ผบ.ตร.ขู่ฟัน จนท.โยงโกงนายสิบ จ่อหมายจับเพิ่ม

รอง โฆษก ตร. เผย ยังไม่พบโกงสอบนายสิบโยงสนามสอบอื่น เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีกหลายราย 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกในส่วนของตำรวจนครบาล ซึ่งมีการประกาศผลและนัดหมายให้เข้ารายงานตัววันนี้ (31 ม.ค.) ซึ่งเป็นตัวจริง 1,000 คน และสำรองอีก 141 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่ทุจริตการสอบจำนวน 50 คน นั้น หากเดินทางมารายงานตัว ทางตำรวจก็มีขั้นตอนของกฎหมายดำเนินการอยู่แล้ว พร้อมระบุ แม้จะมีการประกาศผลสอบแล้ว แต่การสืบสวนสอบสวนยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยเบื้องต้นเตรียมออกหมายจับอีกหลายราย แยกการกระทำผิดเป็น 3 กล่ม คือกลุ่มผู้กระทำผิด, ผู้ใช้ จ้างวาน ให้กระทำผิดและผู้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิด ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่, แจ้งความเท็จ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้อิสระในการสอบสวนและเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยไม่ละเว้นว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลทั่วไป

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบการเชื่ยมโยงไปยังสนามสอบของหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด โดยยังเป็นการกระทำผิดที่ตรวจสอบพบเฉพาะการสอบนายสิบตำรวจเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นบทเรียนในการสอบครั้งต่อไปและสนามสอบอื่น ๆ ให้เข้มงวดและระมัดระวังมากขึ้น

ตบหน้าทรัมป์อย่างจัง Starbucks มีแผนจ้างงานผู้ลี้ภัย 10,000 คน

ร้านกาแฟ “สตาร์บัคส์” ประกาศจะว่าจ้างพนักงานผู้ลี้ภัย 10,000 คน หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งห้ามผู้ลี้ภัยจากบางประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ

นายโฮเวิร์ด ชูลตส์ CEO บริษัท สตาร์บัคส์ คอร์ป เชนร้านกาแฟชื่อดังของสหรัฐฯ เผยเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า บริษัทวางแผนว่าจ้างผู้ลี้ภัย 1 หมื่นคน ใน 75 ประเทศ ตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้า

แผนของสตาร์บัคส์เพิ่งถูกประกาศเพียง 2 วัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งห้ามผู้ลี้ภัยจากบางประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

คำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ ได้ระงับการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 เดือน และสั่งห้ามไม่ให้พลเมืองจากซีเรีย และอีก 6 ประเทศมุสลิม เดินทางเข้าสหรัฐฯ ชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าต้องการป้องกันชาวอเมริกันจากการก่อการร้าย

นายชูลตส์ ระบุในจดหมายที่ส่งถึงพนักงานว่า บริษัทจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ

นายชูลตส์ เผยว่า การจ้างงานผู้ลี้ภัยจะเริ่มขึ้นในสหรัฐฯ เบื้องต้นจะเน้นผู้ที่เคยทำงานเป็นล่ามให้กองทัพสหรัฐฯ รวมถึงผู้ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ เคยขอร้องให้ช่วยเหลือ

เขากล่าวด้วยว่า หากกฎหมายประกันสุขภาพอย่างทั่วถึงที่เรียกว่า โอบาม่าแคร์ ถูกยกเลิก พนักงานที่สูญเสียการคุ้มครองด้านสุขภาพ สามารถกลับไปใช้ประกันสุขภาพของบริษัทได้

นอกจากนี้ เขายังยืนยันเจตนารมณ์ของบริษัท ที่ต้องการทำการค้ากับเม็กซิโก

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีชายชุดดำ ครอบครองวัตถุระเบิด

ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีชายชุดดำ ครอบครองวัตถุระเบิด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่ แยกคอกวัว

เวลา 9.00 น. วันที่ 31 ม.ค. 2560 ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษา ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี , นายปรีชา หรือ ไก่เตี้ย อยู่เย็น ,นายรณฤทธิ์ หรือ นะ สุริชา , นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย และ นางปุณิกา หรืออร ชูศรี ในคดีร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิด วงจรระเบิด และอาวุธปืนสงคราม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่ แยกคอกวัว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหา 5 คน ได้ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่แยกคอกวัว และถูกจับกุมได้เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2557 และให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุในวันที่ 10 เมษายน 2553 แต่ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 5 ได้ให้ทนายความ นำหนังสือยืนยันว่า ถูกบังคับและทำร้ายร่างกายในการสอบปากคำ และขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ต่อมาอัยการได้ฟ้องชายชุดดำทั้ง 5 คนต่อศาลอาญา ข้อหาร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และข้อหาพาอาวุธไปในเมือง ร่วมกันก่อการร้าย เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4022/2557