โสมแดงเผยภาพ ‘คิม จอง อึน’ ในวันเกิดครบ 34 ปี

เกาหลีเหนือเผยภาพผู้นำในวันที่เชื่อว่าเป็นวันเกิด

สถานีโทรทัศน์ทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพนิ่งของนาย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ขณะเดินทางเยือนโรงงานทอผ้าไหม และหอพักสำหรับคนงานแห่งใหม่ในกรุงเปียงยาง ของเกาหลีเหนือ โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในวันที่ 8 มกราคม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายคิม

แม้จะมีข้อมูลว่าเมื่อวานนี้คือ วันที่ผู้นำเกาหลีเหนืออายุครบ 34 ปี แต่ก็ไม่มีกิจกรรมที่แสดงถึงการเฉลิมฉลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อายุของนายคิมถือเป็นความลับของชาติ โดยหลักฐานเดียวที่เกี่ยวกับอายุของเขามาจากนายเคนจิ ฟูจิโมโต้ พ่อครัวประจำตัวของนายคิม จอง อิล บิดาของนายคิม ที่ระบุว่า นายคิมเกิดในปี 2526 สอดคล้องกับที่นายเดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเก็ตบอล NBA ชื่อดังเผยว่า เคยร้องเพลงวันเกิดให้นายคิมเนื่องในโอกาสอายุครบ 30 ปี เมื่อปี 2556 แต่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้เชื่อว่า เขาเกิดปี 2527

ประวิตร ปัดตอบโพลคนไม่พร้อมเลือกตั้ง สั่งทุกฝ่ายช่วยน้ำท่วมใต้

“พล.อ.ประวิตร” ปัดตอบผลโพลประชาชนยังไม่พร้อมเลือกตั้ง ปี 60 ก่อนสั่งตรวจสอบโฆษกธรรมกายหนีออกนอกประเทศ  สั่งทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือน้ำท่วม พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟู เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ย้ำไม่ตรวจสอบย้อนหลังปมทุจริตสอบตำรวจ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่ระบุว่า ยังไม่พร้อมจะเลือกตั้งในปี 2560 ว่า รัฐบาลไม่ได้คิดว่า ผลสำรวจจะออกมาในรูปแบบใด แต่รัฐบาลต้องเดินตามโรดแมปที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ในภาพรวม ส่วนเรื่องอื่นยังไม่ได้คิดว่าจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ และอยู่อีกกี่ปี แต่จะต้องทำตามโรดแมปให้ได้

น้ำท่วมภาคใต้, ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ไม่ขอตอบว่า มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี ถึงปัจจัยที่ไม่สามารถดำเนินการตามโรดแมปได้หรือไม่ เนื่องจากโรดแมปขั้นที่ 1 ยังไม่แล้วเสร็จ จนไปสู่การเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนการปฏิรูปที่หลายฝ่ายมองว่าจะปฏิรูปไม่เสร็จก่อนเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าขณะนี้มีการปฏิรูปไปแล้วหลายเรื่องและขณะนี้ก็ยังดำเนินการปฏิรูปต่อไป

ส่วน กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ที่ประเทศฝรั่งเศส นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบก่อนว่ารูปดังกล่าวเป็นรูปภาพปัจจุบันหรือไม่ เป็นรูปภาพที่ถ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อใด โดยยืนยันว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการตามรูปคดีทั้งหมด และเรื่องใดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการทั้งหมด รวมทั้งจะต้องตรวจสอบด้วยว่า นายองอาจ ออกนอกประเทศในช่องทางปกติหรือไม่

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในภาคใต้ขณะนี้ ว่า ทั้งทหารตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งเตรียมการในการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งจะเป็นการบูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและในพื้นที่

โดยขณะนี้ทางกองทัพเรือได้ส่งเรือผลักดันน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลให้มากที่สุด พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตจำนวนมาก จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะดูแลเยียวยาให้มากที่สุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีการทุจริตสอบนายสิบ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของตำรวจที่จะต้องดำเนินการ โดยจะต้องนำผู้ที่ทุจริตมาลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือข้าราชการทั้งหมดมาดำเนินคดี ส่วนผู้ที่สอบได้ถูกต้องตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างหารือเพื่อหาวิธีเยียวยาตอบแทนบุคคลเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะต้องดำเนินตรวจสอบกรณีดังกล่าวให้เกิดความชัดเจนก่อน และจะยังไม่มีการตรวจสอบย้อนหลัง เพราะหากตรวจสอบจะต้องย้อนหลังไปนาน 10 – 20 ปี

ข่าวจาก INN

2 โจรสุดแสบ! ลักรถจยย. กลางวันแสกๆในสถานที่รับฝากรถ(คลิป)

2 โจรสุดแสบ เข้าไปลักรถจักรยานยนต์ ในสถานที่รับฝากรถกลางวันแสกๆ ที่ จ.อ่างทอง

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ในสถานที่รับฝากรถ บริเวณ ม.7 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โดยในที่เกิดเหตุเป็นสถานที่รับจอดรถ มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ และบริเวณที่จอด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ มีรถจอดอยู่หลายสิบคัน มีทั้งรถยนต์และรถจักรยายนต์

โดยผู้เสียหายคือนายรณชัย พริพล อายุ 45 ปี รถที่สูญหาย เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่น PCX สีขาวคาดแดง หมายเลขทะเบียน 1กก 5566 อ่างทอง เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง และได้นำรถ มาฝากที่รับฝากรถที่นี่มาโดยตลอด เสียค่าใช้จ่าย เดือนละ 200 บาทนานกว่า 4 ปีแล้ว เพราะตนต้องมาขึ้นรถไปทำงาน

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนเองและลูกสาว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอด เพื่อที่จะขึ้นรถตู้โดยสารไปซื้อของที่ จ.สุพรรณบุรี ตอนประมาณ13.30 น. โดยจอดบริเวณเดิมซึ่งเป็นที่ประจำ และทำการล็อครถอย่างดี ล็อคทั้งคอ พร้อมล็อคกุญแจรีโมท แต่เมื่อตนเดินทางกลับ มาเอารถ เวลาประมาณ 16.30 น. ก็พบว่ารถตนหายไป จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่ดูแล และขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งอยู่ภายในที่จอดรถประมาณ 16 ตัว พบว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ ถึง 4 ตัว และสามารถเห็นพฤติกรรมคนร้ายได้อย่างชัดเจน

ซึ่งคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ คนขับ สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ ส่วนคนซ้อน สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำด้านหลังมีสัญลักษณ์เลข 9 กางเกงยีนส์ ก่อนลงมือ ได้ขับขี่วนดูลาดเลา ภายในที่จอดรถพอซบโอกาสปลอดคน ได้ขี่รถ ไปจอดประกบรถเหยื่อก่อนจะลงมือก่อเหตุโดยใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที

เบื้องต้น ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ และได้นำภาพวงจรปิดลงในสื่อออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางช่วยตามหาตัวคนร้ายได้อีกทางหนึ่ง