สิบเอกกฤษณะหึงโหด! ยิงภรรยาดับ ก่อนฆ่าตัวตายตาม

สิบเอกยิงภรรยาดับก่อนฆ่าตัวตายตาม เพื่อนบ้านเผยได้ยินเสียงทะเลาะกันคาดว่ามาจากปมหึงหวง

สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบห้องแถว 2 ชั้น ซึ่งเป็นบ้านพักข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เขตเทศบาลตำบลพะโต๊ะ หลังได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายจนมีผู้เสียชีวิต 2 คน คือสิบเอก กฤษณะ กำปา อายุ 39 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และนางสาวอุทุมพร จินาคม อายุ 35 ปี ภรรยา

โดยทั้งคู่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ใกล้กันยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาดจุด 357 หล่นอยู่ จากการสอบสวนชาวบ้านให้การว่า ได้ยินเสียงทะเลาะกันคาดว่ามาจากปมหึงหวง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า สิบเอกกฤษณะบันดาลโทสะใช้ปืนพกจ่อยิงภรรยาแล้วยิงตนเองจนเสียชีวิต

แก๊งค้ายามะกันแฝงตัวเป็นครูโรงเรียนนานาชาติ สุดท้ายหนีไม่รอด! ตำรวจบุกจับคาโรงเรียน

เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบ MR.ALEXANDER JONATHAN ROSEN  เครือข่ายค้ายาเสพติดในสหรัฐอเมริกา หลังหนีกบดานในไทย โดยการแฝงตัวเป็นครูโรงเรียนนานาชาติ

วันนี้ (25 ม.ค.60) เวลา 08.00น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว MR.ALEXANDER JONATHAN ROSEN สัญชาติอเมริกัน บุคคลที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวในข้อหา “ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ” ตามหมายจับศาลในสหรัฐฯ ออกเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.58 และถูกทางการสหรัฐอเมริกายกเลิกหนังสือเดินทาง ซึ่งนายอเล็กซานเดอร์ ได้หนีมากบดานในประเทศไทย โดยแฝงตัวเป็นครูในโรงเรียนนานาชาติในภาคใต้

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า ตามนโยบายด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ คดีดังกล่าวสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากทางการสหรัฐอเมริกาว่ามีบุคคลตามหมายหมายจับศาลในสหรัฐฯ หลบเข้ามากบดานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังแจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลอันตราย ให้ใช้ความระมัดระวังในการติดตามตัว ผบช.สตม.จึงได้สั่งการให้ ชุดสืบสวนออกติดตามตัว

ต่อมาได้ข้อมูลว่า นายอเล็กซานเดอร์ แฝงตัวเป็นครูในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในภาคใต้ ต่อมา พล.ต.ท.ณัฐธรฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ด้วยตนเอง เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจไหวตัว ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียน จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายอเล็กซานเดอร์ ได้ที่หน้าโรงเรียนนานาชาติ สอบถามนายอเล็กซานเดอร์ รับว่าเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวจริง

จากข้อมูลในระบบตรวจคนเข้าเมืองพบว่านายอเล็กซานเดอร์ เดินทางเข้ามาประเทศไทย เมื่อวันที่ 31 ต.ค.58 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และเดินทางเข้าออกไทยหลายครั้ง หลังจากนั้นได้มาสมัครเป็นครูในโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดกระบี่ และนำหลักฐานไปยื่นขออยู่ต่อกับ ตม.จว.กระบี่ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.59 ประเภทครูในสถานศึกษาเอกชน (โรงเรียนนานาชาติ) ต่อมา ทางการสหรัฐฯได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของ นายอเล็กซานเดอร์ และแจ้งมาที่ทางการไทย กระทั่งถูก ผบช.สตม.และ ชุดสืบสวน เข้าควบคุมตัวได้ในที่สุด

