รุมด่า ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ วางแผนยกธุรกิจให้ลูกชายก่อนรับตำแหน่ง ปธน.

ผู้อำนวยการสำนักงานจริยธรรมสหรัฐฯ วิจารณ์แผนการส่งมอบธุรกิจให้ลูกชายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสม ขณะที่ทรัมป์ยอมรับครั้งแรก เชื่อรัสเซียอยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลพรรคเดโมแครต

นายวอลเตอร์ ชาบบ์ ผู้อำนวยการสำนักงานจริยธรรมสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์แผนการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ที่ประกาศจะส่งมอบธุรกิจให้แก่ลูกชายก่อนถึงพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้

นายชาบบ์ กล่าวว่า แผนดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับมาตรฐานของตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในรอบกว่า 40 ปี และแนวทางนี้ไม่อาจขจัดข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้

เขากล่าวด้วยว่า นายทรัมป์ควรจะขายสินทรัพย์ทางธุรกิจ และนำกำไรที่ได้ไปให้กองทุนรักษาหุ้น หรือบลายด์ทรัสต์ (Blind Trust) ที่ดำเนินการโดยผู้ดูแลผลประโยชน์อิสระ แทนที่จะเป็นคนในครอบครัว

เมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น นายทรัมป์กล่าวในงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง ว่า เขาจะส่งมอบธุรกิจให้กองทุนที่บริหารโดยลูกชาย และลาออกจากการเป็นผู้บริหารของ “ทรัมป์ ออร์กาไนเซชั่น”

นายทรัมป์ส่งไม้ต่อให้นางเชอรี่ ดิลลอน ทนายความ อธิบายว่า อำนาจการจัดการในทรัมป์ ออร์กาไนเซชั่น จะถูกส่งมอบให้กับกองทุนที่ดูแลโดย ดอน และอีริค ลูกชาย 2 คน ของนายทรัมป์ รวมถึง อัลเลน เวสเซลเบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินของบริษัท

ทรัมป์ ออร์กาไนเซชั่น เป็นเสาหลักของการลงทุนต่างๆ ที่มีหลายร้อยโครงการของทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ แบรนด์สินค้า และธุรกิจต่างๆ

ผู้อำนวยการสำนักงานจริยธรรม เปรียบเทียบแผนการส่งมอบธุรกิจของทรัมป์ กับกรณีของ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทิลเลอร์สันประสบความสำเร็จในการทำให้ทุกคนเชื่อมั่น ด้วยการยุติบทบาทตำแหน่งประธาน และผู้บริหารสูงสุดของบริษัท เอ็กซ่อน

ชาบบ์ กล่าวถึงทิลเลอร์สันว่า เขารู้ดีว่าในบางครั้งอาจต้องสูญเสียผลประโยชน์บางอย่าง เมื่อเข้ามารับใช้รัฐบาล

นอกจากนี้ ชาบบ์ยังระบุด้วยว่า ตำแหน่งประธานาธิบดีไม่จำเป็นต้องเผชิญปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเหมือนกับเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ เนื่องจากมีทางเลือกในการนำไปฝากให้บลายด์ทรัสต์ที่บริหารโดยคนอื่นดูแล เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น แต่หากกองทุนดังกล่าวบริหารโดยลูกชายของทรัมป์ จึงไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ บลายด์ทรัสต์

ทั้งนี้ สำนักงานจริยธรรมสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2521 เพื่อตรวจสอบเรื่องสินบน การเล่นพรรคเล่นพวก และผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะผู้บริหารประเทศ

ขณะที่นายทรัมป์ระบุในงานแถลงข่าวที่อาคาร ทรัมป์ทาวเวอร์ ว่า เขามีแผนที่จะเร่งยกเลิกนโยบายโอบาม่าแคร์ในทันทีที่สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้ พร้อมกับจะเร่งดำเนินการสร้างกำแพงในบริเวณชายแดนที่อยู่ติดกับเม็กซิโก รวมถึงแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่

ขณะที่หลายคนก็เกิดคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และรัสเซีย โดยนายทิลเลอร์สัน ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลของทรัมป์ ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัสเซีย

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวล่าสุด ทรัมป์ ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า เขาเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองรัสเซีย อยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของพรรคเดโมแครต ก่อนจะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด พร้อมกับระบุว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก

ทรัมป์บอกว่า ผู้นำรัสเซียไม่ควรทำแบบนี้ และรัสเซียจะเคารพสหรัฐฯ ในขณะที่เขาบริหารประเทศมากกว่าในช่วงที่คนอื่นบริหาร นอกจากนี้ เขายังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า รัสเซียไม่ใช่ประเทศเดียวที่จารกรรมข้อมูลของสหรัฐฯ และกล่าวโทษว่า พรรคเดโมแครต ไม่มีระบบป้องกันภัยบนอินเทอร์เน็ตที่ดีพอ

โจรแสบ! สะกดรอยตามหนุ่มเกาหลีใต้ กระชากสร้อยทอง 7 บาท

โจรสะกดรอยตามหนุ่มแบงก์ชาวเกาหลีใต้ กระชากสร้อยทอง 7 บาท  โอดเที่ยวพัทยาวันแรกก็เจอก่อเหตุ ตร.เร่งตามลากตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 13 ม.ค. 60 ร.ต.อ.จันดา เดิมพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณหน้าบ้านแก้วสอร์ท เลขที่ 123/55 ตั้งอยู่ซอย 13 นาเกลือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีอยู่ในอาการแตกตื่นตกใจ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หลังจากที่กลับจากท่องราตรีเมืองพัทยาได้ใช้บริการเหมารถโดยสารกลับที่พัก โดยไม่ได้สังเกตว่ามีผู้ติดตามมา จนกระทั่งมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุโชเฟอร์ได้ตีไฟเลี้ยวพร้อมหักพวงมาลัยเข้าที่พัก ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายหนึ่งคนขับขี่จยย.เข้ามาประกบข้างพร้อมทั้งเอื้อมมือมากระชากสร้อยคอทองคำหนัก 7 บาท มูลค่ากว่า 180,000 บาทของนายคิม พนักงานธนาคารชาวเกาหลีใต้ แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงรอยแดงที่คอจากแรงกระชาก หลังเกิดเหตุจึงรีบขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้เดินทางมาเที่ยวพัทยาเป็นวันแรกจึงไม่ได้ระมัดระวังตัวเท่าที่ควร ประกอบด้วยคนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการก่อเหตุเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายสวมเสื้อปิดบังสร้อยคออย่างมิดชิด ก็ยังสามารถกระชากสร้อยของผู้เสียหายไปได้ อีกทั้งยังมาก่อเหตุเพียงคนเดียวและได้ทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีผ่านไป แต่ก็ไม่สามารถสกัดจับได้ทำให้คนร้ายหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสพร้อมทั้งตรวจสอบวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คนร้ายติดตามมาจนกระทั่งก่อเหตุแล้วหลบหนีไป เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพื่อนเหยื่อ นิสิต มศว ถูกฆ่าชิงไอโฟน ชูป้ายวอนงดลดโทษคนผิดซ้ำซาก

เพื่อนนิสิต มศว เหยื่อถูกคนร้ายฆ่าชิงไอโฟน วอนผู้ใหญ่ตั้งกฎหมายไม่ให้อภัยคนร้ายทำผิดซ้ำซาก

ที่ วัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีการฌาปนกิจศพ นายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ มะปิน เหยื่อฆาตกรโหดฆ่าปาดคอชิงโทรศัพท์มือถือ iphone เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศภายในงาน มีพระภิกษุจากวัดพระธรรมกายและศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายมาร่วมงานจำนวนกว่า 2.000 คน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเพื่อนๆ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาร่วมแสดงออกด้วยการชูป้ายกระดาษรูปมือถือค้อนและมีข้อความว่า คดีซ้ำ-ไร้สำนึกชั่วดี ไม่มีสิทธิลดโทษพร้อมทั้งได้ตั้งเพจ fight for mapin เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุดกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่า นายวศิน เหลืองแจ่ม อย่างโหดเหี้ยม

ด้าน นายพรเทพ ตุ้มทอง แกนนำตั้งเพจ fight for mapin ได้ให้สัมภาษณ์ว่า พวกตนเป็นเพื่อนของมะปิน ที่ออกมาในวันนี้ก็เผื่อเรียกร้องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดีของมะปิน เป็นที่ทราบกันว่าผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุและเข้าคุกมาแล้วหลายครั้ง จึงอยากให้คนร้ายที่ทำผิดซ้ำซาก ไม่ได้รับการลดโทษไม่ว่าจะกรณีใดๆ

โดยตนอยากฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ว่าเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก พวกเราจึงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นอีกโดยไม่มีการแก้ไขอะไรเลย  จึงตั้งเพจ fight for mapin ขึ้นมาเพื่อล่ารายชื่อบุคคลที่เห็นด้วย ก่อนจะได้นำรายชื่อทั้งหมดส่งให้กับสภาปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไข กฎหมายต่อไป