ญี่ปุ่นปล่อยตัว ‘รองอธิบดี’ ขโมยภาพแล้ว หลังชดใช้ค่าเสียหาย

ญี่ปุ่นปล่อยตัว ‘รองอธิบดี’ ขโมยภาพในโรงแรมดังแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นแล้ว หลังยอมชดใช้ค่าเสียหาย

วันนี้(27 ม.ค.) นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายสุภัฒ สงวนภักดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมตัวในคดีลักทรัพย์ หลังขโมยภาพวาดของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งว่า นายสุภัฒได้รับการปล่อยตัวแล้ว เมื่อเวลา 17.50 น. ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น

นายเสข กล่าวว่า อัยการมีคำสั่งปล่อยตัวนายสุภัฒแล้ว โดยมีการจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับทางโรงแรม ขณะนี้สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซาก้า คอยอำนวยความสะดวกให้กับนายสุภัฒ ซึ่งได้พบกับครอบครัวที่เดินทางไปรอ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานในรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางกลับไทยของนายสุภัฒต่อไป


ผู้แทนไทย พบรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯ แล้ว หลังถูกจับขโมยภาพ เผยยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง เพียงแต่มีคำสั่งกักตัวตามความเห็นของอัยการ เล็งเจรจาเรื่องค่าเสียหาย ก่อนขอถอนคดีและปล่อยตัว 

วันนี้ (27 ม.ค. 60) นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมตัวในข้อหาขโมยภาพวาดของโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นว่า ขณะะนี้ตัวแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า ได้พบกับนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่เกียวโตแล้ว

โดยในส่วนของคดี ขณะนี้ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง เพียงแต่มีคำสั่งกักตัวตามความเห็นของอัยการเป็นเวลา 10 วัน โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่จะไปเจรจากับโรงแรมเรื่องค่าเสียหาย หากตกลงกันได้ อัยการก็จะขอถอนคดีและปล่อยตัวต่อไป

ศาลทหารสั่งคุก บุรินทร์ อินติน 10 ปี 16 เดือน ผิด ม.112

ศาลทหารสั่งจำคุก 10 ปี 16 เดือน “บุรินทร์ อินติน” แนวร่วมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฐานกระทำผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอทางเฟซบุ๊ก เมื่อปี 59

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (27 ม.ค.60) ศาลทหารตัดสินจำคุก นายบุรินทร์ อินติน แนวร่วมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เป็นเวลา 10 ปี 16 เดือน ในฐานความผิด หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550

พลเมืองโต้กลับ, ศาลทหาร

จากกรณีที่ช่วงเดือน เม.ย.2559 นายบุรินทร์มีพฤติกรรมในการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Burin Intin” ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาล และ คสช. รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่น โดยมีข้อความลักษณะกล่าวว่าร้ายพระมหากษัตริย์ ซึ่งเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทั่งวันที่ 27 เม.ย.2559 เวลา 12.13 น. นายบุรินทร์ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ “นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม” ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว หลังจากนั้น ในวันเดียวกันช่วงเวลา 18.00 น. นายบุรินทร์ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ยืนเฉย ๆ” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนถูกควบคุมตัว

ก่อนทีี่เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ศาลทหารมีนัดสอบคำให้การบุรินทร์ โดยบุรินทร์ได้รับสารภาพทุกข้อหา ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ และจากการสารภาพดังกล่าว ศาลจึงพิพากษาลดโทษกึ่งหนึ่ง แต่เนื่องจากนายบุรินทร์เคยต้องโทษอื่นมาก่อนและยังไม่พ้นระยะเวลา 5 ปี จึงเพิ่มโทษอีก 1 ใน 3 รวมแล้วจึงมีโทษจำคุก 10 ปี 16 เดือน

เพจดังชี้แบ่งขายบุหรี่เป็นมวน มีโทษปรับ 2 หมื่น ด้านคนไม่เชื่อจี้ชี้แจงให้ชัด

เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทนายคู่ใจ โพสต์เตือนร้านขายของชำ แบ่งขายบุหรี่เป็นมวน มีโทษปรับ 2 หมื่น ด้านชาวเน็ตไม่ปักใจเชื่อ หลังพบไม่มีข้อห้ามใน พ.ร.บ.ยาสูบ จี้เพจดังชี้แจง เหตุทำเข้าใจผิด 

วานนี้ (26 ม.ค. 60) เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้ออกมาโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับกรณี การแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน ตามร้านขายของชำ ว่า มีความผิดตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 เนื่องจากเป็นการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยไม่แสดงฉลากที่หีบห่อ มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท จึงมาประกาศเตือนด้วยความห่วงใย

ทั้งนี้ ด้านชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยมองว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างที่เพจดังกล่าวโพสต์เตือน พร้อมกลับมีผู้เข้ามาให้ข้อมูลว่า สามารถแบ่งขายได้ แต่ต้องอยู่ในซองและฉีกทำลายแสตมป์ ไม่ใช่ไปแพ็กใส่ซองพลาสติกแล้ววางขาย ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้เพจดังกล่าวออกมาชี้แจงเนื่องจากเป็นการให้ข้อมูลผิดๆ จนผู้คนเกิดความวตกกังวลในข้อมูล

เพราะทางกรมสรรพสามิต เผยว่า การแบ่งแยกมวนบุหรี่ขายไม่ได้ผิด พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ตามที่เพจดังอ้างอิงแต่อย่างใด ซึ่งหากจะผิดก็อาจจะผิดตาม พ.ร.บ. อื่น ๆ มากกว่า ถ้ากฎหมายได้บัญญัติเป็นความผิดไว้ ส่วนเรื่องการกำหนดอายุผู้ซื้อบุหรี่ ห้ามเด็กต่ำกว่า 18 หรือ 20 ปีซื้อ และการห้ามขายบุหรี่แยกซองนั้น ในขณะนี้อยู่ในระหว่างร่าง พ.ร.บ.ยาสูบฯ ฉบับใหม่ ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ในปัจจุบัน