ขายดิบขายดี!! เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดไอเดียเก๋ นำเซียมซีมาเสี่ยงทายเขียนตัวเลขใต้ชาม

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ไอเดียเก๋ นำเซียมซีมาเสี่ยงทายเขียนตัวเลขใต้ชาม เสริมกลยุทธ์ทางการตลาด

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเสี่ยงทาย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสวนสัตว์เปิดเขาเขียวหมู่ 7 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี โดยนางนี เป็นเจ้าของร้าน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองและครอบครัว เปิดกิจการเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดและอาหารตามสั่ง ซึ่งเป็นร้านไม่ใหญ่มากนัก

โดยคุณพ่อเป็นผู้ริเริ่มใส่ตัวเลขลงใต้ชามก๋วยเตี๋ยว ตั้งแต่เลข 1 – 30 และเตรียมใบเซียมซีใส่แผ่นกระดานไว้ให้แก่ผู้ที่ผ่านไปผ่านมา ได้แวะชิมและได้เสี่ยงทายตัวเลขเซียมซี ซึ่งได้ผลการตอบรับที่ดี ทำให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น เพราะเป็นที่สะดุดตา ผู้คนผ่านไปมาก็จะแวะชิมและถามหาร้านก๋วยเตี๋ยวเซียมซี ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ทำแล้วได้รับความนิยมจากลูกค้าเกิดคาด สามารถดึงดูดลูกค้า ให้เข้ามาลองชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยวเป็ดเสี่ยงทายนี้

ระทึก! วิสามัญฯ พ่อค้ายาเสพติดกลางเมืองคอน

ตำรวจนครศรีธรรมราช วิสามัญฆาตกรรม ‘ปั้ม หัวท่า’ เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ดับคารถเก๋ง

วันที่ 25 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่า เมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำโดย พ.ต.ท.สมพร เพชรหนองชุม หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกำลังตำรวจจำนวน 8 นาย ได้ขยายผลวางแผนล่อซื้อยาเสพติดจากนายสรศักดิ์ นาคะ หรือฉายา ‘ปั้ม หัวท่า’ อายุ 36 ปี เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ โดยมีการนัดส่งยาเสพติดกันที่บริเวณถนนสายประตูลอด เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

เมื่อถึงเวลานัดหมายนายสรศักดิ์ หรือ ปั้ม หัวท่า ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กฉ- 8251 นครศรีธรรมราช นำยาบ้าและยาไอซ์มาส่งให้กับสายตำรวจ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ขับรถยนต์กระบะปาดหน้ารถเก๋งของนายสรศักดิ์ เพื่อแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นและจับกุม แต่นายสรศักดิ์ หรือ ปั้ม กลับไม่ยอมให้จับกุมโดยดี และพยายามจะขับรถยนต์หลบหนี แล้วชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจำนวน 3 นัด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจำนวน 8 นาย จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงถล่มกว่า 10 นัด ใส่รถยนต์เก๋งนายสรศักดิ์ กระสุนทะลุกระจกหลังและประตูรถด้านขวาพรุนทั้งแถบ และกระสุนพุ่งเจาะลำตัวและศีรษะนายสรศักดิ์ จนเสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้มีตำรวจชุดจับกุม 2 นายคือ จ.ส.ต.อนุรักษ์ จักขุมณี ถูกกระสุนปืนของนายสรศักดิ์ เฉียดเข้าที่ขาซ้ายบาดเจ็บเล็กน้อย และ ด.ต.นพณัฐ เพียงกุลถนอม ถูกยิงเฉียดคิ้วซ้ายเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน

โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เผ่าชู ,พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน,แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช , ปลัดอำเภอเมือง และอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมชันสูตรพลิกศพนายสรศักดิ์

โดยจากการตรวจค้นภายในรถของนายสรศักดิ์ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม.,ลูกซองสั้น,.38 และขนาด 11มม.และยังพบกระสุนปืนขนาดต่างๆ นับร้อยนัด และยาไอซ์ 15 กรัม , ยาบ้า10 เม็ด ทั้งนี้ พล.ต.ต.วันไชย เปิดเผยว่า นายสรศักดิ์ หรือ ปั้ม หัวท่า มีประวัติค้ายาเสพติดมานานแล้วเป็นเป้าหมายต้องการตัวของตำรวจ เคยถูกจำคุกคดียาเสพติดและพยายามฆ่าเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน จนกระทั่งมาถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครศรีธรรมราชทำการวิสามัญฆาตกรรม

ญี่ปุ่นรวบคนไทย ระดับรองอธิบดี ฉกภาพในโรงแรม

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานข่าว จับ ‘คนไทย’ ระดับรองอธิบดีพาณิชย์ ขโมยภาพในโรงแรม ด้านปลัดพาณิชย์ทราบเรื่องแล้ว เร่งติดต่อสอบถามถึงข้อเท็จจริง ก่อนหาแนวทางช่วยเหลือ ขณะที่ กต. เตรียมแถลงวันนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้ (24 ม.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองเกียวโตของญี่ปุ่น ได้เข้าควบคุมตัวชายไทยรายหนึ่งขณะกำลังจะเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ภายหลังเจ้าหน้าที่ของโรงแรมตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่า เขาได้ขโมยภาพวาดที่ตกแต่งในโรงแรมไป

ภาพวาด, กระทรวงพาณิชย์, คนไทย, ญี่ปุ่น

โดยจากการตรวจสอบครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมพบว่า ภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน ที่ติดอยู่ในโรงแรมบริเวณชั้น 9-10 ได้หายไป พวกเขาจึงเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนจะพบว่าคนร้ายหัวขโมยเป็นชายไทยคนดังกล่าว ทางพนักงานโรงแรมจึงคุมตัวไว้ก่อนจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจค้น

ซึ่งจากการตรวจกระเป๋าก็พบว่ามีภาพวาดอยู่จริง จึงนำไปสอบสวนและทราบต่อมาว่า ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการระดับรองอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงพาณิชย์ของไทย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปควบคุมที่สถานีตำรวจในพื้นที่ ก่อนจะทำเรื่องส่งดำเนินคดีต่อไป

ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีข้างต้นที่เกิดขึ้นว่า ทราบเรื่องแล้ว และได้ติดต่อไปยังทูตพาณิชย์ในญี่ปุ่น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไรนั้นยังตอบไม่ได้เพราะต้องรอการชี้แจงจากรองอธิบดีที่ถูกกล่าวก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่ กระทรวงต่างประเทศ ยอมรับว่าได้รับทราบรายงานจากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวแล้ว และกำลังเตรียมที่จะแถลงความคืบหน้าในการประสานกับทางการญี่ปุ่นถึงการดำเนินคดีดังกล่าวภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทางญี่ปุ่น

ข้อมูลบางส่วนจาก มติชน และ VoiceTv