จวกยับ! นักท่องเที่ยวปีนป่ายโหนรถแดง ไม่กลัวตาย

จวกยับ! นักท่องเที่ยวชาย หญิง เล่นพิเรนปีนป่ายโหนรถสี่ล้อแดง เชียงใหม่ แบบไม่กลัวตาย ทำคนพบเห็นหวั่นเกิดอันตราย

วันนี้ (12 ม.ค. 60) เว็บไซต์ เชียงใหม่นิวส์ รายงานว่า จากกรณีที่ทางโซเชียลไลน์ @191chiangmai ได้แชร์ภาพเหตุการณ์ชาวต่างชาติทั้งชายและหญิง แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตราย โดยในภาพเป็นเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชายและหญิง กำลังยืนอยู่ที่บริเวณท้ายรถโดยสารสี่ล้อแดง ขณะใช้บริการเดินทางไปตามเส้นทางตัวเมืองเชียงใหม่ และได้ปีนขึ้นไปเหยีบราวจับ พร้อมทั้งทำการห้อยโหนคานเหล็กที่วางสัมภาระด้านบนตัวรถ ในลักษณะแกว่งไปมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษวิจารณ์

จากการสอบถามไปยัง นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ภายหลังจากที่ได้เห็นภาพก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังดำเนินการตรวจสอบกับเจ้าของรถทั้งสองคันที่ปรากฎภายในภาพว่าเป็นนของใคร และภายหลังจากทราบแล้วก็จะเรียกตัวคนขับรถมาทำการสอบถามถึงข้อเท็จจริงของเเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยเบื้องต้นนั้นทราบหมายเลขทะเบียนรถโดยสารทั้งสองคันแล้ว และหากตรวจสอบว่ามีความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการและลงโทษตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ในโทษฐาน “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ” ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมทั้งจะได้ทำการตักเตือนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก และขณะเดียวกันอยากฝากเตือนให้ทางประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยว่าเวลานั่งโดยสารควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตนให้มาก

และควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ เพื่อไม้ให้เกิดอันตรายกับตัวเองที่อาจส่งผลเสียต่อมาภายหลัง รวมไปถึงผู้ขับรถโดยสารควรให้คำแนะนำ และหากเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติแสดงพฤติกรรมหรือกำลังกระทำผิดก็ควรแจ้งเตือน หรือให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้ด้วย

ด้าน นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ภายหลังจากที่ตนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ดำเนินการติดตามข้อมูลแล้ว และทราบเบื้องต้นว่าภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปห้อยโหนเพื่อถ่ายภาพ ซึ่งระหว่างนั้นเป็นช่วงระหว่างที่รถโดยสารจอดอยู่กับที่ จึงไม่เกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตนทราบเรื่องก็ได้แจ้งกับทางคนขับรถแล้วว่าควรห้ามปรามและให้คำแนะนำกับทางนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวผู้โดยสาร รวมไปถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้น เนื่องจากบางครั้งผู้พบเห็นนั้นอาจมองว่ามันมีความอันตรายและหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาก็จะส่งผลเสียต่อผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ทางตนก็จะแจ้งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ขับรถ รวมถึงนักท่องเที่ยวทราบอีกครั้งผ่านทางสถานีวิทยุชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

ตั้งกองทุนสวัสดิการ ช่วยสุนัขตำรวจหลังเกษียณ

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ตั้งกองทุนสวัสดิการดูแลสุนัขตรวจค้นยาเสพติด เพื่อระดมทุนนำไปเป็นสวัสดิการ ดูแลสุนัขตรวจค้นยาเสพติดทั้งในระหว่างประจำการ และปลดประจำการ

พันตำรวจเอกไตรรงค์ ผิวพรรณ หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ผู้ดูแลโครงการ บอกว่า ปัจจุบันกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีสุนัขดมกลิ่นค้นหายาเสพติดประจำการตามด่านตรวจชายแดนทั้งหมด 110 ตัว ใน 43 ด่าน โดยสุนัขเหล่านี้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าหน้าที่ แต่งบประมาณที่ได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ครอบคลุมในการดูแลสุนัขเหล่านี้

ซึ่งทาง พลตำรวจตรีพูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มองเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงให้จัดตั้งกองทุนขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือ โดยเงินที่ได้จากการบริจาคจะนำไปจัดซื้ออาหารเสริม ชุดกันหนาว เป็นค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย รวมทั้งจัดทำชุดเครื่องแบบให้กับเหล่าสุนัข เพื่อให้เป็นมาตรฐานทัดเทียมสุนัขดมกลิ่นของต่างประเทศ รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับตำรวจผู้บังคับสุนัข


กองทุนนี้ยังดูแลไปถึงสุนัขที่ปลดประจำการหลังทำงานมา 8 ปี ที่เกือบทั้งหมด ผู้บังคับสุนัขจะรับเลี้ยงดูต่อด้วยความผูกพัน ซึ่งสวัสดิการในการดูแลถือเป็นบำนาญที่พวกมันจะได้รับเป็นการตอบแทน

ก่อนหน้านี้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้จัดพิธีติดยศสุนัขดมกลิ่น พร้อมมอบปลอกคอชั้นยศเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อตอบแทนการทำงานและสร้างขวัญกำลังใจตำรวจผู้บังคับสุนัข โดยยศของสุนัขดมกลิ่น มีตั้งแต่ยศ สุนัขตำรวจตรี สุนัขตำรวจโท และ สุนัขตำรวจเอก สุนัขที่ได้ยศสุนัขตำรวจตรีจะได้รับปลอกคอประดับกระดุมสีทองแดง สุนัขตำรวจโทได้รับปลอกคอประดับกระดุมสีเงิน และ สุนัขตำรวจเอกได้รับปลอกคอประดับกระดุมสีทอง

สำหรับผู้ต้องการร่วมบริจาคช่วยเหลือสุนัขดมกลิ่นที่ปลดประจำการ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขา สี่แยกสนามบิน เลขที่บัญชี 554-0-21057-3

หนุ่มร้อยเอ็ด หึงแฟนสาวกิ๊ก รปภ. บุกใช้ปืนทุบหัว

หนุ่มร้อยเอ็ด หึงหวงแฟนสาว แอบคบกับ รปภ. ธนาคารแห่งหนึ่ง บุกเดี่ยวไปเจรจาที่ธนาคาร ตกลงไม่ได้ แย่งปืนทุบหัว ระบายแค้น ก่อนวิ่งหลบหนี

พันตำรวจตรีชาญชัย นนชนะ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาร้อยเอ็ด ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช หน้าวัดกลางมิ่งเมือง ว่า มีชายหนุ่มเข้าไปที่ธนาคารแล้วแย่งชิงปืน ลูกโม่ขนาด .38 ของ นายพีระวุฒิ ผลาเสพ อายุ28 ปี รปภ. ซึ่งทำหน้าที่หน้าธนาคาร ก่อนจะทำร้ายร่างกาย ด้วยการตีจนหัวแตก แล้วหลบหนีไป

จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุ คือ นายปรัชญา บุญเกิด อายุ 36 ปี ถูกควบคุมตัวได้ที่หน้ารีสอร์ตแห่งหนึ่งในเขต อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด

พันตำรวจโทไพรัตน์ บุปผา รอง ผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธร.เมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายปรัชญา ผู้ก่อเหตุ ให้การอ้างว่า แต่งงานอยู่กินกับภรรยา ซึ่งเป็นพนักงานธนาคารที่เกิดเหตุ และทราบมาว่า นายพีระวุฒิ ซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่ธนาคารเดียวกันนั้น มาติดพัน ตนเองจึงมาเคลียร์ปัญหาที่ธนาคารที่เกิดเหตุ โดยมีผู้จัดการธนาคารมาเจรจาเพื่อหาข้อยุติ และให้เลิกยุ่งกับภรรยาของตน

แต่นายพีระวุฒิ กลับไม่ยอมคุยด้วย และเดินหนีออกมาจากห้องผู้จัดการธนาคาร พร้อมกับพูดในทำนองว่า ภรรยาของตนเอง ไปยุ่งกับ นายพีระวุฒิ ทำให้ตนเกิดโมโห และด้วยความแค้น จึงตามไปทำร้ายร่างกาย นายพีระวุฒิ แล้วกระชากเอาปืนจากเอวของ นายพีระวุฒิ แล้วทุบตีไปที่ศีรษะหลายครั้งจนล้มลง แล้วหลบหนีไป หลังจากการบันทึกปากคำแล้วตำรวจได้นำตัวส่ง มอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป