โหรชื่อดัง เตือน!! วางอ่างบัวปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ ส่อเกิดเรื่องวุ่นกับประเทศ

‘อ.เก่งกาจ’ โหรชื่อดัง เตือน!! วางอ่างบัวปรับภูมิทัศน์ทำเนียบเป็นการแก้ฮวงจุ้ยไม่ถูกทาง ส่อเกิดเรื่องวุ่นมีแต่ความเสียหายเกิดขึ้นในประเทศ

จากกรณี เลขานายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงการปรับภูมิทัศน์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนำอ่างบัวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร จำนวน 10 ใบ ที่ปลูกดอกบัวสีม่วง และสีเหลือง มาวางตกแต่งบริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ และบริเวณโดยรอบศาลพระภูมิเจ้าที่ ด้านหน้าห้องทำงานสื่อมวลชน

ล่าสุด อาจารย์เก่งกาจ จงใจพระ หมอดูชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการที่ทางเลขานายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าไม่ใช่การแก้ฮวงจุ้ย แต่เป็นเพียงการปรับภูมิทัศน์ให้ดูสวยงามเท่านั้น แต่ทางโหราศาสตร์เรียกกรณีดังกล่าวว่าเป็นการปรับฮวงจุ้ย ขณะที่ ทำเนียบรัฐบาลถือเป็นสถานที่สำหรับบริหารประเทศ ดังนั้นสัญลักษณ์ต้องเป็นดาวอาทิตย์ คือราศีสิงห์ แต่ดอกบัวเป็นดาวพฤหัส ดอกบัวจึงอยู่ในราศีธนู และอ่างน้ำเป็นธาตุน้ำ ซึ่งอ่างน้ำหรือบ่อจะเป็นดาวจันทร์

เพราะฉะนั้นการนำน้ำไปไว้ในทำเนียบรัฐบาลถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี จะทำให้อำนาจของธาตุไฟลดลง ซึ่งมี 10 อ่าง จึงเท่ากับเลข 1 เป็นดาวอาทิตย์ที่อยู่ราศีสิงห์ และน้ำเป็นดาวจันทร์ก็จะกลายเป็นวินาศของราศีสิงห์ จึงเป็นมรณะของราศีธนู ทั้งนี้หากสังเกตุจะเห็นได้ว่า หลังจากมีการตกแต่งและเริ่มเปิดตัวนั้น ประเทศไทยจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีสินบนโรลส์-รอยซ์

และ กรณีที่ CPI มีการสำรวจค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ปี 2016 ปรากฎว่าประเทศไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ลดลง 3 คะแนน ได้ลำดับที่ 101 เมื่อเทียบกับปี 2558 ได้ 38 คะแนน อยู่อันดับ 76 จาก 168 ประเทศ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีการคอร์รัปชั่นเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น การตั้งอ่างบัวดังกล่าว จะทำให้มีเรื่องไม่ดีต่างๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งเรียกว่าภพวินาศกับภพมรณะซึ่งเป็นภพลับ โดยจะถือว่าเรื่องเก่าๆ ลับๆ จะค่อยๆ คลี่คลายออกมา ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ควรมีน้ำเข้าไปยุ่งเกี่ยว เนื่องจากเป็นธาตุไฟ หากนำน้ำเข้ามายุ่งจะทำให้อำนาจลดลงและมีแต่เรื่องเสียหายเกิดขึ้น จึงถือว่าการวางอ่างบัวไม่ใช่เรื่องของภูมิทัศน์ แต่เป็นการแก้ฮวงจุ้ยไม่ถูกทาง อย่างไรก็ตามการดูดังกล่าวถือเป็นการดูตามโหราศาสตร์ทั่วไปเท่านั้น

สาวเตือนระวัง หลังถูกเอ็นเบ็ดพันคอ ขณะขี่รถผ่านคนตกปลาข้างถนน

สาวแชร์อุทาหรณ์ นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ผ่านคนตกปลาข้างถนน เส้นเอ็นพันคอ-หน้า บาดเจ็บตาหวิดบอด ขระผู้ก่อเหตุเผ่นหนี จี้จนท.จัดการหวั่งเกิดเหตุซ้ำอีก 

วันนี้ (30 ม.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Zee Kornkanok ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้ขับขี่รถ หรือเดินทางผ่านคนที่ตกปลาอยู๋ริมถนนให้ระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันอย่างที่เธอเจอมาก็เป็นได้

ตกปลา, ข่าวจังหวัดปทุมธานี

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า อุทาหรณ์สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และคนที่มักง่ายตกปลาริมถนน!!
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28/01/2560 เวลา 17.40 น. ที่ถนนเส้นหลักหกมุ่งหน้าไปทางวัดนาวง ข้างทางมีคนตกปลาอยู่ริมถนน ขณะที่คนนั้นกำลังพยายามดึงคันเบ็ด ซึ่งตะขอเบ็ดติดอะไรสักอย่างในน้ำ เรากับแฟนขับรถผ่านพอดีแล้วเราก็โดนสายเบ็ดตกปลาที่เป็นเส้นเอ็นเหวี่ยงมาพันที่คอ (เราเป็นคนซ้อนท้ายแฟนเป็นคนขับ) เรารีบพยายามดึกออกจากคอ แล้วสายเบ็ดก็ขาดออกจากตัวคันเบ็ดและมาพันที่หน้า

คนที่ตกปลาพูดเหมือนจะรับผิดชอบแล้วก็หลบหนีไป *อยากบอกคนที่ชอบตกปลาข้างถนนว่าคุณควรคำนึงถึงคนที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านว่ามันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ แต่ก็โชคดีที่ไม่โดนตาแล้วไม่บาดคอหรือตกลงจากรถและรถไม่ล้ม ปล.อยากให้คุณตำรวจสอดส่องดูแล เพราะไม่ใช่สถานที่ตกปลาและอาจจะเกิดกับคนอื่นร้ายแรงกว่านี้ได้ค่ะ

ขอบคุณข่าวจาก Zee Kornkanok

ศาลสหรัฐฯ ระงับคำสั่ง “ทรัมป์” แบนผู้ลี้ภัย-ชาวมุสลิม

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์กประกาศคำสั่งฉุกเฉินชั่วคราวเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ห้ามเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เนรเทศผู้ลี้ภัยและและพลเรือนจาก ประเทศมุสลิม 7 แห่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผู้พิพากษาแอน ดอนเนลลี มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากทนายความของกลุ่มสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ ACLU ได้ยื่นคำร้องต่อศาลในฐานะผู้แทนของประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิม ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่สนามบินต่างๆ ในสหรัฐฯ ภายหลังพวกเขาเดินทางถึงสหรัฐฯ ในช่วงที่คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์มีผลบังคับใช้แล้ว

นายอังเดร เซกูรา ทนายความของกลุ่ม ACLU กล่าวว่า คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีความเป็นอเมริกัน

คำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ ที่ลงนามเมื่อวันศุกร์ ได้ระงับโครงการผู้ลี้ภัยเข้าประเทศอย่างน้อย 120 วัน// รวมทั้งห้ามรับผู้ลี้ภัยจากซีเรีย จนกว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สอดคล้องกับประโยชน์ของสหรัฐฯ// และห้ามพลเรือนจาก 7 ประเทศมุสลิม ได้แก่ อิรัก ซีเรีย อิหร่าน ซูดาน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน เข้าสหรัฐฯ อย่างน้อย 90 วัน

ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่า บุคคลที่ได้สิทธิ์พำนักถาวร หรือกรีนการ์ด รวมถึงผู้ที่ได้รับวีซ่าประเภทอื่นๆ จะสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ หรือไม่

คำสั่งของนายทรัมป์ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และประท้วงตามมา ด้านองค์กรที่ปกป้องสิทธิมนุษยชน “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ก็วิจารณ์ว่า เป็นการดำเนินการที่พุ่งเป้าเรื่องสัญชาติและประเทศที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม พร้อมกับเรียกร้องให้แก้ไขในทันที