ตำรวจเมืองนนท์ เข้าจับกุมหนุ่มจบนิติฯ หลังคิดสูตรหมักเบียร์ไว้ดื่มเอง ด้านเพจดังชวนคนร่วมลงชื่อรณรงค์ให้แนวคิดนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (22 ม.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัด ได้เข้าจับกุมตัวนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อายุ 28 ปี ภายหลังสืบทราบว่าเขาได้มีการแอบผลิตเบียร์ขึ้นเอง โดยไม่รับอนุญาต ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี

ซึ่งจากการสอบสวนนายเท่าพิภพ ได้กล่าวว่า ตนเองเพิ่งจะเรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นคนชอบดื่มเบียร์ เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ลองผสมหมักเบียร์ทำดู โดยคิดค้นสูตรเองขึ้นทั้งหมด ก่อนจะลองผิดลองถูกอยู่นานจึงได้รสชาดถูกใจจึงนำไปให้เพื่อนชิม และจะนำออกมาจำหน่ายวันแรกในราคาขวดละ 150 บาท ก็มาถูกจับเสียก่อน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็หาซื้อตามื้องตลาดเอง
ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ว่า
1.มีภาชนะสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
2.ทำสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
3 .มีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดแสตมป์สุรา แต่ไม่ได้ติดสแตมป์สุรา
4. มีไว้ในความครอบครองซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดสแตมป์สุราแต่ไม่ได้ติดแสตมป์
พร้อมอายัดของกลางต่างๆ ห้ามเคลื่อนย้ายอาทิ ถังหมักเบียร์ ถังต้มเบียร์ ข้าวบาร์เลต์ ยีสต์หมักเบียร์ มอลต์ น้ำตาลและน้ำเบียร์ที่ผลิตเสร็จแล้ว ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ที่ผู้ต้องหารายดังกล่าว ยอมรับผิดในข้อหาที่ 1-2 เท่านั้น ส่วนข้อหาที่ 3-4 ขอให้การปฏิเสธ และไม่ขอลงลายมือชื่อ
ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีบางส่วนชื่นชมที่หนุ่มผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีแนวคิดผลิตเบียร์ขึ้นมาดื่มเอง เพราะมันคือจุดเริ่มต้นธุรกิจ Start Up ที่ทางภาครัฐอยากให้มี แต่มันกลับผิดที่ผิดเวลา และผิดกฎหมาย
ด้าน change.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์เปิดให้ลงรายชื่อเพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคม ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมเปิดแคมเปญ ขอให้คนลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย โดยระบุว่า
อยากให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย
เมื่อกฎหมายแก้ไข ธุรกิจ SME จะมีบทบาทมากขึ้นเกี่ยวกับการผลิตเบียร์รายย่อย จะมีการแข่งขันของอุตสาหกรรมเบียร์มากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตรายย่อยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันนี้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายได้ระบุไว้ว่าจะทำเบียร์ให้ถูกกฎหมาย ต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 1,000,000 แกลลอน ต่อปี
กฎหมายนี้ไม่ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ค้ารายย่อย ปัจจุบันตลาดเบียร์ไทยที่ถูกกฎหมายนั้นมีรสชาติที่ซ้ำซากจำเจ และไม่มีการพัฒนาตัวสินค้าแต่อย่างใด (พัฒนาเพียงบรรจุภัณฑ์) เราจึงอยากให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเบียร์ ใครๆ ก็ทำได้ คนไทยทำ คนไทยดื่ม คนไทยภูมิใจ ซึ่งหากผู้สนใจอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าวสามารถเข้าไปลงชื่อได้ที่นี่ >>> (อยากให้คราฟต์เบียร์ไทยถูกกฎหมาย)
สำหรับ ดราฟเบียร์ คือเบียร์ ที่ทำการเสิร์ฟจากถังเบียร์ โดยไม่ได้บรรจุลงขวด หรือ กระป๋อง จึงทำให้เบียร์ยังไม่ได้ผ่านความร้อนแบบพาสเจอร์ไรซ์ กลิ่น รส มีความเข้มข้นมากกว่าเบียร์ที่บรรจุขวดและกระป๋อง แต่มีข้อเสียคือเก็บได้ไม่นาน เพราะจะเสียเร็ว เพราะยีสต์และแบคทีเรียยังคงอยู่ ส่วนวิธีการทำนั้นคล้ายกับกระแชหรือน้ำตาลเมาของไทย แต่จะแตกต่างกันที่วัตถุดิบ เพราะ เบียร์สด (Draft Beer) จะมีข้าวบาร์เลย์ (Barley) เป็นส่วนประกอบหลักในการหมัก
โดย เบียร์สด (Draft Beer) จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ เอลล์ (Ales) และ ลาเกอร์ (Lager) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันดังนี้
เอลล์ (Ales) หมักยีสต์ลอยหน้า ด้านบนสุดของถังหมัก ที่อุณหภูมิสูงกว่าลาเกอร์เบียร์ 10-15 องศา ใช้เวลาหมักน้อยกว่า 2-3 สัปดาห์ มีสีเข้ม รสชาติก็เข้มข้น ส่วน ลาเกอร์ (Lager) หมักยีสต์นอนก้น คือหมักที่ก้นของถังหมัก ที่อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศา ใช้เวลาหมัก 4 สัปดาห์ เมื่อหมักที่อุณภูมิเย็นกว่า ทำให้เบียร์ใส สด และเรียบเนียนกว่า ซึ่งเหมาะกับอากาศการดื่มในเมืองไทยมากกว่าชนิดแรก