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในคดีนี้ตนได้ลงมาควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเอง ที่ผ่านมา สตม. ได้มีการพูดคุยและประสานความร่วมมือกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติมาตลอด ทำให้หลายคดีคดีสามารถติดตามตัวได้อย่างรวดเร็ว ในเรื่องนี้สตม.ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้โรงเรียนนานาชาติตรวจสอบประวัติคนต่างชาติก่อนที่จะรับเข้ามาเป็นอาจารย์ และขอให้สังเกตพฤติกรรมหากพบความผิดปกติ สามารถติดต่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ให้เข้าตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

นอกจากนี้ทางโรงเรียนควรดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงานและขออยู่ต่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นการคัดกรองอาจารย์ต่างชาติได้อีกทางหนึ่ง สำหรับในคดีนี้นายอเล็กซานเดอร์ เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดในสหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นบุคคลอันตรายและเป็นภัยต่อสังคม ขณะนี้สตม.ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 (มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม) แล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาจักร พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้อีก

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดงานเสวนา “อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในประเทศไทย”

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดงานเสวนา “อย่าให้คนโกงมีที่ยืนใน การบินไทย ปตท. และประเทศไทย กรณีสินบน Rolls Royce”

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ม.ค. 2560 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กำหนดจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “อย่าให้คนโกงมีที่ยืนใน การบินไทย ปตท. และประเทศไทย กรณีสินบน Rolls Royce” โดยมี นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ เกิดจากกระแสกรณี บริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม อิงค์ จ่ายสินบนเพื่อเอื้อผลประโยชน์การทำธุรกิจในประเทศต่าง ๆ รวมถึงรัฐวิสาหกิจชั้นนำสองแห่งของประเทศไทย ที่เกี่ยวพันกับการคอร์รัปชันในครั้งนี้คือ การบินไทย มูลค่า 1,300 ล้านบาท และ ปตท. มูลค่า 385 ล้านบาท ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นเป็นวิทยากรดังนี้…

1. คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

2. เรืออากาศเอก กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

3. ศ.ดร.เมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

4. คุณบรรยง พงษ์พานิช กรรมการกลยุทธ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)

โดยเรืออากาศเอก กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น บริษัทได้มีการเรียกประชุม และได้สั่งการ รวมถึงมอบหมายให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด

โดยชุดที่ 1 เป็นคณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการการจัดซื้อตั้งแต่อดีตคือตั้งแต่ 2534 จนถึงปัจจุบัน มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร มีกระบวนการการจัดหาเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ ถูกต้องโปร่งใสหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 34 จนถึงปัจจุบัน ระเบียบบริษัทว่าด้วยการพัสดุในการจัดหาเครื่องยนต์มีการปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง โดยระเบียบพัสดุของการบินไทย ถึงแม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถใช้ระเบียบของตนเองได้ แต่การยกร่าง ได้มีความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางมาร่วมด้วย

สำหรับคณะกรรมการชุดที่ 2 เป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงที่ปรากฎเมื่อปี 2534 ถึงปัจจุบัน เรื่องการจัดหาเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ มีกระบวนการอย่างไร ผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้าง ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ สนง.การตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของการบินไทย ได้เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว และอีกส่วน คือ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งคณะเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและขอให้การบินไทยจัดส่งรายละเอียดเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเสวนา ผู้ดำเนินรายการได้ มีคำถามว่าสำหรับกรณีดังกล่าวเมื่อต่างประเทศทำให้เราเสียชื่อเสียง ทางการบินไทยคิดที่จะดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ ด้านเรืออากาศเอก กนก ได้กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องในทางธุรกิจ โดยทางการบินไทยได้พิจารณาข้างต้นแล้ว หากได้หลักฐานว่ามีการจ่ายสินบน หรือค่าตอบแทนพิเศษ และพาดพิงว่าเพื่อการบินไทย แสดงว่าการบินไทยจัดหาเครื่องยนต์สูงกว่าที่เกินจะเป็น เพราะฉะนั้น การบินไทยจะฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเนื่องจากทำให้เสียชื่อเสียง