นักเรียนขอนแก่น จับกลุ่มแว้นนับ 10 คัน ชนกันเองเจ็บ

นักเรียนขอนแก่น จับกลุ่มกันแว้นนับ 10 คัน ซิ่งรถจักรยานยนต์แข่งกันบนถนนหลวง หลังเลิกเรียน ชนกันเอง โชคดีรถยนต์ขับตามหลังหักหลบทัน

วันนี้(18 ก.พ.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ “Arunee Hongloilom” (อรุณี หงส์ลอยลม) ได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะขับรถไปตามถนนหมายเลข 12 เว้นทางสายขอนแก่น – เลย มุ่งหน้าสูาอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โดยในขณะขับรถมาถึงเขต อ.ชุมแพ ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนพอดี มีกลุ่มเด็กนักเรียนชั้น ม.ต้นไม่ทราบโรงเรียน ขับรถจักรยานยนต์แข่งกันมาประมาณ 10 คัน พร้อมกับปาดไปปาดมาบนถนนอย่างไม่กลัวเกิดอันตราย ก่อนที่จะกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนท้ายกันเองก่อนลง ทำให้เจ้าของรถยนต์ที่ติดกล้องต้องหักหลบ

โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อ วันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 15.00 น. โดยชาวเน็ตได้พากันแชร์คลิปดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กแว้นเหล่านี้เกือบจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง และวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่ตำหนิติเตียนเด็กแว้นเหล่านี้

จากการสอบถามไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กที่แชร์คลิปดังกล่าว คือ น.ส.อรุณี หงส์ลอยลม ทราบว่า ในช่วงที่เกิดเหตุได้ เดินทางมาพร้อมครอบครัวจาก จ.ยโสธร มุ่งหน้า จ.ตาก โดยใช้เส้นทางหมายเลย 12 จุดที่เกิดเหตุและกล้องหน้ารถสามารถที่จะบันทึกได้นั้นเป็นช่วงที่กำลังขับรถผ่าน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เล็กน้อย ขณะนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ของนักเรียนจำนวนมากขับมาด้วยความเร็วแข่งกัน ลักษณะปาดไปมา จึงได้เพิ่มความระมัดระวัง และพยายามเร่งเครื่องเพื่อจะแซง แต่ไม่ทัน

จากนั้นไม่นานรถจักรยานยนต์นักเรียนได้เฉี่ยวชนกันล้มลง จึงตัดสินใจหักหลบ โชคดีทีไม่มีเกาะกลางถนน จึงสามารถหักหลบได้ทัน ก่อนนำคลิปดังกล่าวมาโพสต์เพื่อเตือนสติให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ คนขับควรมีสติอยู่ตลอดเวลาที่มือจับพวงมาลัย เพราะอาจไม่โชคดีเสมอไป และ เด็ก ม.ต้นเด็ก อายุประมาณนี้อยู่ในวัยคึกคะนอง ถ้าเห็นคลิปนี้ก็ไม่อยากให้ทำตาม

จับยาเสพติดล็อตใหญ่ลำปาง พบยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่ามหาศาล

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สกัดจับได้ยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 20 กิโลกรัม มูลค่ามหาศาล ที่ จ.ลำปาง – คนร้ายทิ้งรถหนี

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 3 กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ทำการตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 20 กระสอบ รวมประมาณ 3,360,000 เม็ด ไอซ์จำนวน 20 กิโลกรัม หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มคนไทยเชื้อสายม้ง ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากทางด้านจังหวัดเชียงราย เพื่อนำเข้าสู่ตอนในของประเทศ จึงโดยได้ใช้เส้นทางหลวงจังหวัดลำปาง เพื่อหลบหนีด่าน X-ray ของตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถและแสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไม่ยอมหยุด เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามและใช้อาวุธปืนยิงยางรถกระบะแตกทั้ง 4 เส้น จึงสามารถหยุดรถไว้ได้ แต่ผู้ต้องหาได้เปิดประตูทิ้งรถหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป และตรวจค้นในรถคันดังกล่าวพบของกลางยาเสพติดดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทางชุดสืบสวนได้ปิดล้อมพื้นที่บริเวณดังกล่าวเพื่อติดตามคนร้าย และจากการขยายผล สามารถตรวจยึดยาบ้าได้เพิ่มอีกกว่า 2 ล้านเม็ด

ตำรวจ เผยค้นวัดไร้เงา ‘พระธัมมชโย’ โยน DSI ตอบยังอยู่วัดหรือไม่

รองโฆษก ตร.เผยค้นวัด2วันยังไร้เงา”พระธัมมชโย” โยน DSI ตอบยังอยู่วัดหรือไม่ ปัดใช้ ม.44 เป็นการกลั่นแกล้งชี้มีเหตุผลเพียงพอ ยันไม่นัยยะการเมืองแอบแฝง

พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ผลการดำเนินการตรวจค้นเป็นวันที่สองเป็นไปด้วยดี โดยได้นำสนัขตำรวจ 191 มาช่วยในการตรวจค้นหาจุดเชื่อมโยง เบาะแสไปสู่การจับกุม แต่ยังไม่พบบุคคลตามหมายจับ ส่วนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นในครั้งต่อไปนั้น ทาง ดีเอสไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก

ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่ที่เกี่ยวข้องมีการประเมินสถานการณฺ์ตลอดเวลาและปรับกำลังให้เหมาะสม รวมทั้งมาตรการกดดันต่างๆทั้งการตัดน้ำ ตัดไฟ ต้องมีการประเมินอย่างละเอียดรอบคอบ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่อำนาจตาม มาตรา 44 ที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษนั้น เจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจเข้าตรวจค้นได้ตลอดอยู่แล้ว หากมีเบาะแสหรือข้อสงสัยประการใดส่วนตัว พระธัมมชโย จะอยู่ภายในวัดหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ขอแสดงความเห็นและให้เป็นหน้าที่ของ ดีเอสไอ ในการตรวจสอบโดยยอมรับว่าการเข้าตรวจค้นสองวันที่ที่ผ่านมาทางวัดให้ความร่วมมือดี

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า การที่รัฐบาลเปิดทางให้มีการนำ มาตรา 44 มาใช้ในการติดตามจับกุมนั้น ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด และไม่มีนัยยะทางการเมืองใดๆ แอบแฝง หากแต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการดำเนินการโดยใช้กฏหมายปกตินั้นยังมีอุปสรรคปัญหาและไม่ได้ผล โดยย้ำว่าการนำมาตรา 44 มาใช้มีเหตุผลความจำเป็นเพียงพอ ส่วนจะมีบุคคลทางการเมือง หรือกลุ่มบุคคลใด ให้การช่วยเหลือที่พักพิงหรือหลบซ่อนนั้น หากมีหลักฐานเพียงพอก็ต้องถูกเนินคดีอยู่แล้ว