ผัวโหดบีบคอฆ่าเมีย ทิ้งลูกวัยขวบเศษนอนเฝ้าศพแม่ทั้งคืน

สามีโหดบีบคอฆ่าภรรยา แถมทิ้งลูกน้อยวัยขวบเศษ นอนเฝ้าศพแม่ทั้งคืน คาดสาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง

ร้อยตำรวจเอก กัมพล อินทีวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีหญิงสาวถูกฆาตกรรม ภายในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 9 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ภายในห้องนอนพบศพ นางสาวพรทิพย์ สุคนธสังข์ อายุ 30 ปี สภาพศพนอนตะแคงคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน มีเลือดกระเด็นเป็นจุด ๆ ใกล้กันพบมีดอีโต้ตกอยู่ ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า ที่บริเวณลำคอมีรอยเขียวช้ำ คล้ายกับถูกบีบคอ บริเวณคางมีรอยถลอก ปากแตก ตามแขนและมือทั้งสองข้างมีรอยเขี้ยวช้ำเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นางประภา สุคนธสังข์ อายุ 70 ปี ป้าของผู้ตาย ทราบว่า ตนเองอาศัยอยู่กับผู้ตายซึ่งเป็นหลานสาวและนายวิรัช แก้ววิเชียร อายุ 38 ปี หลานเขย และลูกของหลานสาวอีก 3 คน โดย นายวิรัช ทำงานอยู่กรุงเทพมหานคร ขับรถรับส่งฟันปลอมตามคลินิกทำฟัน อยู่กินกับหลานสาวมาได้ประมาณ 2 ปี มีลูกด้วยกันเป็นเด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 5 เดือน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. คืนเกิดเหตุ นายวิรัช กลับมาบ้านและกินข้าวจากนั้นได้เข้าห้องนอนกับผู้ตาย (หลานสาว) และลูกสาว ตนเองนั่งทำงานจนดึกไม่ได้ยินเสียงอะไร ได้ยินแต่เสียงร้องของลูกของหลานสาว เพราะไม่สบายอยู่ จากนั้นตนเองก็เข้านอนพร้อมกับลูกติดของหลานสาว

จนช่วงเช้าวานนี้ ( 30 ม.ค.) นายวิรัช ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป พอไปปลุกก็พบว่าหลานสาวเสียชีวิตแล้ว โดยช่วงหลัง ๆ ทั้งคู่มักจะมีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง ไม่คิดว่าหลานสาวจะมาถูกฆ่าเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงกัน จนเกิดการลงไม้ลงมือ นายวิรัช ใช้มือบีบคอจน นางสาวพรทิพย์ เสียชีวิต แล้วหลบหนีไป ทิ้งลูกให้นอนเฝ้าศพแม่ทั้งคืน

โรงแรมปาร์คนายเลิศ ประกาศขายของหลังเลิกกิจการ ทำคนแน่นแห่ซื้อ

โรงแรมปาร์คนายเลิศคึกคัก ประชาชนแห่ต่อคิวเลือกซื้อสินค้า หลังประกาศเลหลังขายเฟอร์นิเจอร์-สิ่งของ จากการเลิกกิจการ  

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ม.ค. 60) ที่ โรงแรมปาร์คนายเลิศ ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเข้าคิวเลือกซื้อข้าวของจำนวนมาก หลังมีกระแสข่าวจากโลกออนไลน์ว่า

โรงแรมปาร์คนายเลิศ, ข่าวสดวันนี้

ทางโรงแรมนำมาขายหลังมีการประกาศปิดกิจการ อาทิ  โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ชั้นวางของ เตียง อุปกรณ์สำนักงาน เตารีด ไดร์เป่าผม ซึ่งทุกชิ้นที่ถูกติดราคาไว้ชัดเจน  และหากสินค้าไหนที่ถูกขายหรือจองแล้ว จะมีชื่อติดไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเจ้าของด้วย

สำหรับราคาขายสินค้าดังกล่าวมีตั้งแต่สิบบาทไปจนถึงหลักหมื่น  โดยทางโรงแรมจะเปิดบริการให้ซื้อสิ่งของต่างๆ ของโรงแรมได้ถึงวันที่ 3 ก.พ.นี้

ตร.ลุยหาหลักฐาน หลังหนุ่มวัย 18 อ้างถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถ ก่อนฉกเงิน 8 หมื่นหนี

ตร.คันนายาวไล่เช็ก CCTV เพื่อหาหลักฐานล่าคนร้าย หลังหนุ่มวัย 18 อ้างถูกดักปล้นด้วยการอุ้มขึ้นรถ ระหว่างนำเงิน 8 หมื่นบาทไปฝากตู้เงินธนาคาร

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ม.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาวได้เร่งเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายอุ้มหนุ่มคนหนึ่งขึ้นรถยนต์ก่อนจะฉกเงินหนี ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังนำเงินเข้าตู้เอทีเอ็ม ที่บริเวณตลาดถนอมมิตร 88 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

ปล้น, ตำรวจ, ข่าวตำรวจ

โดยการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่ช่วงคืนที่ผ่านมา นายศราวุฒิ พึ่งประสพ อายุ 18 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน เดินมาประกบซ้ายและขวา ระหว่างที่ตนกำลังนำเงินเข้าตู้เอทีเอ็ม  จากนั้นชายต้องสงสัยได้ถามที่มาของเงิน ก่อนจะพาตัวของตนไปขึ้นรถยนต์ที่จอดอยู่

เมื่อขึ้นไปบนรถกลับพบว่ามีชายอีก 2 คนนั่งอยู่ที่เบาะหน้า ส่วนตนนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีชาย 2 คนก่อนหน้านี้นั่งประกบ ก่อนที่ชายทั้ง 4 คนจะเริ่มสอบถามเรื่องเงิน พอตนไม่ตอบก็โดนต่อยเข้าที่ขมับขวาหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะโดนกลุ่มชายดังกล่าวไล่ลงจากรถและยึดเงินสดของตนและขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปห้าแยกวัชรพล

ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช  ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จากการสอบสอบสวนนายศราวุฒิ เบื้องต้นให้การยืนยันว่าถูกคนร้าย 2 คน ชิงเงินสดจำนวนดังกล่าวไปจริง แต่ก็ยังมีจุดที่น่าสงสัยแปลกใจอยู่ เพราะสงสัยว่าทำไมนายศราวุฒิ จึงไม่ร้องขอให้ รปภ. ช่วย ทั้งๆ ที่อยู่บริเวณดังกล่าวหลายคน

ประกอบพนักงานสอบสวนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารทราบว่าปกติแล้ว ตู้ฝากเงินจะให้บริการ 06.00 – 22.00 น. แต่ นายศราวุฒิ กลับอ้างว่าเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำและสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป