นายกฯ นำคณะลงนราฯ ติดตามน้ำท่วม-ถกหน่วยงานมั่นคง

นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่นราธิวาส ตรวจน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ พร้อมประชุมหน่วยงานความมั่นคง – ยิ้มทักทายงดคุยสื่อ

ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วงเช้าวันนี้ ได้เดินออกทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6 ดอนเมือง) ไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส ตั้งแต่เวลา 07.00 น. แล้ว เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม และประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, น้ำท่วมภาคใต้

นอกจากนี้ จะมีการประชุม กรอ.กลุ่มจังหวัด และเดินทางไปยังจุดดินโคลนถล่ม บริเวณหมู่ 5 ต.มาโมง เพื่อรับฟังการบรรยายและตรวจพื้นที่ ก่อนเดินทางไปยังหอประชุม อ.สุคิริน เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้แทนประชาชน 5 ตำบล จำนวน 2,000 ชุดและพบปะประชาชน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น

ทั้งนี้ มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ, พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกษตร, พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน,

นางกอบกาญจน์ วัฒนะวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอกสุรเชษ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และพลเอกวิลาศอรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทางไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนออกทางนั้น นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด โดยได้ยิ้มทักทายตามปกติ

ข่าวจาก INN

‘เกาะสมุย’ น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจหาดเฉวง นทท.นั่งแช่น้ำกินอาหารค่ำ

ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในบนถนนแหล่งชุมชนและย่านเศรษฐกิจ ยังไม่คลี่คลาย นักท่องเที่ยวต้องรับประทานอาหารท่ามกลางน้ำที่ท่วมขัง

เมื่อคืนวานนี้ (5 ม.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในบนถนนแหล่งชุมชนและย่านเศรษฐกิจ ยังไม่คลี่คลาย โดยทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี และเทศบาลนครเกาะสมุย นำเครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องผลักดันน้ำมาติดตั้งบริเวณพรุเฉวงเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้ได้เร็วที่สุด

โดยที่พรุเฉวง ต.บ่อผุด ระดับน้ำในพรุได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบนถนนฝั่งหัวพรุ ประมาณ 30 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์เล็ก รถจักรยานยนต์ ไม่สามารถผ่านได้ ส่วนประชาชน และนักท่องเที่ยวต้องเดินด้วยความระมัดระวัง

ส่วนที่หาดเฉวง ต.บ่อผุด แหล่งท่องเที่ยวยานเศรษฐกิจสำคัญของเกาะสมุย บริเวณหน้าถนนหน้าโรงแรมบานาน่าแฟนซี ยาวไปถึงหน้าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร พบว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูง 30-50 เซนติเมตร รถยนต์ก็ไม่สามารถสัญจรในเส้นทางดังกล่าวได้ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องใช้วิธีเดินเท้าในการเข้าออกโรงแรมแทน

ทั้งนี้ระดับน้ำยังได้เข้าท่วมสถานบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร และจุดแลกเปลี่ยนเงินตรา หลายแห่งจึงต้องหยุดให้บริการ แต่ก็ยังพบว่ามีร้านอาหารที่สามารถเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ นักท่องเที่ยวต้องรับประทานอาหารท่ามกลางน้ำที่ท่วมขังเข้าในตัวร้าน และนั่งเท้าแช่น้ำกินอาหารค่ำ

ชาวบ้านเมืองคอนผวา! เกิดปรากฏการณ์ ‘ฟ้าแดง’

ชาวบ้านเมืองคอนผวาเกิดปรากฏการณ์ “ ฟ้าแดง ”คล้ายครั้งมหาวาตภัยถล่มแหลมตะลุมพุกปี 2505

จากกรณีเกิดพายุในตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหลายอำเภอ ทำให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขานครศรีธรรมราไหละลักเข้าท่วมพื้นที่กว่า 10 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช และถือว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ขณะที่ในพื้นที่ติดชายทะเลตั้งแต่ อ.ขนอม-หัวไทร โดยเฉพาะ อ.ปากพนังถูกคลื่นยักษ์ความสูงกว่า 3 เมตรพัดถล่มสร้างความเสียหายตลอดแนวถนน 4013 เลียบชายทะเลปากพนัง-หัวไทร ตามที่เสนอข่าวอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

วันที่ 6 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่าเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในตัวเมืองนครศรีธรรมราชถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่ และเกิดปรากฏการณ์ “ฟ้าแดง” ขึ้นทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

โดยผู้ที่มีอายุกว่า 60 ปีขึ้นไประบุว่าปรากฏการณ์ฟ้าแดงที่เกิดขึ้นครั้งนี้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นช่วงการเกิดมหาวิปโยคอุทกภัย วาตภัย “ พายุโซนร้อนแฮเรียต ” ที่พัดถล่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชเมื่อ 25 ตุลาคม 2505

ทั้งนี้สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้หลายจุดที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อนกลับถูกน้ำท่วมอย่างหนัก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุรนแรงถึงขนาดนี้ ขณะที่การประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาและของทางราชการที่เกี่ยวข้องก็ประกาศเตือนแบบธรรมดาทั่วไปไม่มีอะไรที่บ่งบอกเป็นกรณีเศษว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงถึงขนาดนี้

ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จึงชะล่าใจ จนน้ำไหลบ่าเข้าท่วมและเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เก็บข้าวของหนีน้ำไม่ทัน โดยเหตุการณ์ขณะนี้ทางราชการไม่ได้เตรียมการรับมือใด ๆ เมื่อเกิดเหตุจึงประสบปัญหาไม่มีเรือท้องแบนในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านเรือน ต้องรอการสนับสนุนจากจังหวัดอื่นๆ และจากส่วนกลางทำให้การช่วยเหลือจึงล่าช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง และเปิดอาคารเรียนโรงเรียนเป็นศูนย์อพยพให้ประชาชนได้พักพิงชั่วคราวตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีกหลายเครื่อง และช่วงเช้าวันนี้ ( 6 ม.ค.) ได้นำแจกจ่ายถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว