รัฐจัดงาน รวมพลังประชารัฐ รับบริจาคเงิน ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

รัฐบาลจัดงานรวมพลังประชารัฐรับบริจาคเงิน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ นายกฯ นั่งรับโทรศัพท์ด้วย

วันนี้ (15 มกราคม 2560) เวลา 18.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีร่วมจัดงาน “ประชารัฐร่วมใจ ช่วยอุทกภัยภาคใต้” โดยมีผู้แทนหน่วยงานของรัฐ เอกชน ประชาชน ศิลปินดารานักร้อง นักกีฬา รวมทั้งนิสิตนักศึกษา และนักเรียนนายร้อยร่วมรับโทรศัพท์รับเงินบริจาคโดยถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องในเวลา 18.00 – 18.20 น.

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ ได้เห็นว่ารัฐบาล และทุกภาคส่วนไม่ได้ทอดทิ้งกัน ซึ่งในส่วนของทางรัฐบาลนั้นได้ระดมทุกภาคส่วน และทุกความช่วยเหลือ พร้อมระดมสติปัญญาในการช่วยกันขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อกำกับดูแล และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เป็นระบบมากที่สุด

สำหรับรูปแบบการจัดงานเน้นวัตถุประสงค์ 3 ข้อหลัก คือ

1. เป็นช่องทางแสดงพลังน้ำใจของคนไทยในการร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
2. รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม การช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ และการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหาย
3. รวมพลังความรักสามัคคีของคนไทยที่ร่วมกันจัดงาน ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ธนาคาร บริษัทห้างร้าน สถานีโทรทัศน์ ศิลปินดารา นักร้อง นิสิตนักศึกษา

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวก่อนการรับเงินบริจาคตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลมีความห่วงใย โดยได้สั่งการมอบหมายให้ทุกส่วนราชการบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณ และมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมตั้งคณะกรรมการพิเศษในการให้ความช่วยเหลือเยียวยานอกเหนือจากมาตรการที่มีอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า การบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ผู้บริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าของเงินบริจาค ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ประสบอุทกภัย พร้อมส่งกำลังใจ เงินบริจาค รวมถึงสิ่งของที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ พร้อมกับกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ และประชาชนทุกภาคส่วนที่ช่วยกันให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และขอให้ทุกคนช่วยกันระมัดระวัง มีความปลอดภัย ประสบแด่ความสุข ความสำเร็จต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมรับบริจาคเงิน และรับโทรศัพท์จากนายโอวาท พรหมรัตนพงศ์ ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จำนวน 10,000 บาท โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณสำหรับเงินบริจาค และกำลังใจที่มอบให้สำหรับพี่น้องชาวใต้ รวมถึงกำลังที่มอบให้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนด้วย

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ที่มีความอดทน และขอบคุณเจ้าหน้าที่ ประชาชนทุกคนที่เสียสละร่วมมือกันช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ พร้อมกล่าวยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งระบายน้ำ เพื่อให้พี่น้องภาคใต้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

สำหรับยอดเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ล่าสุดเมื่อเวลา 20.07 น. เป็นจำนวนเงิน 322,649,187.58 บาท ทั้งนี้ ผู้มีความประสงค์ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือร่วมกับรัฐบาลสามารถบริจาคเงินได้ที่บัญชีกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล หมายเลขบัญชี 067-0-06895-0

ศาลระบุ ‘คดีครูสกลนคร’ หากไม่ผิดต้องได้รับการเยียวยา

เลขาฯ ศาล ระบุ ขั้นตอนการสืบพยานรื้อฟื้นคดี ชี้ เกิดขึ้นได้น้อยมาก เเต่หากพิสูจน์ครูไม่ผิด ต้องได้รับการเยียวยา 

นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการรื้อฟื้นคดีอาญาของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ภายหลังถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2548 ว่า ขณะนี้ทราบมาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งให้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาใหม่

โดยศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นนัดสอบคำให้การคดีในวันที่ 16 มกราคม 60 โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ คือเมื่อศาลรับคำร้องเเล้ว ให้ศาลเเจ้งวันนัดสืบพยาน นางจอมทรัพย์ ผู้ร้อง ไปให้พนักงานอัยการเเละโจทก์ในคดีเดิมที่มีการขอรื้อฟื้นคดีทราบ โดยอัยการเเละโจทก์ มีสิทธิ์ยื่นคำคัดค้านได้ก่อนวันนัดสืบพยาน หลังจากนั้นเเละเมื่อมีการนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานเเล้ว ศาลจะให้มีการสืบพยานฝ่าย นางจอมทรัพย์ จำเลย ซึ่งเป็นผู้ร้องขอรื้อฟื้นคดีก่อน ที่จะมีการสืบพยานฝ่ายอัยการเเละโจทก์

ส่วนของคดีนี้ ซึ่งเป็นคดีที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาเด็ดขาดมาเเล้ว หากมีการสืบพยานคู่ความทั้งสองเสร็จสิ้น ศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นจะต้องส่งสำนวนบันทึกการพิจารณาสืบพยานคดีในศาลไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณามีคำพิพากษาชี้ขาดต่อไป

ที่มา… INN

แห่ซื้อ! เลขเด็ดทะเบียนรถตู้ 25 ศพ และรถเก๋งครอบครัวอดีต ผวจ.

ชาว จ.ชยนาท แห่ซื้อ! เลขดัง 352 เลขทะเบียนรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุใหญ่ มีคนเสียชีวิต 25 ศพ ขาดตลาดเนื่องจากคอหวยออกมากว้านซื้อจนเกลี้ยงแผง

วันที่ 15 ม.ค. 60 ที่ จ.ชัยนาท บรรยากาศการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 ม.ค. 60 ปรากฏว่าเลขดัง 352 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุใหญ่ มีคนเสียชีวิต 25 ศพ ขาดตลาดเนื่องจากคอหวยออกมากว้านซื้อจนเกลี้ยงแผง

โดยแม่ค้าแผงสลากกินแบ่งรัฐบาลบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทยสาขาชัยนาท บนถนนคงธรรม ในตัวเมืองชัยนาท แหล่งซื้อขายสลากแหล่งใหญ่ของจังหวัดเปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดประจำวันที่17 ม.ค. 60 ถือว่าค่อนข้างคึกคักมากกว่างวดที่แล้ว เนื่องจากมีกระแสเลขเด็ดออกมาหลายสำนักและหลายชุดตัวเลข โดยเฉพาะเลขที่มาแรงแซงทางโค้งอย่าง 352 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนรถตู้ที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อช่วงปีใหม่ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนถึง 25 คน

และบังเอิญไปตรงกับเลขทะเบียนรถเก๋งของครอบครัวอดีต ผวจ.ขอนแก่นที่ประสบอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตยกคัน ทำให้เลข 352 ถูกคอหวยออกมากว้านซื้อจนเกลี้ยงแผงและขาดตลาดไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากตัวเลขชุดดังกล่าวแล้วยังมีตัวเลขมหามงคลต่างๆก็ขายดีเช่นกัน โดยจากการตรวจสอบในพื้นที่ จ.ชัยนาท ก็ยังคงพบแม่ค้าที่เดินเร่ขายยังแอบขายสลากเกินราคา ด้วยการจัดเป็นเลขชุด เลขดังในราคา100-120 บาทต่อฉบับ โดยอ้างว่ารับมาจากยี่ปั๊วในราคาที่เกิน 80 บาทต่อฉบับจึงต้องขายแพงกว่าราคาควบคุม