ระดับน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง เสี่ยงวิกฤตแล้ง

สภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งระดับน้ำลดลงจนหลายจุดเริ่มเห็นสันดอนใต้แม่น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน

จากการตรวจสอบระดับน้ำที่สถานีชลมาตร หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง เมื่อวานนี้ ( 23 ม.ค.) ระดับน้ำอยู่ที่ 50 เซนติเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา ระบายออกจากเขื่อนที่ระดับ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากปกติจะระบายน้ำอยู่ที่เฉลี่ย 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

โดยนายวินัย อ่ำรัศมี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ่างทอง เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อย เนื่องจากปี 2559 ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนต่าง ๆ น้อยกว่าที่คาดการณ์ หลายหน่วยงานได้เร่งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค อาจได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย แต่น้ำการเกษตรอาจไม่เพียงพอ จึงฝากเตือนเกษตรกรให้หาแหล่งน้ำสำรองเพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยแล้ง

สิ้นแล้วผู้พันบอมบ์ รถชนต้นไม้ขณะกลับค่าย หลังเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

กองทัพบกสูญเสีย “ผู้พันบอมบ์” นายทหาร ผบ.ช.พัน.5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนอัดต้นไม้ร่องกลางถนน พร้อม จ.ส.อ.พลขับ ขณะกำลังเดินทางกลับค่ายหลังกลับเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ อ.ชะอวด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ (23 ม.ค.60) ทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้แจ้งขอรับบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือ พ.ท.ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ ผบ.ช.พัน.5 เนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนต้นไม้ร่องกลางถนน บนถนนสายเอเชีย 41 หมู่ 3 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ชะอวด ทางทีมแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้พยายามช่วยเหลือ พ.ท.ธีระพล จนสุดความสามารถ แต่ในที่สุด พ.ท.ธีรพล ได้เสียชีวิตลง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชนผู้ประสบภัยที่ทราบข่าว

โดยวานนี้ ( 23 ม.ค.60 ) ร.ต.อ.เลิศฐพงศ์ คล้ายศรีบุญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ที่ถนนสายเอเชีย 41 หมู่ 3 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิศรัทธาสามัคคีการกุศล รีบรุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆษ 2612 กทม. สภาพพังยับเสียหลักตกร่องกลางถนนพุ่งชนอัดต้นไม้

ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บแต่งกายชุดทหารเต็มยศติดภายในรถ 2 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ พ.ท.ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ อายุ 40 ปี ผบ.พัน.ช.พัน 5 สังกัดค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ต.อ.สาโรจน์ เพชรศรีเงิน อายุ 42 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ฯ จึงช่วยกันงัดนำออกมาจากซากรถและรีบนำส่ง โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ แต่เนื่องจากอาการสาหัส จึงรีบนำผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แพทย์พยายามช่วยเหลือจนสุดความสามารถ แต่ในที่สุด พ.ท.ธีรพล ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า พ.ท.ธีรพล และ จ.ส.อ.สาโรจน์ ได้เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน จึงได้เดินทางกลับค่ายเทพสตรีศรีสุนทร โดย จ.ส.อ.สาโรจน์ เป็นคนขับและ พ.ท.ธีรพล นั่งคู่มาด้านหน้า เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนก่อนชนอัดต้นไม้จนรถพังเสียหายพังยับเยิน

สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ทหารทั้งสองรายซึ่งได้ออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องทุกวัน อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และขณะที่ จ.ส.อ.สาโรจน์ ได้ขับรถมาด้วยความเร็วมุ่งหน้ากลับค่าย แต่เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียจึงอาจจะวูบหลับ จนรถเสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนและชนต้นไม้ ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส และ พ.ท.ธีรพล เสียชีวิตในเวลาต่อมาดังกล่าว ส่วน จ.ส.อ.สาโรจน์ อาการล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว

สำหรับ พ.ท.ธีรพล ผู้เสียชีวิตเป็นนายทหารที่มีอนาคตไกล เป็นที่รักใคร่และไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา และยังเป็นที่เคารพนับถือของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชามักจะเรียนชื่อสั้น ๆ ว่า “ผู้พันบอมบ์ ” โดยช่วงที่ภาคใต้ประสบอุทกภัยตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2559 ผู้พันบอมบ์ได้นำกำลังพลพร้อมยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน จะนำรถยนต์ส่วนตัวขับกลับค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

นายกฯ เผยปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ หวังเป็นตัวอย่างให้คนที่ไม่เปลี่ยนแปลง

นายกฯ บอกให้เป็นตัวอย่างให้คนที่ไม่เปลี่ยนแปลง หลังทำเนียบจัดสถานที่ใหม่ นำอ่างบัวสีม่วงและเหลืองไปวางไว้ในจุดสำคัญ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 ม.ค. 60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงหนึ่งก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการปรับภูมิทัศน์ทำเนียบ

อ่างบัว, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวสดวันนี้, ทำเนียบรัฐบาล, ข่าวนายกรัฐมนตรี

ด้วยการนำอ่างบัวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร จำนวน 10 ใบ ที่ปลูกดอกบัวสีม่วง และสีเหลือง มาวางตกแต่งบริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ และบริเวณโดยรอบศาลพระภูมิเจ้าที่ ด้านหน้าห้องทำงานสื่อมวลชน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไปเพราะต้องการเสริมมงคลปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ย ว่า

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้มีความสวยงาม และเป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากผู้ที่ยังคิดแต่เรื่องเก่าๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นอาหารของเต่าปลาใต้น้ำได้

สำหรับการนำอ่างบัวที่นำมาตกแต่งทำเนียบเพื่อให้เกิดความสวยงามครั้งนี้เป็นแนวความคิดของพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องการปรับภูมิทัศน์ใหม่บริเวณโดยรอบของทำเนียบรัฐบาล โดยประสานให้ทางสวนนงนุช เข้ามาดำเนินการการตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการจัดวางอ่างบัวบริเวณศาลพระภูมิ ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และสนามหญ้าหน้าตึกบัญชาการ