รัฐบาลประกาศใช้กฎหมายค้ามนุษย์ ฉ.3 เพิ่มโทษสูงขึ้น

ปลัด พม. เผย รัฐบาลประกาศใช้กฎหมายค้ามนุษย์ ฉบับที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี – พม. จ่อนำร่องอบรมให้ความรู้ในพื้นที่ 22 จังหวัด ติดชายทะเล

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 โดยมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2560 เป็นต้นไป โดย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฯ ฉบับที่ 3 นี้ ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และเพิ่มความเข้มข้นเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะของสหรัฐฯ เมื่อปี 2559

โดยได้แก้ไขเพิ่มเติม อาทิ แก้ไขคำนิยามและเพิ่มลักษณะความผิดฐานค้ามนุษย์ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น การบังคับใช้แรงงาน ให้ครอบคลุมถึงการยึดเอกสารสำคัญประจำตัว หรือนำภาระหนี้มาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ หรือที่เรียกกันว่า “แรงงานขัดหนี้”/เพิ่มโทษปรับให้สูงขึ้น โดยใช้อัตราโทษจำคุก 1 ปี ต่อโทษปรับ 1 แสนบาท และกำหนดฐานความผิดที่กระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ให้ทำงานหรือให้บริการ อันอาจเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงและมีผลกระทบต่อร่างกายหรือจิตใจ การเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของบุคคลหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี และปรับไม่เกิน 4 แสนบาท

นายไมตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่ง พม. ได้เตรียมความพร้อมจะจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทีมสหวิชาชีพ และเจ้าของสถานประกอบกิจการ โรงงาน และสมาคมประมงที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการรับรู้และปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง โดยจะนำร่องจัดอบรมในพื้นที่ 22 จังหวัดติดชายทะเล และกระจายไปให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะได้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อไป

รวบแล้ว! รปภ.หนุ่ม ฆ่าสาวเปลือยทิ้งศพริมถนน

ตำรวจ สภ.เสนา ตามรวบ รปภ. ฆ่าสาวเปลือยทิ้งริมถนนอยุธยา สารภาพคบหาทาง FB ก่อนมีปากเสียงทนไม่ไหวใช้หมอนกดจนตาย ก่อนนำศพโยนทิ้ง

พ.ต.อ.กิติศักดิ์ เกตุอร่าม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว นายปัญญา จันทร์เปรม อายุ 38 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ป่าโมก ผู้ต้องหาฆาตกรรม นางสาววราภรณ์ วีระสัย ก่อนนำศพทิ้งริมถนนสายหัวเวียง – วัดใบบัว หมู่ 5 ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา โดยสามารถติดตามจับกุมได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ อ.ป่าโมก

จากการสอบปากคำ นายปัญญา ให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุเพียงผู้เดียว โดยอ้างว่าได้ติดต่อพูดคุยกับผู้ตายทาง เฟซบุ๊ก ประมาณ 1 เดือน จากนั้นได้นัดพบกันที่โรงแรม ก่อนจะมีปากเสียงรุนแรง ได้ใช้หมอนอุดปาก จมูกผู้ตายทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นได้ปลดเอาทรัพย์สินของมีค่าของผู้ตาย ก่อนจะนำศพไปทิ้งริมคลองดังกล่าว และย้อนกลับมาขโมยรถจักรยานยนต์ของผู้ตายอีก

ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และชิงทรัพย์ ซึ่งจะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.) พร้อมกันนี้ เตรียมสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่

สาวโพสต์ “จัญไรกว่าผู้หมวดก็ผัวหนูนี่ละค่ะ” โชว์จ่ายค่าปรับแค่ 70 บาท ทั้งที่ถูกปรับ 1,000 บาท

สาวโพสต์ “จัญไรกว่าผู้หมวดก็ผัวหนูนี่ละค่ะ” อ้างสามีตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จนค่าปรับลด หลังถูกจับข้อหาไม่ต่อภาษีและ พ.ร.บ.

วันนี้ (29 ม.ค.60) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความของสมาชิกเฟซบุ๊กหญิงท่านหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กได้โพสต์ภาพตัวเองคู่กับใบสั่ง พร้อมกับระบุคำบรรยายภาพไว้ว่า ขณะขับรถเข้าด่านตรวจเธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับข้อหาไม่ต่อภาษีและ พ.ร.บ. เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท หลังจากได้ใบสั่งสามีบอกว่า จะไปเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง

จากนั้นเธออ้างว่าสามีตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จนค่าปรับลดเหลือ 100 บาท เธอระบุว่า สามีได้กระซิบบอกให้หยิบเงินเหรียญมาจ่ายค่าปรับ เธอจึงหยิบเงินออกมากองไว้ที่โต๊ะ และขับรถออกมาจากด่านอย่างรวดเร็ว พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า เงินเหรียญที่จ่ายค่าปรับน่าจะไม่ถึง 100 น่าจะมีเพียง 70 บาทเท่านั้น

ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …