ปล่อย 5 แกนนำ ต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่แล้ว ม็อบเริ่มทยอยกลับ

จนท. ปล่อยตัว 5 แกนนำกลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แล้ว ยันรัฐบาลดูแลดี ขออย่าตกเป็นเครื่องมือกลุ่มไม่ประสงค์ดี นายกฯให้ทบทวนแผน EHIA – ม็อบทยอยกลับ

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  แม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยภายหลังมีการปล่อยตัว 5 แกนนำคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดกระบี่ ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนที่มาชุมนุมทุกคน โดยฝ่ายความมั่นคง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจและทหาร ได้พยายามประนีประนอม แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการทำผิดหลักเกณฑ์ไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตพื้นที่ชุมนุมไว้ ขณะเดียวกันยืนยันว่า ได้ดูแลแกนนำที่ถูกควบคุมตัวเป็นอย่างดี เนื่องจากมองว่าประชาชนที่มาชุมนุมเป็นผู้หวังดีต่อประเทศไม่ใช่โจร แต่มีกลุ่มอื่นที่ไม่ประสงค์ดีเข้ามาแทรกแซง ทำให้วัตถุประสงค์ของกลุ่มผู้ชุมนุมผิดเพี้ยนไป

ส่วนข้อเรียกร้องหลักการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่นั้น ทาง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ชี้แจง แต่ยืนยันว่า รัฐบาลได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว คือทำหน้าที่ในการหาแหล่งพลังงาน แต่จะสร้างโรงไฟฟ้าได้หรือไม่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน ซึ่งรัฐบาลเห็นใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่หากมีนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแทรกแซงความเดือดร้อนของประชาชน ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และอย่าปล่อยให้เป็นเรื่องการเมือง

เล็งบังคับรถสาธารณะ ติดGPS-กล้องหน้ารถ

เล็งบังคับรถสาธารณะ ติดGPS-กล้องหน้ารถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสนับสนุนให้รถยนต์ติดกล้องในรถยนต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเป็นหลักฐาน ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการศึกษาดูข้อดีข้อเสีย โดยเฉพาะว่าจะออกเป็นกฎหมาย หรือเป็นคำสั่งมาตรา 44 ขณะนี้ ขอดูข้อดีข้อเสียอีกเล็กน้อย เพราะอยู่ๆ จะไปบังคับใช้เลยคงไม่ถูกนัก เนื่องจากขณะนี้เรายังคิดว่าราคายังแพงอยู่ จะทำให้ถูกลง เช่น การลดภาษีให้กับผู้ที่นำเข้ามาขาย ราคาขายจะได้ถูกลง ประชาชนจะได้ติดกล้องจำนวนมาก ต้องรอมาตรการบริหารในด้านอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย

เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่ออกเป็นกฎหมาย บังคับให้ผู้ประกอบการรถยนต์ติดกล้องมาตั้งแต่ต้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็กำลังคิดอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งคิดว่ารถยนต์ใหม่ควรต้องมีการบังคับให้ติดตั้ง รวมทั้งการบังคับให้ติดระบบ GPS บนรถสาธารณะ โดยเน้นรถที่บรรทุกผู้โดยสารสาธารณะ ส่วนรถยนต์บุคคลคงไม่ได้ไปบังคับ

โดยทั้งหมดได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ถึงอย่างไรหากผู้ใช้รถไม่มีความรับผิดชอบก็เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงตัวผู้ใช้บริการรถสาธารณะก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้บริการของตัวเองด้วย
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้มีคำสั่งดังกล่าวนานแล้ว ต้องการให้มีมาตรการชัดเจนออกมาก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยคาดโทษว่าถ้าถึงเทศกาลสงกรานต์แล้วยังไม่สามารถออกกฎหมายบังคับใช้ได้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตนคงมีปัญหา ฉะนั้นเรื่องดังกล่าวจะสามารถบังคับใช้ทันก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้อย่างแน่นอน

สุดระทึก !! ท่อประปาแตกน้ำพุ่งกลาง ถ.สุขุมวิท ทำรถติดยาวเหยียด

เกิดเหตุการณ์สุดระทึกท่อประปาแตกน้ำพุ่งขึ้นกลางถนนสุขุมวิท ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีท่อประปาแตกทำให้น้ำพุ่งออกมาคล้ายน้ำพุความสูงกว่า 2 เมตร เหตุเกิดบริเวณสามแยกไฟสัญญาณจราจร บนถนนสุขุมวิท ตัดถนนชัยพรวิถี ขาเข้าชลบุรี พื้นที่หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อไปถึงพบว่าน้ำประปาพุ่งขึ้นมาจากถนนฝั่งซ้ายจนพื้นยางมะตอยแตกเป็นรูโบ๋ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 ซม. ทำให้ยานพาหนะไม่สามารถใช้เลนดังกล่าวได้ ส่งผลให้รถติดยาวกว่า 1 กม. โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยามาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ประปาเมืองพัทยาได้รีบเดินทางปิดวาล์วท่อส่งน้ำเพื่อให้น้ำหยุดไหล ก่อนนำเครื่องจักรมาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

สอบถามนายประพฤติ งามขำ พนักงานบริการประปาเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการปิดวาล์วน้ำบริเวณท่อที่แตก ส่งผลให้น้ำประปาหยุดไหลช่วงบริเวณนาเกลือจนถึงพัทยาเหนือ จากนั้นจึงจะทำการซ่อมแซมโดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจึงจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุคาดว่าท่อส่งน้ำที่เชื่อมต่อมาจากโรงกรองน้ำที่ ต.บางละมุง เกิดชำรุดเนื่องจากเป็นท่อเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว ทำให้ท่อแตกจนน้ำพุ่งออกมาดังกล่าว.