สะพรึงกันถ้วนหน้า!! ชาวเน็ตแห่แชร์ ปริศนานางรำชุดไทยบนบีทีเอส

โลกออนไลน์ต่างพากันแชร์ภาพผู้หญิงสวมชุดนางรำโบราณ ในลักษณะใบหน้าสีขาว ทาปากสีแดง นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าบีทีเอส

กลายเป็นกระแสแชร์บนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์หลายคน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเจอผู้หญิงสวมชุดนางรำโบราณในลักษณะใบหน้าสีขาว ทาปากสีแดง นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าบีทีเอส สร้างความฮือฮาให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่พบเห็น

โดยจากการสอบถามของทีมข่าวทราบว่า มีผู้พบเห็นหญิงสาวในชุดนางรำ ไม่ใช่แค่วันเดียวแต่พบเห็นหลายวันติดต่อกัน ซึ่งหญิงสาวในชุดนางรำขึ้นรถไฟฟ้ามาจากสถานีสยามและลงที่สถานีศาลาแดง เมื่อเดินออกจากรถไฟฟ้าแล้วได้เดินมุ่งหน้าไปทางสวนลุมพินี โดยไม่มีการพูดจา หรือเอ่ยคำโฆษณาแต่อย่างใด ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งมาบนรถไฟฟ้าต่างสงสัยว่า เธอคือใครและทำไมถึงมาแต่งชุดไทยเดินกลางดึกแบบนี้

ทั้งนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ปริศนานี้อาจจะเชื่อมโยงกับไวรัลโฆษณาหรือการโปรโมทอะไรบางอย่างก็เป็นได้ หากมีความคืบหน้าของรายละเอียดเพิ่มเติม ทีมข่าว MThai News จะรายงานให้ทราบต่อไป


แก๊งโกงสอบนายสิบพบตร.แล้ว 37 ราย หนีอีก 10 ราย

“พล.ต.ต.อดุลย์” เผย แก๊งโกงสอบ พบตำรวจแล้ว 37 ราย หนีอีก 10 ราย ยันไม่ได้ขีดเส้นตายเข้าพบ – จ่อออกหมายจับลอต 2 อีกกว่า 100 ราย ให้ประกัน “จิระพจน์” แล้ว

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีโกงสอบนายสิบตำรวจ ว่า ในส่วนของผู้ต้องหาที่มีการออกหมายจับไป 52 ราย รวม นายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. สำนักงานเขตปทุมวัน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว 37 ราย แจ้งขอเลื่อนเข้าพบ เนื่องจากอยู่ต่างประเทศ และยังไม่สะดวกเข้ามาพบอีก 5 ราย เหลือที่ยังติดตามตัวอีก 10 ราย ซึ่งหากยังไม่มาพบก็มีขั้นตอนทางกฎหมายในการติดตามอยู่แล้ว

ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเส้นตายในการเข้าพบ ส่วนกรณี นายจิระพจน์ จากสอบปากคำได้ให้การที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งหลังสอบปากคำ ได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ตีราคาประกัน 150,000 บาท

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับลอตที่ 2 อีกกว่า 100 ราย โดยมีลักษณะการกระทำความผิดหลายกลุ่ม แต่ไม่ขอเปิดเผย ขณะที่การตรวจสอบยังไม่พบพื้นที่อื่นมีการทุจริตเพิ่มเติม โดยมีเพียงพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7 ซึ่งทางคณะกรรมการจะสรุปผลการตรวจสอบและสรุปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 25 มกราคม นี้ และจะมีการประกาศผลสอบในวันที่ 27 มกราคม ยกเว้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่มีการทุจริตจำนวนมาก จะประกาศผลวันที่ 30 มกราคม และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ จะให้ผู้ที่ผ่านการสอบเข้าศูนย์ฝึกอบรมตามระเบียบ

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังชี้แจงกรณีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจังหวัดกระบี่ นำเด็กนักเรียนชั้น ป.6 พนักงานโรงแรม เข้าพบเนื่องจากมีรายชื่อตกเป็นผู้ต้องหา ว่า ไม่ได้เป็นการจับผิดตัว แต่เป็นความผิดพลาด เนื่องจากเด็กคนดังกล่าวมีชื่อและนามสกุลตรงกับผู้ต้องหา ทำให้กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนผิด ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้ว และผู้ต้องหาตัวจริงได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

เข้ามอบตัวแล้ว แก๊งโจ๋รุมยำหนุ่มในปั๊มน้ำมันที่เชียงราย

ผู้ปกครองพามอบตัวแล้ว แก๊งโจ๋ในคลิปรุมทำร้ายชายหนุ่มในปั๊มน้ำมันที่เชียงราย ทั้งๆ ที่ถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับขณะผู้เสียหายเผย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุเข้าทำร้ายชายหนุ่มคนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย ทั้งๆ ที่ขณะเกิดเหตุหนุ่มคนดังกล่าวถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : คลิปแก๊งวัยรุ่น รุมยำหนุ่มบาดเจ็บ ทั้งๆ ถูกรถล้มทับ )

วัยรุ่นตีกัน, ข่าวจังหวัดเชียงราย

วานนี้ (17 ม.ค. 60) ผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ได้ติดต่อและพาวัยรุ่นผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.แม่สรวยแล้ว โดย พ.ต.ต.กฤตนัน เวียงคำ พนักงานสอบสวน เผยว่า หลังจากการเข้ามอบตัวดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งข้อหาเยาวชนทั้งหมดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ แต่เนื่องจากทั้งหมดมีอายุ16-17ปี จึงทำการลงบันทึกเอาไว้ และปล่อยตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนที่จะเรียกมาสอบสวนดำเนินคดีอีกครั้งพร้อมกับนักสหวิชาชีพ

ขณะที่ผู้บาดเจ็บนั้นทราบต่อมาคือ นายคิม อายุ 16ปี ซึ่งได้ให้การว่า วันเกิดเหตุได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนหญิงให้ออกมาพบที่ปั้มน้ำมัน จึงชวนเพื่อนที่นั่งดูการแข่งขันฟุตบอลมาด้วยกัน เมื่อไปถึงปรากฏว่ากลุ่มชายประมาณ 6 คน เข้ามาถามว่าชื่อคิมหรือไม่ก็ตอบว่าใช่

จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวก็ลงมือทำร้ายจนสลบไปรู้สึกตัวอีกทีเมื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน ส่วนฝ่ายหญิงที่โทรนัดให้ออกไปหานั้นเคยพูดคุยกันมาก่อนแต่ได้เงียบหายไปเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งตลอเวลาที่ผ่านมาเป็นเพียงการคบกันแบบเพื่อนไม่ได้มีการคบกันแบบแฟนสาวแต่อย่างใด