัก สามัคคี และการทำงานเป็นทีมนำพาชีวิตของและประเทศชาติ มีแต่ความสุขความเจริญ

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงใส่พระทัย “ทุกข์ สุข” ของปวงชนชาวไทย โดยทรงมีกระแสพระราชดำรัส ให้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถและแนวทางพระราชทาน ตลอดระยะเวลา 7 ทศวรรษ ที่ผ่านมา ไปประยุกต์ใช้ด้วยปัญญาและความเพียร สำหรับรัฐบาลและข้าราชการ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และสำหรับประชาชนทุกคน ในการดำรงชีวิตประจำวัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขออัญเชิญ “ส.ค.ส.พระราชทาน ปีใหม่ พ.ศ. 2537” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ศาสตร์พระราชา” โดยมีสาระสำคัญ ที่แสดงสัจธรรมแห่งชีวิต คือ “ยิ้มบ้าง ไม่ยิ้มบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เหมือน“จราจร” โดยหวังว่า สัจธรรมง่ายๆ นี้ จะเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ที่ยึดมั่นในความดี และไม่อยากให้ท้อถอย หมดกำลังใจ ตลอดปีใหม่ และตลอดไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อด้วยว่า ปีหน้า และปีต่อไปนั้น จำเป็นต้องกลับมาสำรวจตัวเองอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาไปสู่แนวทางที่ดีกว่า เพื่อลดช่องว่างและแก้ไขบกพร่องในอดีต ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซากอีกต่อไป รัฐบาลก็มีการสำรวจและปรับปรุงกระบวนการและกลไกการบริหารราชการเป็นระยะๆ เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ยังคงเป็นอุปสรรค และเห็นว่าเป็น “จุดอ่อน” ของประเทศ คือ การไม่สามารถแยกแยะ และไม่เข้าใจคำสำคัญ 3 คำ ก็คือ “สิทธิ, หน้าที่ และเสรีภาพ” เพราะเมื่อกฎหมายกำหนด “สิทธิ” ให้แล้ว ทุกคนย่อมมี “หน้าที่” ตามมา จะเรียกร้อง “สิทธิ” โดยไม่สนใจ “หน้าที่” ไม่ได้ เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสนวุ่นวาย รสมถึงบางคนกลับเข้าใจว่า “อิสรภาพ” ก็คือ “เสรีภาพ” ทำอะไรก็ได้ โดยไม่สนใจคนอื่น ทั้งที่ความจริง “สิทธิและหน้าที่” ตามกฎหมาย จะลดทอน “อิสรภาพ” ให้เหลือเพียง “เสรีภาพ” ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากปล่อยให้มี “อิสรภาพ” ที่ไร้ขอบเขต ย่อมนำไปสู่ “การละเมิดสิทธิ” ของผู้อื่น และนำไปสู่ปัญหา ซึ่งทุกอย่างต้องอาศัยกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแล และปลูกจิตสำนึกต่อส่วนรวมเสริมสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ เพื่อจะมุ่งไปสู่จุดหมายเดียวกัน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” นอกจากจะหมายรวมถึง การนำพาประเทศชาติ ประชาชน ไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ด้านเศรษฐกิจแล้ว เรายังต้องพัฒนาไปสู่ “สังคม 4.0” ด้วย เพราะ ระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจ ระบบนิเวศน์ “ไม่ได้แตกต่างกัน” ในเชิงโครงสร้างและความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่ทั้งหมด มีรัฐบาล มีกฎหมาย มีกติกาสากล มีพันธะสัญญาระหว่างประเทศ คอยควบคุมดูแล

นายกฯ ระบุ การมุ่งหวังจะนำพาประเทศไปสู่ “เศรษฐกิจ 4.0” จะต้องนำพา ที่อยู่ใน 1.0, 2.0, 3.0 ไปด้วย ต้องเริ่มจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้” เพื่อการปรับปรุงและมีการพัฒนาตนเอง สำหรับในภาคเศรษฐกิจนั้นๆ โดยใช้ 4.0 เป็นกรอบใหญ่ ในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อจะสร้างความเชื่อมโยงเพิ่มมูลค่าและพัฒนาตนเอง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เศรษฐกิจ ปากท้อง” เป็นเรื่องสำคัญกับโลก ประชาคมระหว่างประเทศ และประเทศไทย รัฐบาลได้นำปัจจัยภายใน ภายนอก และข้อเท็จจริงของระบบเศรษฐกิจไทย มาศึกษาในรายละเอียด ถึงปัญหาและอุปสรรค โดยรับฟังความคิด จากทุกภาคส่วน ซึ่งพบว่ามีปัญหา ใน 5 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1.ปัญหาในเรื่องโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม, 2 ปัญหาในการสร้างความเชื่อมโยง,3 ปัจจัยด้านความรู้ องค์ความรู้ ในภาคการผลิต และด้านการตลาด, 4.กฎหมาย และมาตรการอำนวยความสะดวก ที่ยังคงล้าสมัย ไม่เป็นสากล,5ปัจจัยอื่นๆ เช่นความขัดแย้ง ที่ทำให้ทุกอย่างติดขัด ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และหากมีการขยายความไป อาจจะโดยสื่อโซเชียล ทั้งเจตนนาและไม่เจตนา ก็นำไปสู่ความขัดแย้ง บิดเบือน ในสังคมวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม นายกฯกล่าวต่อด้วยว่า ทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องทางกฎหมาย จริยธรรมและความมีคุณธรรม ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย หากช่วยกัน มากบ้างน้อยบ้าง ด้วยความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้งทุกอย่างก็จะดีขึ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมวางมาตรการดูแลประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยว ช่วงปีใหม่ อย่างเต็มที่ ขอผู้ที่เดินทาง ขับรถส่วนตัว รถสาธารณะ ให้ตรวจเช็คสภาพยานพาหนะ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมก่อนการเดินทาง และที่สำคัญต้องงดดื่มสุรา เมาไม่ขับ อย่าฝากความหวังไว้กับเจ้าหน้าที่ดูแลเพียงอย่างเดียวในการบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนต้องระมัดระวังอุบัติเหตุด้วย เพราะไม่มีใครดูแลได้ดีกว่าตัวเอง พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ที่เสียสละเวลา ดูแลประชาชน ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ รวมทั้ง ขอให้ประชาชนดูแล ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ด้วยการปฏิบัติตนตามกฎหมายบ้านเมือง และกฎจราจร อย่างเคร่งครัด ขอให้ทุกคนมีน้ำใจ และเข้าใจซึ่งกันและกัน