ล่าคนร้ายแสบ ปาหินใส่รถนักเรียน ทำเด็กเจ็บ 1 ราย

แชร์ว่อนภาพรถนักเรียน ถูกมือมืดปาหินใส่ ส่งผลทำเด็กเจ็บ 1 ราย วอนตำรวจเร่งล่า 

วันนี้ (20 ม.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Yingyoung TN” ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเร่งหาตัวคนร้าย หลังก่อเหตุสุดระทึกปาหินใส่รถนักเรียน จนส่งผลทำให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระจกบาด โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

รถนักเรียน, ปาหิน,

“#มนุษย์สันดานหยาบ คิดได้ไงมาปาก้อนหินใส่รถรับส่งนักเรียนที่มีเด็กเต็มรถเลย รอได้ภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนนะแม่จะแพร่ภาพให้ดังเลย ลูกใครๆ ก็รัก ลูกใครๆ ก็ห่วง รถคันนี้รับ-ส่งลูกฉันนะ วอนตายแล้วมึง”

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด แม้ว่าผู้โพสต์ไม่ได้ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็ตาม

ข่าว/ภาพ จาก  Yingyoung TN

เผยโฉม ‘พระพุทธรักขิตะ’ พระสงฆ์ผิวสี ผู้บุกเบิกพุทธศาสนาในแอฟริกา

เปิดภาพ พระพุทธรักขิตะ พระสงฆ์ผิวดำ ผู้บุกเบิกหว่านเมล็ดพันธุ์พระพุทธศาสนาในทวีปแอฟริกา

วันนี้ (20 ม.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจของภิกษุผิวสีรายหนึ่ง ที่ได้บุกเบิกนำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ยังทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศอูกานดา ซึ่งเป็นแผ่นดินบ้านเกิด ทราบชื่อต่อมาคือ พระพุทธรักขิตะ หรือ สตีเว่น คาบอคโกซา (Steven Kaboggoza) ชาวอูกานดา ประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา

 พระพุทธรักขิตะ, พระสงฆ์ผิวดำ, ศานาพุทธ, แอฟริกา

โดยพระพุทธรักขิตะ เผยว่า แรกเริ่มท่านรู้จักพุทธศาสนาเพียงผิวเผินตามหนังสือเรียน แต่พอรู้จักพระสงฆ์ไทยจากการเป็นเพื่อนร่วมชั้นระหว่างเรียนการบริหารที่อินเดีย ก็ทำให้ท่านสนใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังเรียนจบก็ได้ออกเดินทางไปยังพื้นที่กำเนิดพุทธศาสนาต่างๆ ทั้ง ทิเบต และเนปาล ก่อนที่จะจบลงที่ประเทศไทย ซึ่งการมาที่ไทยนอกจากมาศึกษาพระพุทธศาสนาแล้ว ก็มาประกอบอาชีพหาเงินด้วยการเป็นครูดำน้ำที่เกาะเต่า จ.สุราษฏร์ธานีด้วย ก่อนที่จะกลับไปบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากห่างบ้านไปท่องโลกนาน 7 ปี

และจากตรงนี้นี่ีเองที่ทำให้ท่านคิดที่จะอุทิศตนเพื่อพุทธศาสนาด้วยการบวชเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เนื่องจากพอไปถึงที่บ้านญาติๆ ของเขาก็ไม่ค่อยชอบใจที่ท่านนำหนังสือธรรมะกลับไปด้วย โดยถึงขั้นจะเผาหนังสือทิ้งและให้เขาหันไปนับถือศาสนาคริสต์ตามครอบครัว ท่านจึงตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง โดยคราวนี้ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อไปศึกษาธรรมะโดยเฉพาะ จนกระทั่งปี 2002 ท่านจึงตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ หลังได้พบกับ ท่านปัณณาธิภา (Pannadipa) ณ ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาตถาคต (Tathagata) ทีเอ็มซี – TMC – Tathagata Meditation Centre ในเมืองซาน โฮเซ่ (San Jose) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) โดยมีพระอาจารย์ คือ ท่านซายาดอว์ ยู สิละนันทะ (Sayadaw U. Silananda)

 พระพุทธรักขิตะ, พระสงฆ์ผิวดำ, ศานาพุทธ, แอฟริกา

ทั้งนี้หลังจากศึกษาพระธรรมมาได้ระดับหนึ่ง ท่านจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ว่า “จะต้องกลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ยูกันดาให้จงได้” ซึ่งฟังดูอาจจะดูเหมือนง่าย แต่หากพอทำจริงมันยากมากเพราะชาวบ้านยังไม่เชื่อใจ บ้างก็ว่าท่านถูกมนต์ดำ บ้างก็ว่าท่านวิกลจริต เดินเข้ามาแกล้งสารพัด จนเป็นที่ตลกขบขัน แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่านที่เรียบง่าย และงดงาม ไม่เคยถือโทษโกรธผู้ใด แต่ไขข้อสงสัยให้แก่ผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามอย่างใจเย็น จนเป็นที่น่าประทับใจ ทำให้ผู้คนเปิดใจให้กับท่านมากขึ้น

 พระพุทธรักขิตะ, พระสงฆ์ผิวดำ, ศานาพุทธ, แอฟริกา

และในปี 2005 ศูนย์พระพุทธศาสนาในยูกันดาได้รับการสถาปนาขึ้น ในนาม Uganda Buddhist Centre หรือ UBC ซึ่งถือเป็นจุดเกิดพระพุทธศาสนาในดินแดนกาฬทวีปแผ่นดินแอฟริกา

ขณะที่ พระพุทธรักขิตะ ได้กล่าวว่า “เมล็ดพันธุ์แห่งพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้ถูกปลูกฝังลงในยูกันดาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาแห่งการดูแลให้เติบใหญ่ หวังว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีประโยชน์นี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและเติบโตอย่างแข็งแรง แผ่ขยายไพศาลเป็นผลไม้แห่งประโยชน์ของสัตว์โลกทั้งปวง”

ข้อมูลบางส่วนจาก ศูนย์กลางพุทธศาสนาในยูกันดา และ พุทธรักขิตาภิกขุ กับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแอฟริกา โดย คุณ สุภาศิริ อมาตยกุล

โจ๋ใจเหี้ยมเชือดหูสุนัขสด ๆ ถือหูโพสต์โชว์โลกออนไลน์

ชายที่อาศัยอยู่ในตุรกี 2 ราย ก่อเหตุตัดหูสุนัขโดยไม่มีการวางยาสลบและยาชา พร้อมโพสต์ภาพสลดใจผ่านทางโลกออนไลน์

วานนี้ (19 ม.ก.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สุดสลดใจ เมื่อ Hasan Kuzu และ Neset Yaman วัยรุ่น 2 คนซึ่งมีการเปิดเผยว่าทั้งคู่อาศัยอยู่ใน อิสปาร์ตา ประเทศตุรกี ก่อเหตุตัดหูสุนัขทั้งสองข้างสด ๆ โดยที่ไม่ใช้ยาชา โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยคลิปวีดีโอขณะสุนัขถูกตัดหู ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยสนัขร้องโหยหวนด้วยความทรมาน แต่คลิปถูกลบออกไปในภายหลัง

นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ได้โพสต์รูปภาพขณะที่ถือหูสุนัขเคราะห์ร้ายลงในสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยใบหน้าที่มีความภูมิใจ ซึ่งขณะนั้น สุนัขอยู่ในอาการบาดเจ็บและทุรนทุราย และมีเลือดไหลบริเวณหู โดยที่ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของสุนัขตัวดังกล่าว

ทั้งนี้ในตุรกี มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ตามมาตรา 8 หมายเลข 5199 ซึ่งระบุว่า ห้ามตัดหู หาง เล็บ ฟัน และเส้นเสียงของสุนัข จึงมีการเรียกร้องให้นำตัวผู้ก่อเหตุ 2 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนอย่างมาก

ที่มา theriflebird.com