ภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่ยั่งยืนและเป็นธรรม แถลงข่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมประมงไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่โรงแรมดุสิตธานี ภาคีเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่ยั่งยืนและเป็นธรรม แถลงข่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมประมงไทย โดยมีนายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย นายสมพงษ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(LPN) น.ส.สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผู้ประสานงานองค์กรสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) นายสะมะแอ เจะมูดอ นายกสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผจก.สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และนายสามารถ เสนานุ อดีตแรงงานลูกเรือประมง เป็นผู้ร่วมแถลง
นายสะมะแอ กล่าวว่า เพื่อการจัดการระบบนิเวศน์ทางทะเลอย่างเร่งด่วน ทางภาคีเครือข่ายได้มีข้อเสนอเร่งด่วนต่อภาคเอกชน คือ ยุติการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและวิธีการประมงที่ทำลายล้าง และบริษัทที่เป็นผู้ซื้อสินค้าก็ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์จากการประมงที่ได้จากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม รวมถึงวิธีการใช้อวนลาก หรือวิธีปั่นไฟล่อปลา แม้กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามไว้ แต่วิธีการดังกล่าว ก็ทำให้บรรดาลูกปลาติดขึ้นมาด้วย ทำลายทรัพยากรปลาในทะเล แล้วปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้ไม่ได้ให้มนุษย์บริโภค แต่ถูกทำเป็นปลาป่นเลี้ยงอาหารสัตว์แทน นอกจากนี้ ควรมีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส เพื่อให้ทราบแหล่งที่มาและวิธีการจับสัตว์น้ำที่ทำการประมงได้ และบังคับใช้ระบบนี้กับซัพพลายเออร์ รวมถึงต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดซื้อหาสินค้าสัตว์น้ำในธุรกิจของตนเองให้สาธารณชนรับทราบ
ทางด้านนายสมพงษ์ กล่าวว่า ข้อเสนอต่อผู้ประกอบการกิจการเรือประมงด้านการใช้แรงงานประมง อันดับแรกต้องยุติอย่างเร่งด่วนหากมีแรงงานถูกบังคับให้ทำงาน ต้องมีมาตรการของและแนวปฏิบัติของผู้ประกอบการในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและความปลอดภัยในการทำงาน เวลาการพักผ่อนต้องมีเพียงพอ มีเครื่องมือสื่อสารให้ได้ติดต่อ ข้อตกลงการทำงานต้องมีสัญญาจ้างอย่างชัดเจน กำหนดอัตราค่าจ้างค่าตอบแทนและสวัสดิการให้สอดคล้องกับความเสี่ยงภัย ค่าส่วนแบ่งรายได้จากการจับสัตว์น้ำที่ให้คนงานประมงต้องมีหลักฐานและตรวจสอบได้

ในส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่หรือห้างสรรพสินค้า ก็ไม่ควรซื้อสินค้าประมงที่มาจากผู้ประกอบการที่ใช้มีการบังคับใช้แรงงาน ควรมีการตรวจสอบที่มาที่ไป ถ้าแรงงานบอกว่าสินค้าที่พวกคุณซื้อไปนั้นมาจากการเอาเปรียบแรงงาน หวังว่าผู้บริโภคจะสนับสนุนเสียงเรียกร้องจากแรงงานด้วย ด้วยการไม่อุดหนุนสินค้า
ด้าน นายจักรชัย โฉมทองดี ตัวแทนภาคีเครือข่ายองค์กรฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในวันที่ 30 ม.ค.- 2 ก.พ. กลุ่มธุรกิจชั้นนำของโลก ได้แก่ ผู้ซื้อสินค้าทะเล ในแถบประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา และผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทย ได้จัดประชุม “Seafood Task Force” ทำให้ภาคีเครือข่ายจึงตัดสินใจเข้าหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่แถลงกันในครั้งนี้ทาง จากนี้ไป ภาคีเครือข่ายฯ จะติดตามแนวทางการแก้ปัญหา ที่ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐเท่านั้น แต่ยังติดตามภาคเอกชน ที่ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติโดยตรงว่าจะดำเนินการตามข้อเสนอของพวกเราหรือไม่



