นายกฯ เผยภาพลายพระหัตถ์ในหลวง ร.10 ส่งให้กำลังใจเหตุน้ำท่วมภาคใต้

นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน “พิธีปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ที่ พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ ก่อนเผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนน้ำท่วม พร้อมพระราชทานลายพระหัตถ์ เป็นกำลังใจ 

วันนี้  (13 ม.ค.60)  09:00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมองคมนตรี ร่วมปล่อยคาราวานช่วยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีหนังสือลายพระหัตถ์ถึงพสกนิกรชาวไทย ความตอนหนึ่งว่า “ด้วยความรักและห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและความมั่นคงของชาติ”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเผยอีกว่า เมื่อค่ำวันที่ 12 มกราคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ตนในฐานะนายกมนตรีพร้อมด้วย รมว.มหาดไทย เฝ้าเพื่อถวายรายงาน ซึ่งพระองค์ทรงรับสั่งห่วงใยประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ทรงรับสั่งดูแลประชาชนและแก้ปัญหาให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานไว้มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา


ตร.ส่งสำนวนฟ้อง 2 ผู้ต้องหาฆ่า ‘มะปิน’ ชิงไอโฟน โทษถึงประหาร

ตำรวจนำสำนวนส่งฟ้องให้กับอัยการกรณี 2 คนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ ‘มะปิน’ บัณฑิต มศว. ขณะที่อัยการระบุ คดีนี้อาจถึงขั้นประหารชีวิต

เมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ตำรวจ สน.โคกคราม นำสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี และนายสุพัฒชัย หรือเอ็กซ์ จันทร์ศรี 2 ผู้ต้องหา ฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน นายวศิน เหลืองแจ่ม บัณฑิตมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 เขตลาดพร้าว กรุงเทพ

ด้าน นาย เจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ หากถึงชั้นศาลจะทำให้มีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่นั้น ก็อาจเป็นไปได้ เพราะการรับสารภาพเป็นเหตุให้ลดโทษได้ ยกเว้นสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ซึ่งคดีนี้ตนกำลังพิจารณาอยู่ว่า ผู้ต้องหารับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานหรือไม่ แต่จากที่พนักงานสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงให้ฟังลักษณะเป็นการจำนนต่อหลักฐาน ซึ่งอาจถูกพิจารณาโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา คาดว่าจะยื่นฟ้องได้ระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค.นี้

ตร.คุมแก๊งผู้กำกับทำแผนคดี ‘อุ้มฆ่าสาวทอม’

ตำรวจคุมตัว 2 ผู้ต้องหาแก๊ง ‘อุ้มฆ่าสาวทอม’ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แพทย์ระบุการเสียชีวิตเกิดจากขาดอากาศหายใจ

เมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หนองค้างพลู นำตัว นายนิวัฒน์ สวยทอง และนายภูมิทัศน์ พิบูรณ์สวัสดิ์ 2 ผู้ต้องหา แก๊งอุ้มฆ่า มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ซอยเพชรเกษม 116 ย่านพุทธมณฑล สาย 4 ภายหลังผู้ต้องหา รับสารภาพว่านั่งรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ฒษ 4515 ของนายสามารถ แสงสิน ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี มาอุ้มผู้เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ

ส่วน พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ นักร้องสาวคนสนิท ยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพ.ต.อ.อำนวย จริง แต่ไม่รู้เห็นกับการอุ้มฆ่าอำพรางศพ เจ้าหน้าที่จึงไม่นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ซึ่งภายหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจ ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชันฝากขัง ผลัดแรก โดยพนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,หน่วงเหนี่ยวกักขัง , และเคลื่อนย้ายทำลายศพ พร้อมมีความเห็นห้ามประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ เกรงว่าผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

ทางด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ ที่ได้เดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าของคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.อ.อำนวย กับ น.ส.กรรณิกา หรือดาว พบว่าทั้งคู่แอบคบหาในลักษณะของภรรยาน้อยมาได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งตลอดที่ผ่านมา พ.ต.อ.อำนวย ได้ส่งเสียเลี้ยงดู น.ส.กรรณิกา มาโดยตลอด โดยโอนเงินให้ น.ส.กรรณิกา ครั้งละ 1-2 แสนบาท จึงทำให้ น.ส.กรรณิกา มีเงินเก็บอยู่เป็นจำนวนมากพอสมควร ก่อนจะมาแอบคบหากับ น.ส.สุภัคสรณ์ ผู้ตาย และให้ผู้ตายหยิบยืมเงินไปใช้หลายครั้ง

แต่ในช่วงระยะหลังก่อนเกิดเหตุดังกล่าว น.ส.กรรณิกา มาจับได้ว่าผู้ตายแอบนอกใจไปสนิทสนมคบหากับหญิงสาวรายอื่น จึงทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ จึงทำให้เชื่อว่า น.ส.กรรณิกา น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุการฆาตกรรม ในครั้งนี้อย่างแน่นอน และน่าจะเป็นผู้ทำหน้าที่คอยบอกรายละเอียดข้อมูลของผู้ตายและเป็นคนชี้เป้าให้กับทีมสังหารลงมือก่อเหตุ

ส่วนที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวานนี้ ( 12 ม.ค. ) ทางครอบครัวของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้เดินทางมารับศพ ซึ่งครอบครัวได้เปิดเผยว่า ไม่ทราบว่าลูกไปยืมเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาจริงหรือไม่เพราะลูกไม่เคยเล่าให้ฟัง โดยหลังจากนี้จะไปเชิญดวงวิญญานของลูกในที่เกิดเหตุก่อนนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน จ.สระแก้ว

ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผยผลการชันสูตร ว่า เบื้องต้น ระบุได้เพียงว่า เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ แต่ยังไม่สามารถชี้ได้ในตอนนี้ว่าเพราะเหตุใดหรืออะไรทำให้ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากสภาพศพเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ก็พบว่า บริเวณใบหน้ามีลักษณะบิดเบี้ยว ส่วนร่างกายไม่พบบาดแผล มีเพียงรอยฟกช้ำตามร่างกาย แต่ไม่มาก ไม่พบกะโหลกหรือกระดูกข้อต่อใดแตกหัก แต่ชี้ได้ว่าเสียชีวิตก่อนถูกฝังกลบ

สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับอีก 3 คน คือ 1.นายชัยยุทธ หรือจบ เบ็ญจชาติ อายุ 41 ปี 2.นายภาณุเมศวร์ หรือจิ๋ว มีลา อายุ 34 ปี และ 3.นายสามารถ แสงสิน อายุ 50 ปี ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเป็นทหาร 2 คน และอดีตข้าราชการตำรวจ 1 คน