เลขาธิการศาลยุติธรรม เผยให้ยกเลิกข้อสันนิษฐาน มียาเสพติดเพื่อจำหน่าย เด็ดขาด ชี้ให้โอกาสจำเลยพิสูจน์เจตนา รวมทั้งยกเลิกโทษจำคุกตลอดชีวิต ผู้นำเข้ายาบ้าจำนวนน้อย ที่ขาดเจตนานำมาขาย
นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม ได้มีส่วนร่วมในการยกร่างและผลักดันร่างกฎหมาย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่) พ.ศ. … ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา และอยู่ในขั้นตอนการทำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย

โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญ 2 ประการ คือ ให้ยกเลิกข้อสันนิษฐานเด็ดขาดใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ที่ระบุว่า หากมีปริมาณยาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น ยาบ้า 15 เม็ดขึ้นไป ให้ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องถูกลงโทษจำคุกอัตราสูงฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้ว่าในความเป็นจริงจะไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่าย แต่มีไว้เพื่อเสพเอง เมื่อมีการแก้ไข พ.ร.บ.ตรงนี้ จำเลยก็สามารถที่จะนำพยานหลักฐานมานำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานที่ว่านี้ให้ศาลใช้ดุลยพินิจเห็นว่า มีไว้เพื่อเสพเอง ไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่าย ทำให้ถูกลงโทษน้อยลง หรือ มีโอกาสได้รับการรอการลงโทษมากขึ้น
ส่วนการลดโทษในคดีความผิดฐานผลิต นำเข้า ส่งออก ที่มีปริมาณยาเสพติดไม่มาก เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งคดีมากขึ้น จาก เดิมต้องถูกลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว หนักกว่าโทษในความผิดฐานฆ่าคนตาย หรือข่มขืนกระทำชำเราเสียอีก แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ กำหนดโทษในความผิดตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง เป็นให้ลงโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี – จำคุกตลอดชีวิต เพื่อเปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการลงโทษจำคุกจำเลยในคดีประเภทนี้มากขึ้น
สำหรับ ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายที่เกิดขึ้นโดยดำริของ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เพื่อแก้ปัญหาที่มีผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำจำนวนมาก ที่ไม่สมควรต้องรับโทษถึงจำคุก หรือ ถูกจำคุกในอัตราโทษที่สอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด







