เสือโคร่งถูกยิงบาดเจ็บที่ลำปางตายแล้ว !! แม้จนท.ทำทุกทางเพื่อยื้อชีวิต

เสือโคร่งถูกยิงบาดเจ็บที่ลำปางตายแล้ว ขณะเจ้าหน้าที่กำลังย้ายไปรักษาที่เชียงใหม่ หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหว ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ถือเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันอนุรักษ์ 

ความคืบหน้ากรณีที่มีเสือโคร่งเพศผู้ตัวหนึ่งถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณไร่มันริมถนนสายลำปาง – ตาก เขต ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปางก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือมันเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมานั้น (อ่านข่าว : คนแห่ดู นาทีจับเสือตัวเป็นๆ หลังมันนอนบาดเจ็บอยู่กลางไร่มัน)

เสือ, ข่าวเสือ, เสือโคร่ง, ข่าวจังหวัดลำปาง

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า เสือตตัวดังกล่าวได้ตายลงแล้วระหว่างการเคลื่อนย้ายไปทำการรักษาที่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ซึ่งสาเหตุการตายของมันในครั้งนีทาง นายชนมภูมิ จอมทัน ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 13 สาขาลำปาง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าเป็นเพราะบาดแผลที่มันถูกยิงอักเสบและสาหัสเกินเยียวยา เนื่องจากมีกระสุนกระสุนปืนลูกซองฝังในสุดสำคัญหลายแห่ง จึงเป็นต้นเหตุทำให้มันเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.13 จะรอหนังสือรายงานผลการรักษา และการตายของเสือจากสถานีอนุรักษ์สัตว์ป่าห้วยยางปาน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ก่อนจะนำเข้าแจ้งความกับทาง สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบเสือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนหาตัวคนยิงมาดำเนินคดีต่อไป เพราะเสือถือเป้นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย

ขณะที่ นายศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ที่เสือตาย แต่สิ่งที่กรมอุทยานฯได้รับจากเสือตัวนี้ ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความเสียใจและเสียดายเท่านั้น แต่ทำให้ได้เรียนรู้ และสามารถสร้างความตระหนักที่มีต่อการอนุรักษ์เสือได้มากในระดับหนึ่ง เพราะการที่เสือต้องออกเดินทางเมื่อถึงเวลาของมัน เป็นวิถีชีวิต ต้องไปหาอาณาจักรของตนเอง บางตัวโชคดี เดินไปยังเส้นทาง ที่เข้าสู่ป่าอนุรักษ์ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จนสิ้นอายุขัย

บางตัวโชคร้าย เหมือนเจ้าตัวนี้ ที่เดินไปใกล้ในถิ่นที่ใกล้กับถิ่นที่อยู่ของคน แต่ถามว่า เมื่อพวกมันต้องเดิน มันจะรู้หรือไม่ว่าต้องเดินไปที่ไหน ตอบว่า ไม่มีเสือตัวไหนรู้ มีทางให้เดินมันก็จะเดินไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้เจออาณาจักรที่มันรู้สึกว่าเหมาะสมกับตัวเอง เป็นวิถีแห่งเสือโคร่งในธรรมชาติ

กรณีที่เกิดขึ้นนี้แม้เราเสียเสือตัวหนึ่งไป แต่ผมมั่นใจว่า สิ่งที่จะได้กลับมาก็คือ ทำให้คนในพื้นที่นั้นมีความตื่นตัว และตระหนักในเรื่องการอนุรักษ์เสือในธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ผมไม่อยากจะโทษใคร แม้กระทั่งชาวบ้านที่ยิงเสือ เพราะค่อนข้างเชื่อว่า นี่ไม่ใช่การล่า แต่อาจจะเป็นเรื่องการป้องกันตัว หรืออะไรก็ไม่ทราบ

ชี้ค้นหา MH370 อีกครั้ง หากพบหลักฐานใหม่

ออสเตรเลียชี้จะค้นหาเครื่องบิน MH370 อีกครั้ง หากพบหลักฐานใหม่ หรือข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

นายดาร์เรน เชสเตอร์ รัฐมนตรีคมนาคมออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียจะไม่ขัดขวางหากจะมีการค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ในอนาคต โดยการค้นหาจะเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือชิ้นใหม่ ซึ่งสามารถนำทางไปสู่จุดที่เครื่องบินตกได้ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ดุลพินิจของรัฐบาลมาเลเซีย

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า คำแนะนำเมื่อเดือนที่แล้วของเจ้าหน้าที่สอบสวน ที่แนะให้เคลื่อนการค้นหาไปยังพื้นที่ทางเหนือของพื้นที่ค้นหาในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอต่อการระบุจุดที่เครื่องบินตกได้อย่างแน่ชัด

รัฐมนตรีคมนาคมออสเตรเลีย กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้นหาภายในพื้นที่ค้นหา 1 แสน 2 หมื่นตารางกิโลเมตรได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเขาให้สัมภาษณ์ที่เมืองเมลเบิร์น หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลีย มาเลเซีย และจีน ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ที่ระบุว่า ทั้งสามประเทศจะยุติการค้นหาเครื่องบิน MH370

ขณะที่ครอบครัวของผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบินที่ MH370 ต่างวิพากษ์วิจารณ์ต่อการตัดสินใจยุติปฏิบัติการค้นหาดังกล่าว โดยเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 สูญหายไประหว่างเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่งประเทศจีน พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คน

นายเกรก ฮูด หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยคมนาคมของออสเตรเลีย หรือ ATSB ซึ่งเป็นผู้นำในการตามหาเครื่องบิน MH370 ระบุว่า รัฐบาลทั้งสามชาติมั่นใจว่าเครื่องบิน MH370 ไม่ได้อยู่ในบริเวณค้นหา 1 แสน 2 หมื่นตารางกิโลเมตร

นายฮูดกล่าวเสริมว่า แม้ว่าปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินใต้มหาสมุทรอินเดียจะยุติลง แต่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาจะยังคงดำเนินต่อไป รวมถึง การค้นหาจากดาวเทียม และการวิเคราะห์การออกนอกเส้นทาง ซึ่งทุกอย่างจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ขณะที่นายคัลวิน ชิม สามีของนางคริสตีน ตัน หนึ่งในลูกเรือที่หายไปพร้อมกับเครื่องบิน MH370 ระบุว่า เขาหวังว่าจะได้พบกับนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ที่จะขยายปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินออกไปทางเหนือพื้นที่ค้นหาปัจจุบันอีก 2 หมื่น 5 พันตารางกิโลเมตร ซึ่งเขาเชื่อว่าเครื่องบินตกลงในบริเวณดังกล่าว

นายชิมกล่าวเสริมว่า เขารู้สึกผิดหวังกับแถลงการณ์ร่วมของสามรัฐบาล ซึ่งเขามองว่า เจ้าหน้าที่ควรทำงานต่อไป แทนที่จะรอคอยการค้นพบข้อมูลใหม่

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว รัฐบาลมาเลเซีย ออสเตรเลีย และจีน ได้บรรลุข้อตกลงที่จะยุติปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน MH370 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท หากไม่พบเครื่องบินลำดังกล่าว หรือไม่พบหลักฐานชิ้นใหม่ที่จะสามารถนำทางไปสู่การค้นพบเครื่องบินได้

ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินร่วมกันระหว่างมาเลเซีย ออสเตรเลีย และจีน สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังค้นหามานานเกือบ 3 ปี

ตำรวจเตรียมสอบแม่วัย 17 ปี ต้องสงสัยฆ่าลูก 5 ขวบ

ตำรวจเตรียมสอบแม่วัย 17 ปี ต้องสงสัยฆ่าลูก 5 ขวบ ด้านสามีเผย เป็นคนอารมณ์รุนแรง เคยพยายามให้ตัวเองแท้งมาหลายครั้ง

จากกรณีที่ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาหญิงวัย 39 ปี เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาล บุปผาราม ให้ดำเนินคดีกับลูกสะใภ้วัย 17 ปี หลังสงสัยว่าจะเป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายลูกสาว วัย 5 เดือน จนบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิต เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดวานนี้ (18 ม.ค. 60) นางปวีณา หงสกุล พร้อมพ่อของเด็กและผู้เป็นย่าของเด็ก ได้เดินทางไปรับศพ ที่ โรงพยาบาล ศิริราช โดย พ่อของเด็ก เปิดเผยว่า คบกับแฟนสาวได้ประมาณ 2 ปีเศษ แฟนสาวนิสัยส่วนตัวเป็นคนอามรมณ์รุนแรงและขี้หึงมาก ตนอยากมีลูกมานานแล้ว แต่แฟนสาวไม่อยากมี แม้แต่ขณะท้องแฟนสาวก็เคยพยพยามที่จะเอาลูกออกด้วยการทำแท้ง บางครั้งทุบท้องตัวเอง แกล้งตกบันไดเพื่อให้แท้งลูก แต่ตนก็ได้สอนเรื่องของบาปบุญคุณโทษกับแฟนจนคลอดลูกออกมา ส่วนเรื่องการทำร้ายลูก ก็ได้ยินจากชาวบ้านมาบ่อยครั้ง ต่อว่าก็มักจะถูกต่อว่ากลับ แต่ก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้จึงอยากขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับภรรยาของตนที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมให้ได้

ด้าน พันตำรวจเอก ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ทางแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ได้เปิดเผยว่า สาเหตุการณ์เสียชีวิตมาจากเลือดคั่งในสมองเนื่องจากกระโหลกศรีษะแตก

ในส่วนของคดีนั้นเบื้องต้นสอบสวนพยานไปบางส่วนแล้ว ในส่วนการสอบปากคำแม่ของเด็กซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ต้องทำการประสานอัยการและนักสังคมสงเคราะห์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสอบปากคำ ว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าวจริงหรือไม่ อย่างไรก็ดี จะได้ทำการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย