ชาวบ้านร้องนายทุนจีน เช่านาทำเหมืองทองคำ

ชาวบ้านสุดทน กลุ่มนายทุนจีนเช่านาข้าวทำเหมืองทองคำ ใช้เครื่องจักรส่งเสียงรบกวน จนชาวบ้านนอนไม่หลับ

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ทหารนำโดย พ.ต.อาทิรัช ปุ๊ดหน่อย ผู้บังคับการกองร้อย ฝึกรบพิเศษประตูผา ลำปาง พร้อมกำลังทหาร จำนวน 10 นาย เดินทางเข้าตรวจ พื้นที่ท่าทรายกลางทุ่งนา ติดกับแม่น้ำวัง เขตบ้านวังโป่ง หมู่ 2 ต.วังใต้ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ามีกลุ่มนายทุนชาวต่างชาติ มาเช่าที่นาของชาวบ้านในราคาแพง ถึงไร่ละ 30,000 บาทต่อปี และนำเครื่องจักรเข้าทำการขุดลอก ดูด กรวด ทราย ในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะในเวลากลางคืนมีการเดินเครื่องจักร ส่งเสียงรบกวนชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านนอนไม่หลับ เนื่องจากเสียงดัง

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่กลางทุ่งนา ติดกับแม่น้ำวัง มีการเดินสายไฟฟ้าระยะทางหลายกิโลเมตร โดยใช้เสาเหล็กเป็นเสาตั้งและมีการเดินสายไฟ 3 เส้น เข้าไปยังจุดที่ทำการดูดทราย โดยบริเวณดังกล่าวมีรั้วและปิดประตูพร้อมมีป้ายเขียนด้านหน้าห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด จากการเข้าตรวจสอบ พบคนงานจำนวน 4 คน เป็นชายชาวจีน 3 คน พูดภาษาไทยไม่ได้ อีกคนเป็นหญิง ชาวจีนพอพูดภาษาไทยได้บ้าง สอบถามเบื้องต้น อ้างว่าเป็นเพียงคนดูแลบริเวณท่าทรายเท่านั้น และให้การว่าร่วมกับคนไทยอีกสองคนร่วมลงทุนขุดทรายขาย โดยเช่าที่จากชาวบ้านและขออนุญาตถูกต้อง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบบริเวณพื้นที่ ที่มีการดูดทรายพบ เป็นการดูดทรายบนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ มีการขุดหน้าดินและดูดทรายจากใต้ดิน ลึกกว่า 10 เมตร ขึ้นมากองรวมกันและทำการร่อนแร่ทองคำ และเมื่อตรวจบริเวณอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่พบเครื่องสั่นสำหรับร่อนทอง มีเศษแร่ทองคำที่ยังเก็บออกไม่หมดจำนวนหนึ่งตกอยู่ และเจ้าหน้าที่ยังพบผ้ากำมะหยี่สำหรับดักทองจากทราย ซึ่งเตรียมนำมาร่อนหาทองคำอีกจำนวนมากบรรจุอยู่ในกระบะพลาสติก

จากข้อมูลพบว่า ที่นาของชาวบ้านบริเวณดังกล่าว อยู่ติดแม่น้ำวัง มีสายแร่ทองคำอยู่ใต้พื้นดิน ทำให้กลุ่มทุนชาวจีน จะตระเวนหลอกเช่าที่นาของชาวบ้าน โดยอ้างว่าดูดเอาทรายขาย ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ จะอาศัยแม่น้ำวัง ในช่วงฤดูแล้ง หาร่อนแร่ทองคำ เพื่อเป็นการหารายได้เพิ่ม หลังจากหมดฤดูทำนาและทำสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ได้ทำการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง เป็นเครื่องร่อนทอง (เครื่องสั่น) รถแบคโฮ จำนวน 2 คัน และเครื่องมืออื่นๆในการร่อนแร่ทองคำและประสานพนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ตรวจสอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อาจารย์โพสต์อาลัย ‘มะปิน วศิน’ บัณฑิต มศว. เหยื่อมือมีดโหดแทงคอเสียชีวิต

ข้อความอาลัยจากอาจารย์ผู้สอน ‘มะปิน วศิน’ บัณฑิต มศว. เหยื่อมือมีดโหดแทงคอเสียชีวิต 

วันนี้ (6 ม.ค. 60) สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ‘อุรุเวลา‘ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเว็บบอร์ดดังกล่าวไว้อาลัยในการจากไปของ บัณฑิต มศว.  ‘มะปิน วศิน เหลืองแจ่ม’ ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต ที่บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. เนื่องจากผู้ก่อเหตุหวังในทรัพย์ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7

โดยมีข้อความระบุว่า อาลัย ‘มะปิน วศิน เหลืองแจ่ม’ ศิษย์รัก

มะปิน วศิน เหลืองแจ่ม

ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว
แต่ไม่แคล้วได้ข่าวน่าใจหาย
เป็นข่าวเศร้ายิ่งกว่าข่าวทุกราย
หลับให้สบายอย่าอาวรณ์

มะปินเป็นนิสิตที่ดีมาก
ใครลำบากจะช่วยไม่หยุดหย่อน
บางครั้งช่วยงานเพื่อนไม่ยอมนอน
จะเมื่อก่อนหรือเมื่อไหนก็เหมือนเดิม

เป็นคนที่รักเพื่อนในรุ่นมาก
เพื่อนจะยากจะจนคอยช่วยเสริม
มีน้ำใจให้ทุกคนเป็นทุนเดิม
ทุกวันเพิ่มความดีมีน้ำใจ

ช่วยงานในสโมสรนิสิต
มีแต่มิตรไมตรีจะหาไหน
เสียสละทุกอย่างไม่ว่าเรื่องใด
ปิดทองหลังพระไซร้ก็หลายครั้ง

เป็นคนดีที่ดีจริงและยิ่งใหญ่
ชอบช่วยคนทั่วไปให้มีหวัง
อายุน้อยแค่นี้มีพลัง
จิตอาสาทุกครั้งไม่เกี่ยงงอน

ชอบช่วยเหลือสังคมอุดมช่วย
จะจนรวยช่วยหมดไม่เคยถอน
ไม่เคยบ่นหรือว่าใครในทุกตอน
คืออาภรณ์ดังเพชรสะเก็ดงาม

หลับให้สบายนะครับอย่าเป็นห่วง
ใจทุกดวงให้มะปินจงอร่าม
สู่สุคติปรากฏและงดงาม
ให้คุณงามความดีส่งผลบุญ.

เรื่องสั้นอาลัยมะปิน วศิน เหลืองแจ่ม (ดัดแปลงจากเรื่องจริง) วันนั้นผมยุ่งจนลืมนัดเด็กมาช่วยงาน ขณะที่กำลังยุ่งๆอยู่ มะปินก็เดินเข้ามาในห้อง

“อ้าวจารย์ ยังไม่กลับอีกเหรอ ดึกแล้วนะ”

“ยังอ่ะ เอกสารยังจัดไม่เสร็จเลย พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า”

มะปินหันรีหันขวาง “แล้วพวกสโมไปไหนกันหมดอ่ะ”

ผมตอบเขา “เห็นเตรียมค่ายกันอยู่ ผมไม่อยากกวน”

“งั้นผมช่วยนะ” มะปินนั่งลงช่วยแบบไม่ต้องคิด

“จะไหวเหรอ เห็นเพิ่งซ้อมกีฬามา” ผมถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวครับ ผมยังหนุ่มอยู่นะ จารย์เอากองนั้นมาให้ผมเถอะ”

ผมส่งเอกสารกองโตให้เขา

“ทำไมรองคณบดีต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วย”

“งานมันล้นอ่ะ ก็ต้องช่วยๆกัน จะสั่งอย่างเดียวไมไ่ด้หรอก”

มะปินเงียบไปพักนึงก่อนจะพูดต่อ “ได้ข่าวว่าจารย์จะลาเรียนเอกเหรอ”

“ใช่ มหาลัยไม่ยืดหยุ่นอีกแล้วล่ะ”

ผมถามบ้าง “แล้วมะปินล่ะ จบแล้วจะเรียนต่อเลยไหม”

มะปินทำท่าคิด “ยังไม่แน่ครับ สองจิตสองใจ”

เงียบสักพักเขาก็พูดต่อ “แต่ผมก็มีความฝันนะจารย์ ผมอยากจะเรียนทางด้านการบินต่อ หรือเป็นนักบินเลยก็ได้”

“อย่างนี้ก็ต้องเริ่มวางแผนแล้วสิ”

“ผมอยากบินไปหลายๆที่ ผมว่าเป็นนักบินนี่สนุกดีนะ รายได้ดี จะได้เลี้ยงพ่อแม่ได้อ่ะครับ”

ผมยิ้มให้เขา “คิดดีนี่ ถ้าคิดอะไรก็ต้องรีบทำนะ ต้องค่อยๆวางแผนไป อย่าหยุดคิด อย่าหยุดฝัน เดี๋ยวเราก็ทำได้เองแหละ”

ดึกแล้ว มะปินช่วยผมจัดเอกสารจนเสร็จ

“ขอบคุณมากนะมะปิน ถ้าไม่ได้มะปินช่วย ผมคงแย่”

“ไม่เป็นไรครับจารย์ จารย์ก็ช่วยน้องๆ ผมก็ช่วยจารย์ ทำอะไรได้ก็ทำๆกันไป”

พอออกจากห้อง ผมล็อคห้องเสร็จ เราก็เดินออกจากมหาวิทยาลัย

“คืนนี้เงียบจังครับจารย์”

เขาเงียบไปสักพักก็พูดต่อ “จารย์จบเอกแล้วจะมาสอนต่อรึเปล่าครับ”

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น”

“อืม ก็คงอีกนานเลย”

พอถึงประตูมหาวิทยาลัย เราต้องเดินไปคนละทาง มะปินยกมือไหว้ผม

“ไปก่อนนะจารย์ แล้วค่อยเจอกันใหม่”

ผมรับไหว้ “วันนี้ขอบใจมากนะ ไมไ่ด้มะปินมาช่วย ผมคงแย่เลย”

“ไม่เป็นไรครับจารย์ ผมไปก่อนนะ”

“โชคดี แล้วเจอกัน”

หลังจากวันนั้น เราก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย

หลับให้สบายนะครับมะปิน.

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก https://pantip.com/topic/35981433

เปิดคำสารภาพ มือมีดโหดแทง บัณฑิต มศว ‘ถ้าไม่สู้ ก็ไม่ตาย’

เปิดคำสารภาพ มือมีดโหดแทง บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เสียชีวิต ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือไอโฟน 7

จากกรณี นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ถูกคนร้ายกระหน่ำแทงฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 ย่านสุคนธสวัสดิ์ เขตลาดพร้าว เมื่อกลางดึกของวันที่ 4 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วคือ นายกิตติกร วิกาหะ หรือตั้ม อายุ 26 ปี

โดยจากการสอบปากคำ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ร่วมมือกับเพื่อนที่รู้จักกันในเรือนจำ แต่ปฏิเสธ ไม่มีเจตนาที่จะฆ่า นายวศิน แต่ผู้เสียหายขัดขืน จึงจำเป็นเพื่อลงมือทำร้าย ไม่คิดว่าผู้เสียหายจะเสียชีวิต

และยืนยันว่า ขณะก่อเหตุมีสติดีทุกอย่าง ไม่ได้เสพยาเสพติดหรือเมาสุราแต่อย่างใด โดยหลังจากก่อเหตุได้แยกย้ายกับ นายพลชัย เพื่อหลบหนี พร้อมยอมรับว่าที่ลงมือก่อเหตุเพราะต้องการเงินเนื่องจากขายผลไม้ขาดทุน เงินจึงไม่พอใช้จ่าย และเป็นหนี้สิน ส่วนการเลือกเหยื่อนั้นจะดูจากการแต่งตัว สะพานกระเป๋า คาดกระเป๋า เสียบหูฟัง พยายามอย่าทำตัวให้ล่อแหลม อะไรที่มีค่าอย่าโชว์ เพราะยิ่งโชว์ยิ่งล่อใจ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายกิตติกร เคยถูกดำเนินคดีและจำคุกมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและทำร้ายร่างกาย โดยพ้นโทษล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะคุมตัวนายกิตติกรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเริ่มจากคดีในท้องที่ สน.โคกคราม และต่อด้วยสน.โชคชัย ส่วน นายพลชัย ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจทราบเบาะแสแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้