รวมภาพหาชมยาก ถนนใน กรุงเทพฯ โล่งจนผิดหูผิดตา

รวมภาพหาชมยาก ยามถนนใน กรุงเทพมหานคร โล่งจนผิดหูผิดตา ไร้ซึ่งความวุ่นวาย หลังคนแห่ออกต่างจังหวัดช่วงหยุดยาวปีใหม่ 2560

เรียกว่าโดยปกติเมืองหลวงของประเทศไทยอย่าง กรุงเทพมหานคร จัดว่ามีสภาพการจราจรที่ติดขัดที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ แม้แต่วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็ยังไม่เว้น แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ถนนในกรุงเทพฯ จะโล่งจนผิดหูผิดตาทุกปี เนื่องจากคนแห่เดินทางออกต่างจังหวัดกันหมด ทำให้คนที่ไม่ได้ไปไหนยิ้มกริ่ม กับถนนที่เงียบไร้ซึ่งความวุ่นวาย เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็สบาย ๆ

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก ณธีพงศ์ ศรีบูรณะโรจน์
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Mam Wichuda
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Mam Wichuda
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Sixka PO
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Saeing Chankeaw
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Supakorn Hosuwan
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก Parinya Chukaew
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก กรรณิกา เมืองเหมาะ
ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก วันนี้แดกไรดีวะ

ขอบคุณภาพ เฟซบุ๊ก แนน สตาร์ทีม

รวมสุดยอดบุคคล “ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา” ประจำปี 2559

สำหรับปี 2559 หากใครได้ติดตามอ่านข่าวสารจาก MThai จะเห็นว่าทางทีมงานมักจะหยิบยกเรื่องราวของบุคคลที่สู้ชีวิต บุคคลที่ต่อสู้เพื่อคนที่ตัวเองรักทุกวิถีทาง แม้ฐานะทางการเงินจะไม่สู้ดีนัก และวันนี้ทางทีมงานได้คัดเลือกบุคคลควรค่าแก่การยกย่องเหล่านั้น มาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกครั้ง

1 . “เอกชัย วรรณแก้ว” ลูกชาวนายากจนคนนครสวรรค์ มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งแขนทั้งสองข้าง กับขาที่สั้นหด-ฝ่าเท้าติดสะโพก ตัวตลกของใครหลายคนที่เคยถูกดูแคลน แต่เขากลับเรียนจบ คว้าปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พร้อมเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 25 เมษายน 2555 นอกจากนี้เขาคือบุคคลที่ปีนสู่ยอดเขาคิริมันจาโร ประเทศแทนซาเนีย ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา ด้วยความสูง 5,895 เมตร เพื่อวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> เปิดม่าน ‘มนุษย์เพนกวิน’ คว้าปริญญา-พิชิตเขาเพื่อพ่อหลวง 

เรื่องราวทั้งหมด >>>  เอกชัย วรรณแก้ว หรือ มนุษย์เพนกวิน

2. แม่ระเบียบ สุตะวิบูลย์ (อี๊ด) อายุ 64 ปี แม่ผู้อุทิศชีวิตดูแล ลูกสาวอายุ 35 ปี ที่มีความผิดปกติ พิการซ้ำซ้อนตั้งแต่กำเนิด ทั้งตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และโรคหัวใจ เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ประกอบกับขณะตั้งครรภ์แม่ระเบียบป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ส่งผลให้ลูกต้องเกิดมาในสภาพดังกล่าว แม้ฐานะจะยากจนต้องดูแลรับผิดชอบลูกเพียงคนเดียว แต่แม่ระเบียบกลับไม่คิดจะทิ้งลูกเลย

อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> รักใดเท่าแม่! แม้ป่วยหนักไม่หาหมอ ขอสู้ – ดูแลลูกพิการ

3. ธีรยุทธ และเลิศผล ชายวัย 38 ปี หรือ “พี่แก่” ชายที่รู้จักกันดีของกลุ่มวินจักรยานยนต์และเหล่าพ่อค้าแม่ค้าย่านทองหล่อ เขาคือผู้พิการทางสมองที่เลี้ยงดูแม่ที่นอนป่วยหนักและพี่สาวพิการทางสมองและเเขนขา โดยการเดินตระเวนขอข้าวขอน้ำจากพระภิกษุตามวัดใกล้เคียง หรือพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดย่านทองหล่อ เพื่อนำอาหารเหล่านี้ไปประทังชีพครอบครัว แม้ชีวิตจะหดหู่แต่เขาคือบุคคลยอดกตัญญู ทำให้ผู้คนต่างช่วยเหลือแบ่งปันน้ำใจไร้ข้อรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งน้ำใจส่วนใหญ่จะได้จากคนหน้าเดิมที่คอยให้เงินและแบ่งปันอาหาร

อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> ซูฮกยกนิ้วให้ ‘หนุ่มพิการ’ ที่ใครหาว่าบ้า แต่เขาบ้ารักแม่เหลือเกิน?

4.คุณตาถ่าย สุขะ วัย 71 ปี คุณยายเปลว โตสอย วัย 77 ปี  2 ตายายที่ยึดอาชีพเก็บของเก่าขายประทังชีพ ซ้ำยังชุบเลี้ยงเด็กถูกทิ้งให้เติบใหญ่มีการศึกษา ปัจจุบันเด็กน้อยที่ตายายเลี้ยงอายุ 11 ปีแล้ว ตายายรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กอายุเพียง 2 ปี หลังแม่ของเด็กนำไปทิ้งไว้เพราะไม่มีเงิน นอกจากความใจบุญรับเด็กมาเลี้ยงแล้ว ความรักของ 2 ตายายก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะทั้งคู่ไม่คิดจะทิ้งกันในวันที่ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก

อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> พิสูจน์รัก! ตายายขายขยะประทังชีพ ซ้ำชุบชีวีเด็กถูกทิ้งให้มีการศึกษา

5. หมออำนวย สุวรรณรังสิกุล และ หมอสุวรรณี สุวรรณรังสิกุล 2 สามีภรรยา เจ้าของร้านเสน่ห์นวดไทย ทั้งคู่เป็นผู้พิการทางสายตา ยึดอาชีพหมอนวด และขายลอตเตอรี่ สร้างรายได้ จนสามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี นอกจากนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า ได้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของ ‘พ่อหลวง’ กินง่าย อยู่ง่าย ชีวิตมีความสุข ไม่ง้อใคร

อ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ >>> แม้ ‘ตาบอด’ แต่ไม่ท้อ 2 สามีภรรยา หันจับอาชีพหมอนวด สร้างรายได้

สำนักพระราชวัง เปิดให้เข้าถวายพระพร รัชกาลที่ 10 ถึง 17.00 น.

สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่จนถึง 17.00 น. ขณะ กทม. เร่งทำความสะอาดรองรับประชาชนพรุ่งนี้

ตลอดทั้งวันประชาชนยังคงทยอยเข้าลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2560 โดยจะเปิดให้ลงนามไปจนถึงเวลา 17.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางสำนักพระราชวัง เปิดให้เยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ซึ่งเข้าทางประตูสวัสดิโสภา อยู่ฝั่งตรงข้ามกระทรวงกลาโหม ขณะที่ประชาชนบางส่วนเดินมาปักหลักรอเพื่อเข้าคิวตั้งแต่วันนี้ เพราะสำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามปกติ

สำหรับเต็นท์กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กอร.รส. เต็นท์กรุงเทพมหานคร เต็นท์กองทัพบก ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนกลางสนามหลวง เจ้าหน้าที่ได้ทำการรื้อและย้ายไปอยู่ฝั่งทิศเหนือ ใกล้กับจุดพักคอยประชาชน

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานคร ใช้โอกาสช่วงวันหยุดและช่วงงดเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ ทำความสะอาดบริเวณจุดพักคอยและโดยรอบ เพื่อรองรับประชาชนในวันพรุ่งนี้