เฝ้าระวัง! แม่น้ำตาปี สุราษฎร์ธานี หลังฝนจ่อเติมซ้ำ

เฝ้าระวังลุ่มน้ำตาปี ใน จ.สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่อง หลังฝนจ่อเติมซ้ำ ขณะ อ.พุนพิน ยังอ่วม น้ำท่วมขัง 50 ซม.

เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุมชนริมตลิ่งของลุ่มแม่น้ำตาปี ใน จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่ อ.พุนพิน เขต ต.ท่าข้าม ท่าโรงช้าง และ เขาหัวควาย วัดระดับน้ำเฉลี่ย 30 – 50 เซนติเมตร

ขณะที่มวลน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช ได้ไหลบ่าเข้ามาสะสมในแม่น้ำตาปี เขต อ.พระแสง เพิ่มอีก 13 เซนติเมตร ส่งผลให้ล่าสุดมีระดับน้ำอยู่ที่ 5.96 เมตร จากตลิ่งโดยภาพรวมปริมาณน้ำยังปริ่มตลิ่งไม่ถึงกับเอ่อล้นออกมา

ทั้งนี้ จากการประเมินข้อมูลพบว่าภายใน 5 – 7 วัน จากนี้มวลน้ำก้อนดังกล่าวจะเดินทางไปถึง อ.พุนพิน เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเท่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันปริมาณฝนใน จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่หลายฝ่ายยังคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในจุดเสี่ยง คือ ชุมชนริมแม่น้ำลุ่มแม่น้ำตาปี ให้เฝ้าระวัง เตรียมความพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลันต่อเนื่อง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะเกิดฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 25 ม.ค. 60

เพจดังชวนลงชื่อ ให้ดราฟเบียร์ถูกกม. หลังหนุ่มเมืองนนท์ถูกรวบเพราะทำเอง

ตำรวจเมืองนนท์ เข้าจับกุมหนุ่มจบนิติฯ หลังคิดสูตรหมักเบียร์ไว้ดื่มเอง ด้านเพจดังชวนคนร่วมลงชื่อรณรงค์ให้แนวคิดนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (22 ม.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัด ได้เข้าจับกุมตัวนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อายุ 28 ปี ภายหลังสืบทราบว่าเขาได้มีการแอบผลิตเบียร์ขึ้นเอง โดยไม่รับอนุญาต ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี

ดราฟเบียร์, เบียร์สด, สูตรเบียร์, ข่าวจังหวัดนนทบุรี

ซึ่งจากการสอบสวนนายเท่าพิภพ  ได้กล่าวว่า ตนเองเพิ่งจะเรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นคนชอบดื่มเบียร์ เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ลองผสมหมักเบียร์ทำดู โดยคิดค้นสูตรเองขึ้นทั้งหมด ก่อนจะลองผิดลองถูกอยู่นานจึงได้รสชาดถูกใจจึงนำไปให้เพื่อนชิม และจะนำออกมาจำหน่ายวันแรกในราคาขวดละ 150 บาท ก็มาถูกจับเสียก่อน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็หาซื้อตามื้องตลาดเอง

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ว่า

1.มีภาชนะสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
2.ทำสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
3 .มีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดแสตมป์สุรา แต่ไม่ได้ติดสแตมป์สุรา
4. มีไว้ในความครอบครองซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดสแตมป์สุราแต่ไม่ได้ติดแสตมป์

พร้อมอายัดของกลางต่างๆ ห้ามเคลื่อนย้ายอาทิ ถังหมักเบียร์ ถังต้มเบียร์ ข้าวบาร์เลต์ ยีสต์หมักเบียร์ มอลต์ น้ำตาลและน้ำเบียร์ที่ผลิตเสร็จแล้ว ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ที่ผู้ต้องหารายดังกล่าว ยอมรับผิดในข้อหาที่ 1-2 เท่านั้น ส่วนข้อหาที่ 3-4 ขอให้การปฏิเสธ และไม่ขอลงลายมือชื่อ

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีบางส่วนชื่นชมที่หนุ่มผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีแนวคิดผลิตเบียร์ขึ้นมาดื่มเอง เพราะมันคือจุดเริ่มต้นธุรกิจ Start Up ที่ทางภาครัฐอยากให้มี แต่มันกลับผิดที่ผิดเวลา และผิดกฎหมาย

ด้าน change.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์เปิดให้ลงรายชื่อเพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคม ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมเปิดแคมเปญ ขอให้คนลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย โดยระบุว่า

อยากให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย

เมื่อกฎหมายแก้ไข ธุรกิจ SME จะมีบทบาทมากขึ้นเกี่ยวกับการผลิตเบียร์รายย่อย จะมีการแข่งขันของอุตสาหกรรมเบียร์มากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตรายย่อยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันนี้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายได้ระบุไว้ว่าจะทำเบียร์ให้ถูกกฎหมาย ต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 1,000,000 แกลลอน ต่อปี

กฎหมายนี้ไม่ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ค้ารายย่อย ปัจจุบันตลาดเบียร์ไทยที่ถูกกฎหมายนั้นมีรสชาติที่ซ้ำซากจำเจ และไม่มีการพัฒนาตัวสินค้าแต่อย่างใด (พัฒนาเพียงบรรจุภัณฑ์) เราจึงอยากให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเบียร์ ใครๆ ก็ทำได้ คนไทยทำ คนไทยดื่ม คนไทยภูมิใจ ซึ่งหากผู้สนใจอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าวสามารถเข้าไปลงชื่อได้ที่นี่ >>> (อยากให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย)

สำหรับ ดราฟเบียร์ คือเบียร์ ที่ทำการเสิร์ฟจากถังเบียร์ โดยไม่ได้บรรจุลงขวด หรือ กระป๋อง จึงทำให้เบียร์ยังไม่ได้ผ่านความร้อนแบบพาสเจอร์ไรซ์  กลิ่น รส มีความเข้มข้นมากกว่าเบียร์ที่บรรจุขวดและกระป๋อง แต่มีข้อเสียคือเก็บได้ไม่นาน เพราะจะเสียเร็ว  เพราะยีสต์และแบคทีเรียยังคงอยู่ ส่วนวิธีการทำนั้นคล้ายกับกระแชหรือน้ำตาลเมาของไทย แต่จะแตกต่างกันที่วัตถุดิบ เพราะ เบียร์สด (Draft Beer) จะมีข้าวบาร์เลย์ (Barley) เป็นส่วนประกอบหลักในการหมัก

โดย เบียร์สด (Draft Beer) จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ  เอลล์ (Ales) และ ลาเกอร์ (Lager) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันดังนี้

เอลล์ (Ales) หมักยีสต์ลอยหน้า ด้านบนสุดของถังหมัก ที่อุณหภูมิสูงกว่าลาเกอร์เบียร์ 10-15 องศา ใช้เวลาหมักน้อยกว่า 2-3 สัปดาห์ มีสีเข้ม รสชาติก็เข้มข้น ส่วน ลาเกอร์ (Lager) หมักยีสต์นอนก้น คือหมักที่ก้นของถังหมัก ที่อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศา ใช้เวลาหมัก 4 สัปดาห์ เมื่อหมักที่อุณภูมิเย็นกว่า ทำให้เบียร์ใส สด และเรียบเนียนกว่า ซึ่งเหมาะกับอากาศการดื่มในเมืองไทยมากกว่าชนิดแรก

‘หุ้นไทย’ ปรับขึ้นจากราคาน้ำมันดิบ โบรกหนุนเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน

‘หุ้นไทย’ เปิดตลาดบวก 5.20 จุด เพิ่มขึ้น 387 หลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบ หนุนเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (23 ม.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.20 จุด แตะที่ระดับ 1,568.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,685.40 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 387 หลักทรัพย์ ลดลง 154 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 275 หลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบที่แกว่งตัวขึ้น จะหนุนให้มีการเก็งกำไรกลุ่มพลังงาน สำหรับกลุ่มที่เปราะบางต่อการขายลดความเสี่ยง คือกลุ่มส่งออกที่มีลูกค้าสหรัฐฯ เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอาหารกระป๋อง ที่เปราะบางต่อแนวทางเศรษฐกิจแนวชาตินิยม (America First)

สำหรับกลยุทธ์ แนะนำเก็งกำไรเฉพาะกลุ่มที่มีปัจจัยเด่นเฉพาะ เช่น โมเมนตัมบวกจากเทศกาลตรุษจีน และราคาน้ำมันที่แกว่งตัวขึ้นรอการลดกำลังผลิตจากฝั่ง OPEC โดยฝ่ายวิเคราะห์ ยังมองภาพรวมของตลาดยังอยู่ในกรอบที่มี Upside จำกัด

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 08.52 น. มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 34.01 บาท ขายออก 35.56 บาท