ศาลญี่ปุ่นสั่งคุมตัว “รองอธิบดีไทย” ขโมยภาพจากโรงแรมนาน 10 วัน ชี้สามารถยอมความได้แม้เป็นคดีอาญา
กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ล่าสุดความคืบหน้าล่าสุด ศาลญี่ปุ่นตัดสินรับพิจารณาคดีของนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หลังขโมยภาพเขียนมูลค่า 15,000 เยน จากโรงแรมในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นแล้ว โดยให้ควบคุมตัวนายสุภัฒเป็นเวลา 10 วัน เพื่อรอการไต่สวนคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโตได้พานายสุภัฒกลับไปควบคุมตัวต่อที่สถานีตำรวจนากาเงียว เมืองเกียวโต

ตำรวจเกียวโตแจ้งว่าผู้บริหารของโรงแรมที่เกิดเหตุมีท่าทีค่อนข้างเป็นบวก และไม่อยากให้เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต อาจจะส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมือง ดังนั้น อัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต พร้อมด้วยผู้บริหารโรงแรมดังกล่าว จะไปพูดคุยกับนายสุภัฒ ที่สถานีตำรวจนากาเงียว ในวันนี้ (27 ม.ค.) โดยยินยอมให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซากา เข้าร่วมฟังการหารือดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลไทยจะได้ถือโอกาสนี้พูดคุยสอบถามรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นจากตัวนายสุภัฒด้วย ทั้งนี้ หากนายสุภัฒยินยอมขอโทษแสดงความสำนึกผิดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับยอมชดใช้ค่าเสียหาย ก็จะมีการเจรจาพร้อมร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวนายสุภัฒเพื่อส่งกลับประเทศไทยก่อนที่วีซ่าของนายสุภัฒจะหมดอายุ
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า นายสุภัฒได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังถูกจับกุมว่าไม่ให้แจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยฯ รวมถึงครอบครัวของนายสุวัฒที่เมืองไทยก็ไม่ได้ร้องขอทางกระทรวงฯ ให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปเยี่ยมนายสุภัฒที่ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถูกมองว่าเป็นคดีอาญา อาจจะไม่สามารถยอมความได้แต่ตามกฎหมายของญี่ปุ่นหากฝ่ายผู้เสียหายต้องการให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายแล้วจะไม่ติดเอาความ ศาลก็สามารถพิจารณาให้ปล่อยตัวบุคคลนั้นได้