รมว.เกษตรฯ กำชับหน่วยงาน เร่งระบายน้ำปากพนังภายใน 7 วัน ระบุ ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปากพนังมีถึงพันล้านลูกบาศก์เมตร
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำทีมหน่วยงานทุกสังกัดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำที่ อบต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม ก่อนจะเดินทางไปพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและสวนยางพารา เพื่อมอบถุงยังชีพรวมถึงเสบียงสัตว์ ที่วัดสว่างอารมณ์ ม.6 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

โดย พล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า มีปริมาณน้ำที่ขังอยู่ในลุ่มน้ำปากพนังถึงพันล้านลูกบาศก์เมตร และจากการติดตั้งเครื่องสูบ รวมถึงการผลักดันน้ำได้ลดลงเหลือ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณเทียบเท่ากับน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้ ทุกฝ่ายโดยเฉพาะกรมชลประทานได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่มีขนาดใหญ่ เพื่อเร่งสูบน้ำให้ลดลงภายใน 7 วัน โดยจะต้องเร่งระบายน้ำก่อนที่มรสุมลูกใหม่จะเข้านครศรีธรรมราช ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุในช่วงกลางเดือนนี้
ส่วนการแก้ปัญหาหลังจากนี้เพื่อพ้นจากปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ได้มีการทำแผนบริหารจัดการน้ำเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2558 โดยการทำการระบายน้ำ การทำคลองเลี่ยงเมือง และระบายน้ำออกสู่ทะเล มีการตั้งงบประมาณไว้ในปี 2562 แต่ได้สั่งให้โยกงบมาทำในปี 2560 โดยจะต้องเร่งทำทันที เหมือนกับพื้นที่ อ.หาดใหญ่ สงขลา ก็ได้เริ่มทำไปแล้วบริเวณ คลองเลี่ยงเมือง, ตรัง และสุราษฎร์ธานี มีเพียง นครฯ ที่ยังไม่มีการเริ่มทำแต่อย่างใด ซึ่งตรงไหนมีปัญหาติดขัดเรื่องของชาวบ้านก็ให้ทางจังหวัดจัดการเพื่อความรวดเร็ว
สำหรับความเสียหายทางด้านการเกษตรในครั้งนี้ ภาคใต้มีเกษตรกรได้รับผลกระทบแล้ว 392,797 ราย พื้นที่คาดว่าเสียหาย 938,473 ไร่ นาข้าว 249,446 ไร่ พืชสวนและอื่น ๆ 666,283 ไร่ เป็นยางพารา 31,876 ไร่ ด้านประมง 25,084 ไร่ บ่อปลา 30,365 ไร่ บ่อกุ้ง 8,017 ไร่ และ ด้านปศุสัตว์สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 7,570,365 ตัว












