ตะลึง! พบหัวจระเข้กว่า 65 หัว บรรทุกรถอยู่ใน จยย.พ่วง

ตะลึง! พบหัวจระเข้กว่า 65 หัว บรรทุกรถอยู่ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

วานนี้(2 ธ.ค.) ตำรวจภูธรเกษไชโย จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีแดง ดำ หมายเลขทะเบียน กตษ310 อ่างทอง ซึ่งดัดแปลงเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสียหลักตกลงไปในคลองชลประทานบริเวณริมถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี (สายเก่า) หมู่ที่ 3 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ซึ่งบรรทุกซากหัวจระเข้น้ำจืด จำนวน 65 หัว อยู่ในพ่วงข้างของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

จากการสอบถามนายกิตติ สุวรรณภา อายุ 25 ปี จังหวัดสิงห์บุรี ให้การยอมรับว่าเป็นของตนเอง โดยกำลังจะนำไปตากแห้งที่บ้าน ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและได้แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองซากสัตว์หรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ช่วย ผบ.ตร. คาด รถตู้ 25 ศพ เกิดจากการเหนื่อยล้าและประมาทของคนขับรถตู้

ผู้ช่วย ผบ.ตร. คาด รถตู้ 25 ศพ เกิดจากการเหนื่อยล้าและประมาทของคนขับรถตู้ – อยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุ

พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารธารณะ ข้ามเกาะกลางถนนพุ่งชนรถกระบะ ที่ จ.ชลบุรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 25 ราย ว่า เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุเกิดจากการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร และเกิดจากความประมาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จำนวน 9 คัน ได้ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต 25 ราย จากอุบัติเหตุดังกล่าว มาที่อาคารสัจธรรม สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกไฟไหม้คลอก จนไม่สามารถระบุตัวตนได้
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ จะทำการตรวจเอกลักษณ์บุคคล ทั้งนี้มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชฯ พร้อมนำเอกสารหลักฐานมารอรับศพด้วยความโศกเศร้า เพื่อนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป โดยทางสถาบันนิติเวชฯ ได้จัดห้องรองรับญาติผู้เสียชีวิตระหว่างรอผล

โดย พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวถึงการตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิต 25 ราย ที่ถูกไฟคลอกจากอุบัติเหตุรถตู้ชนประสานงา ที่ จ.ชลบุรี ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์และตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลอย่างละเอียด เพราะศพทั้งหมดอยู่ในสภาพไหม้เกรียม โดยจะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ และจะทยอยให้ญาติรับศพกลับในวันพรุ่งนี้ ส่วนสาเหตุที่ยังไม่สามารถรับศพกลับได้ในวันนี้ เนื่องจากจะต้องตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่จะต้องตรวจดีเอ็นเอ เปรียบเทียบกับญาติ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ก่อนจะให้ญาติรับศพกลับไป

โดยเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา ก็ได้มีการตั้งโต๊ะรับเรื่องจากญาติ สำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการจัดการข้อมูล และไม่ให้ญาติสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ

ด้าน นางนงภรณ์ รุ่งเพชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้นำเจ้าหน้าที่มาตั้งโต๊ะบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทรถตู้ รวมทั้งแจ้งสิทธิต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา

คสช. เผยช่วงปีใหม่ 5 วัน ยึดรถเมาแล้วขับ 3,618 คัน

คสช. เผย 5 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับแล้ว 3,618 คัน ขณะ เข้มมาตรการรปภ.-ป้องปรามอาชญากรรม

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท ด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 2 มกราคม 2560 มีดังนี้

รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 13,060 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 480 คัน และส่ง
ผู้กระทำผิดดำเนินคดี 7,887 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 9,378 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 670 คน ยึดรถยนต์ 157 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 4,807 คน

โดยตลอด 5 วัน ที่ผ่านมา (29 ธ.ค.59 – 2 ม.ค.60) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 3,618 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,507 คัน และรถยนต์ 1,111 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 30,798 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 16,965 คน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ประชาชนจำนวนมาก กำลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองปีใหม่ ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่างๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะและคาดว่า จะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ คสช. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการจราจรให้สะดวกและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งใน สายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายการจราจรตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าดูแลตรวจสอบตามสถานีขนส่ง ซึ่งมีประชาชนมารอขึ้นรถเดินทางกลับ ให้มีความเรียบร้อยในทุกด้านอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน หวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ สำหรับรถที่ควบคุมไว้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาอย่างเหมาะสม โดยหากไม่มีเหตุด้านคดีความ ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด