จ.นครศรีธรรมราช ระดับเริ่มลดลงบางพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้ง 23 อำเภอ เดือดร้อน 215,966 คน
วันนี้(8 ม.ค.) นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ นายขจรเกียรติ รักพาณิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามและสรุปสถานการณ์อุทกภัยอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมรายงานถึงสถานการณ์ และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายสกล กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้ง 23 อำเภอ 153 ตำบล 1,111 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 215,966 คน 72,337 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แบ่งทีมในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้การช่วยเหลือประชาชน โดยในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชที่จุดแรกบ้านท่าไร่ นายดนัย เจียมวิเศษสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอทุ่งสง โดยขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ยังคงท่วมขังในที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราชระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ตอนบนโซนเทือกเขาหลวงเริ่มคลี่คลายน้ำลดลง แต่ฝนก็ยังตกอยู่เป็นระยะ แต่พื้นที่รับน้ำตอนล่างที่เป็นลุ่มต่ำ เช่น อ.เมือง เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ หัวไทร ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ต้องเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ ซึ่งได้ย้ำให้นายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. อาสาสมัครทุกหน่วยงาน ดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วย อย่าให้อดอาหาร อย่าให้จมน้ำเสียชีวิตและยืนยันว่าทางราชการไม่ทอดทิ้ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ด้วยความรวดเร็ว ขอให้อดทนและฝ่าฟันความทุกยากไปด้วยกัน ไม่ทิ้งกันและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทุกพื้นที่ประสบภัยเหมือนกันหมดหนักบ้างเบาบ้างตามสภาพ ในระยะแรกต้องดูพื้นที่ที่หนักก่อน ส่วนพื้นที่รองลงมาก็จะทยอยช่วยกันอย่างเต็มที่ ในด้านการดูแลสุขภาพได้มีทีมแพทย์ พยาบาลพร้อมยาและเวชภัณฑ์จากฝั่งอันดามันได้เข้ามาดูแลตรวจรักษาโรคให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่
