เรือหลวงท่าจีน เรือรบใหม่ของไทย สมรรถะสุดแกร่ง พร้อมลุยทุกสถานการณ์

เปิดสมรรถนะเรือหลวงท่าจีน เรือรบลำใหม่ของไทย สัญชาติเกาหลี 

เรือหลวงท่าจีน เรือรบลำใหม่ของไทย เป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูง สร้างโดยบริษัท DSME.(DAEWOO Shipbuilding & Marine Engineering CO., LTD.) ของเกาหลีใต้ ภายหลังได้มีการออกแบบตรงกับความต้องการของกองทัพเรือตามแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์หลัก สามารถตอบสนองภารกิจทุกภารกิจกองทัพเรือมากที่สุด (อ่านข่าว : ทัพเรือ ทำพิธีปล่อย ‘เรือหลวงท่าจีน’ เรือรบลำใหม่ไทยลงน้ำแล้ว)

เรือหลวงท่าจีน

โดยเรือฟริเกตลำนี้ เป็นการพัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลีใต้ในการต่อเรือ  มีระวางขับน้ำสูงสุด  3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต  ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย

สามารถทนทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 6 ขึ้นไป โครงสร้างเรือแข็งแรง มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์ เคมี  ชีวะ และสามารถตรวจการครอบคลุมทุกมิติและทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจาก มีการติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบตรวจการที่ทันสมัยและขีดความสามารถสูง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง

เรือหลวงท่าจีน

ทั้งนี้ เรือหลวงท่าจีน ยังมีสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ  โดยการปฏิบัติการสงครามใต้น้ำ สามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ แล้วต่อตีเรือดำน้ำได้ที่ระยะไกลด้วย Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือตอร์ปิโด

ส่วน การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ ใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฎิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนของเรือ

ขณะที่การป้องกันทางอากาศระยะไกล (ผิวน้ำ) หรือพื้นที่ชั้นนอกของกองเรือ (Battle Group) จะใช้การปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพอากาศในการค้นหา ตรวจจับและโจมตี และการปฏิบัติการสงครามผิวน้ำ โดยสามารถโจมตีเป้าหมายได้ที่ระยะไกล โดยปฏิบัติร่วมกับเรือและอากาศยานในการพิสูจน์ทราบเป้า ส่งมอบเป้าและให้ใช้อาวุธจากระยะพ้นขอบฟ้า รวมทั้งโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ

เรือหลวงท่าจีน

ด้านการป้องกันตนเองนั้น จะโจมตีด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีปืนใหญ่เรือและปืนรองต่อสู้อากาศยาน  ระบบอาวุธป้องกันระยะประชิด (CIWS)  ระบบลวงทางอิเล็กทรอนิกส์  ระบบควบคุมความเสียหายแบบรวมการที่สั่งการได้จากศูนย์กลางหรือแยกสั่งการ มีระบบควบคุมการแพร่สัญญาณออกจากตัวเรือ อีกทั้งสามารตรวจจับ ดักรับ วิเคราะห์ และก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของเป้าหมายได้

นอกจากนี้  เรือหลวงท่าจีน ยังสามารถใช้ในการปฏิบัติการรบร่วม โดยผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ให้สามารถปฏิบัติการรบร่วมในลักษณะกองเรือ (Battle Group) ได้แก่ ร.ล.จักรีนฤเบศร  เรือฟริเกต ชุด เรือหลวงนเรศวร  เรือคอร์เวต ชุด เเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติการรบร่วมกับ เครื่องบินกองทัพอากาศ ตามบทบาทหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย ซึ่งเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จะทำหน้าที่ควบคุมการปราบเรือดำน้ำเป็นหลัก

ด้วยศักยภาพและสมรรถนะที่แข็งแกร่งของเรือหลวงท่าจีน กองทัพเรือจะถูกนำไปใช้ในภารกิจสงคราม ป้องกันอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย รวมไปถึงคุ้มกันกระบวนเรือลำเลียง และนอกเหนือจากนั้นในยามสงบจะดูแลรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล พิทักษ์รักษาสิทธิอธิปไตยทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ และรักษากฎหมายตามกฎหมายให้อำนาจทหารเรือ
เรือหลวงท่าจีน
เรือหลวงท่าจีน
เรือหลวงท่าจีน
เรือหลวงท่าจีน

ตำรวจชลบุรี ล่าแก๊งลวงหญิงสาวขึ้นรถตู้ คาดเป็นตำรวจอาสา “นอกแถว”

หญิงสาว วัย 23 ปี ถูก 2 คนร้าย อ้างตัวเป็นตำรวจมาขอตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด-บังคับนำตัวขึ้นรถตู้ คาดผู้ก่อเหตุอาจเป็นตำรวจอาสา “นอกแถว”

พันตำรวจโท ชูศักดิ์ ปิ่นรัตน์ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.)เมืองพัทยา เปิดเผยความคืบหน้า กรณีหญิงสาว วัย 23 ปี ถูก 2 คนร้าย อ้างตัวเป็นตำรวจ มาขอตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด แล้วบังคับนำตัวไปขึ้นรถตู้ที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งรออยู่หลายคน แต่เคราะห์ดีที่อาศัยจังหวะเผลอ รีบหนีออกมาได้ ก่อนเข้าแจ้งความ ซึ่งเหตุเกิดในพื้นที่พัทยาใต้ หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา

โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้บันทึกคำให้การของผู้เสียหายไว้อย่างละเอียด ซึ่งจากการสอบสวนก็มีมูลความจริง จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุแล้ว แต่ยังไม่พบภาพผู้ต้องสงสัย และรถที่ใช้ก่อเหตุ ขณะที่ประวัติของผู้เสียหาย ไม่พบว่ามีส่วนพัวพันกับยาเสพติด

พร้อมคาดว่า ผู้ก่อเหตุ อาจเป็นตำรวจอาสา “นอกแถว” แต่คงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจแน่นอน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าเป็นการลวงผู้เสียหายไปเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ หรือทำมิดีมิร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็ว

อดีตบิ๊ก ปตท. ยัน ไม่เกี่ยวปมสินบน ‘โรลส์-รอยซ์’

อดีตบิ๊ก ปตท. ยัน ไม่เกี่ยวปมสินบน ‘โรลส์-รอยซ์’ พร้อมมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอ็นเนอร์จี ซิสเต็ม อิงค์ ติดสินบนผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มูลค่ากว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 385 ล้านบาท ในช่วงปี 2543-2556 ซึ่งเป็นช่วงที่ นายประเสริฐ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ว่า

ขณะนี้ ปตท. ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นเดียวกับหน่วยงานตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งคาดว่าจะมีผลสรุปออกมาเป็นระยะ และเมื่อผลการตรวจสอบออกมา โดยมีใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนี้ก็จะต้องถูกดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย พร้อมกันนี้ นายประเสริฐ ยังยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ด้าน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า ได้ส่งสายตรวจไปตรวจสอบหลักฐานการจัดซื้อของทั้งบริษัท การบินไทย และบริษัท แล้ว ซึ่งจะรวบรวมหลักฐานทั้งกระบวนการจัดหาผู้เสนออนุมัติประกอบด้วยใครบ้าง รวมถึงนำข้อมูลจากต่างประเทศมาตรวจสอบด้วย ซึ่งมองว่าเรื่องนี้ต้องมีคนกลางวิ่งล็อบบี้ เพื่อจ่ายสินบนให้หน่วยงานไทยเหมือนกรณีอดีตผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐ เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