คาด ‘หุ้นไทย’ มีโอกาสปรับขึ้นต่อ เปิดโผ! หุ้นมีประเด็นบวกหนุน

บล.เคจีไอ มองตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นต่อ มอง ‘ทรัมป์’ ถอนตัวจาก TPP ไม่เป็นปัจจัยลบต่อไทย ขณะที่ บล.บัวหลวง ให้แนวรับที่ 1,560 และ แนวต้านที่ 1,576 จุด

นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ จำกัด เปิดเผยแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (24 มค.) ว่า ทิศทางตลาดมีโอกาสบวกต่อ แรงซื้อหุ้น valuations ต่ำ ๆ ยังหนุนตลาด แม้วานนี้ต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย แต่ยังเห็นปัจจัยหนุนให้ฟันด์โฟลว์อยู่ในทิศทางบวก ได้แก่ เงินดอลลาร์ฯ ยังคงอ่อนลง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ไม่แถลงรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ

และแม้เมื่อคืนนี้ ทรัมป์ลงนามถอนตัวจากสัญญา TPP 12 ประเทศ และจะกลับมาใช้ NAFTA (ค้าเสรีอเมริกาเหนือ) แต่มองไม่เป็นปัจจัยลบต่อไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ไทยไม่ร่วม TPP และไทยมีโครงสร้างส่งออกที่กระจายความเสี่ยงอยู่ในแถบอาเซียนอย่างดี

ทั้งนี้ โบรกต่างชาติยังทยอยอัพเกรดหุ้นไทย ล่าสุดวันนี้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นสัญญาณบวกต่อฟันด์โฟลว์ในช่วงสั้น
อย่างไรก็ดี ยังมองว่าการแกว่งขึ้นมีอัพไซด์จำกัด แรงซื้อน่าจะกระจุกตัวในหุ้นที่มี valuations ต่ำ ๆ ส่วนปัจจัยที่น่า
ติดตาม ได้แก่ ศาลอังกฤษจะตัดสินว่า นายกฯ อังกฤษสามารถเริ่มต้นกระบวนการ Brexit โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ได้หรือไม่

ขณะที่ บล.บัวหลวง คาด ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (24 ม.ค.)  Sideways up แนวรับ 1,560 แนวต้าน 1,576 จุด สถิติที่น่าสนใจย้อนหลัง 5 ปี ช่วงเวลาก่อนตรุษจีน 1 สัปดาห์ หุ้นไทยขึ้น 4 ใน 5 ครั้งและให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.51% สูงสุด 1.49%

ปัจจัยที่ต้องตามมีผลต่อตลาดช่วงนี้ จะโฟกัสไปที่ รายงานงบการเงิน บจ.ไทย โดยวันพรุ่งนี้งบที่ Bloomberg คาดจะประกาศได้แก่ JAS SCC ส่วนสุดสัปดาห์ได้แก่ PTTEP GLOW และค่าเงินบาท ทรงตัวในระดับแข็งค่าเทียบดอลล์สหรัฐฯ คาดหนุนเงินลงทุนต่างชาติพักเงินในตลาดหุ้นไทย ซึ่งส่วนหนึ่งคาดพักไว้รอรับปันผล กลยุทธ์แนะ Selective buy หุ้นมีประเด็นบวกหนุน

หุ้นแนะนำวันนี้

AMA แนวรับ 22.8 บ. ต้าน 24.4/25 บ. Stop loss รอบสั้น 22.3 บ. Laggard plays กลุ่มเรือขนส่ง เมื่อวาน RCL +14.05% TTA +5.94% PSL +3.92% ขึ้นแรง (เราได้ Upgrade กลุ่มเรือขึ้นเป็น Neutral จาก Underweight เมื่อปลายปี 2016 จากแนวโน้มการส่งมอบเรือใหม่ปีนี้ชะลอลง)

TNR สะสมอ่อนตัว แนวรับ 31 บ. ต้าน 33 บ. Stop loss รอบสั้น 30 บ.

TOP แนวรับ 71.5 บ. ต้าน 73.5/74 บ. Stop loss 70 บ.

PTTGC รอย่อซื้อตามแนวรับ 67 บ. ต้าน 69.5/70 บ. Stop loss 65 บ.

เตรียมส่งหนุ่มเช็กแพร่HIVกลับประเทศ ยังไม่มีสายการบินรับขึ้นเครื่อง

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เผย เตรียมผลักดันผู้ต้องหาหนุ่มเช็กแพร่เชื้อ HIV กลับประเทศวันนี้

หลังจากเกิดกรณีนายซเดเนก ไฟยฟอร์ (MR.ZDNEK PFEIFER) สัญชาติเช็ก บุคคลอันตรายที่แพร่เชื้อ HIV และหลบหนีมากบดานในจ.ภูเก็ต กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. เผยว่า ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ดำเนินการประสานนำผู้ต้องหาไปส่งยังประเทศต้นทาง เนื่องจากทางการไทยไม่สามารถดำเนินการได้เพราะไม่มีสายการบินไปยังประเทศปลายทางโดยตรง ทำให้ต้องมีการต่อสายการบินในฝั่งยุโรป อีกทั้งผู้ต้องหามีลักษณะโครงสร้างสูงใหญ่ เกรงว่าจะหลบหนีระหว่างควบคุมตัว รวมทั้งสายการบินพาณิชย์ในไทยปฏิเสธที่จะรับตัวผู้ต้องหาขึ้นเครื่อง จึงมีการร้องขอให้ทางการประเทศเช็ก ส่งเจ้าหน้าที่มารับตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีในประเทศ ซึ่งล่าสุดในช่วงสายของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการนำตัวผู้ต้องหามาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป

พบหญิงไทยถูกหลอกทำงานที่มาเลย์อีก177คน

เจ้าหน้าที่พบหญิงไทยถูกหลอกไปทำงานที่มาเลเซียเข้าข่ายค้ามนุษย์อีก 177 คน ทูตเร่งประสานขอดูแล

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ พบหญิงจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกกักตัวไว้เป็นพยานในฐานะ “เหยื่อค้ามนุษย์” อีก 177 คน โดยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองในประเทศมาเลเซีย ทั้งปีนัง กัวลาลัมเปอร์ มะละกา และยะโฮร์บารู ขณะนี้ นายดำรง ใคร่ครวญ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้ประสานขอเข้าเยี่ยมและดูแลสุขภาพให้กับหญิงไทยทั้งหมด

ซึ่งนอกจากจะเป็นหญิงไทยกลุ่มนี้แล้ว ยังมีหญิงจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่งถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอีก 53 คน หลังจากไปร่วมออกร้านขายของในงานที่ใช้ชื่อว่า Thai Festival ที่มะละกา ประเทศมาเลเซีย แต่หญิงกลุ่มนี้ไม่ได้โดนคดีค้ามนุษย์ เพราะเป็นการลักลอบเข้าไปทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตจากทางการมาเลเซีย ซึ่งกิจกรรมออกร้านขายอาหารและสินค้าไทยที่ใช้ชื่อว่า Thai Festival นี้ เป็นการจัดกันเองของภาคเอกชนและไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐของไทย โดยบริษัทจากฝั่งไทยและมาเลเซียร่วมกันบริหารจัดการหาสถานที่เพื่อออกร้านขายของ แต่คนที่ไปขายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่มีใบอนุญาตทำงานในมาเลเซีย จึงเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย