เปิดคอมเม้นท์ชาวเน็ต “พระธัมมชโย” อยู่ไหน หลัง DSI บุกค้นธรรมกายแต่ไร้เงา

เปิดคอมเม้นท์ชาวเน็ต หลัง DSI บุกค้น “วัดพระธรรมกาย” แต่ไร้เงา “พระธัมมชโย” ถามหลวงพ่ออยู่ไหน ?

จากกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ทำการเข้าบุกตรวจค้น วัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุม “พระธัมมชโย”  ผู้ต้องหาคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีการประกาศใช้มาตรา 44 ให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่พิเศษ ป้องกันไม่ให้มีบุคคลเข้าไปในพื้นที่ และผลักดันผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในวัดออกนอกพื้นที่

ทั้งนี้ หลังจาก ดีเอสไอ ได้บุกค้น วัดพระธรรมกาย เสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ (16 ก.พ. 60) โดยใช้เวลาทั้งวันแต่ก็ไม่พบตัว “พระธัมมชโย” แต่อย่างใด ทำให้โลกออนไลน์เกิดกระแสการตั้งคำถามว่า หลวงพ่อ อยู่ไหน ยังอยู่ที่วัดหรือไม่ ?  บวกกับกรณีที่นายอัยย์ เพชรทอง ศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทางช่อง PPTV เผยถึงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไม่พบตัวหลวงพ่อธัมมชโย ระหว่างเข้าตรวจค้นว่า เป็นเพราะ พระธัมมชโย มีคุณวิเศษ ที่สามารถล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิด รวมถึงความเคลื่อนไหวของคนได้ และรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อยู่ที่ว่าท่านจะยอมให้เจอหรือไม่ให้เจอ

ซึ่งหลังจากที่ ทางทีมข่าว MThai  ได้ลองสอบถามความเห็นผ่านทางเพจ MThai News ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก อาทิ

“Kob Keroro” เป็นห่วงพระเดชพระคุณมาก…ท่านอาพาธอยู่เคลื่อนย้ายเกรงว่าท่านจะเป็นอันตราย..จำขาบวมสีม่วงกันได้รึเปล่า..แต่พระเดชพระคุณมีคุณวิเศษหายตัว..บังตากระมั้นจึงไม่เห็นท่าน ท่านหาได้หนีไปไหนไม่……จี จี..ประมาณนั้นมั้ง…อิ อิ

“วณัฐพงศ์ ลิ้มศรัณกุล” มันมีมนต์ดำแปลงร่างได้กลายเป็นหมอนข้าง มันต้องไปเรียนวิชานี้มากจากดาวอังคารแน่ๆ ต้องรีบตามหาแล้วเดียวมันพาพวกมาบุกโลกแน่เพราะตอนนี้มันได้เปิดเครื่องล้างสมองมนุษย์โลกแล้ว

“Peerawat Janjurai” อยู่ที่ไหนก็ได้ที่พวกคุณไม่มีความสามารถหาตัวได้ ทั้งๆ ที่เป็นระดับใหญ่สุดของชาติ แต่ไม่มีสามารถที่จะจัดการได้ นับประสาอะไรจะมาช่วยประชาชนอย่างเรา ! #เอาเฮหลวงขึ้นยานอวกาศไปแล้วหมาดมกลิ่นไม่เจอหรอกครับอยู่บนหวันนุไปหาตะ

“Chaisilp Ouynong” เบื้องต้นอย่าเพิ่งไปสนใจหลวงพ่อเลย เอาพระอุบาทว์ โกหก ตอแหล สองสามตัวที่แถลงข่าวอยู่บ่อยๆนะไปสึกก่อน

“Montree Thousandcolor” นั่งแคปซูลสีฟ้าด้านหลัง ว๊าปไปอยู่กับเณรคำ เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ 5555

“Porplar Nu Sasi” ใต้เตียงป่ะค่ะดูยังค่ะ หรืออยู่ในถังสีฟ้าข้างหลังค่ะคุณพี่ทหาร😆😆😆

“Weerachat Seangtawee” ไม่รู้ว่าใครหลอกใครอยู่ตอนนี้ แต่ที่แน่ๆ เรากำลังโดนหลอกครับ

“จุฬาภรณ์ ด้วงบาง” ท่านคงนั่งดูข่าวแล้วคงคิดว่าพวกน่าฺฺฺทั้งหลายแล้วหัวเราะ5555อย่างแน่นอน

“MaDeaw Natthavut” เรียนวิถีนิจามาจากโคโนฮะแน่เลย. ใช้วิชาคามุย. อาจเสียจักระเยอะ. แต่ก็หนีได้. แล้วไปโพล่. ในดราก้อนบอล. เพื่อไปเรียนวิชากับโกคู. เคลื่อนที่ในพริบตา. ครับ

สำหรับความเห็นทั้งหมดสามารถเข้าไปติดตามได้ ที่นี่ >>>

ไม่ไปไม่ได้แล้ว!! สตรีทอาร์ต (Street Art) แลนด์มาร์กใหม่ “อ.เบตง จ.ยะลา”

นักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ลงพื้นที่สร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อโปรโมท งาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง 

นักศึกษาจากคณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์และอาจารย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เดินทางไป วาดภาพแนวสตรีทอาร์ต (Street Art) เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้ อ.เบตง จ.ยะลา เรียกได้ว่าผลงานที่ถูกสร้างขึ้น สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

โดยภาพที่ถูกเขียนส่วนใหญ่ จะเป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาวเบตง รวมไปถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่จริงใน อ.เบตง เช่นตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งภาพถูกวาดทั้งหมด 11 จุด ทั้งบนผนัง กำแพง ใต้สะพาน และตัวอาคารหลายจุดรอบเมืองเบตง

จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานที่งดงามดังกล่าวเกิดจากทาง อ.เบตง จ.ยะลา ได้มีการจัดงาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความประทับใจให้ชาวเบตงและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

ทั้งนี้นายเอกสิทธิ์ ศรีลาภรักษา คณะทำงานโครงการงาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง เผยว่า อ.เบตง ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชนและประชาชนชาวอำเภอเบตง ร่วมกันเตรียมจัดงาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง ซึ่งจะมีขึ้น ในวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2560 นี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเมืองเบตง และเป็นการรำลึกถึงวิถีชีวิตของประชาชนใน อ.เบตง และเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองเบตง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวรวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวของ อ.เบตง ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น จึงอยากขอเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวงาน 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง และบอกต่อข้อมูลการท่องเที่ยวในวันดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ให้มากๆ

อาจารย์อํามฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณะบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า งาน Steer Art นั้น คือศิลปะที่สามารถพบเห็นได้ตามที่สาธารณะ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือตามข้างถนนทั่วไป ทั้งนี้คนส่วนใหญ่มักรู้จักสตรีทอาร์ทในอีกชื่อหนึ่งว่า กราฟฟิตี้ (Graffiti) หรือการพ่นผนังด้วยสเปรย์ แต่ความจริงนั้นยังรวมถึงงานประติมากรรม (Sculpture) การพ่นผนังด้วยสีสเปรย์ โดยมีบล็อกกั้นสี (Stencil Graffiti) การติดสติ๊กเกอร์ (Sticker Art) การแปะโปสเตอร์โดยใช้กาวทา (Wheat Pasting) และศิลปะการจัดวาง (Street Installation) เป็นต้น

โดยกลุ่มศิลปินที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ได้แบ่งทีม เพื่อไปแต่งแต้มสีสัน ให้เมืองเบตง ทั้งหมด 11 จุด ทั้งบนผนัง กำแพง ใต้สะพาน และตัวอาคารหลายจุดรอบเมืองเบตง ซึ่งแต่ละจุดนั้น จะสะท้อนวิถีชีวิต ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาวเบตง ที่ผสมผสานอยู่ร่วมกันได้ รวมถึงอาหารและสัตว์ ประจำถิ่น ภาพกราฟฟิค และภาพแนวการ์ตูน ที่สะท้อนความสนุกสนานและสีสัน ความสดชื่น ดูแล้วไม่หดหู่ ให้กับผู้คนที่พบเห็น

คลิกอ่าน >>> 5 สตรีทอาร์ต (Street Art) สุดชิคในไทย เที่ยวที่ไหนแวะที่นั่น!

คลิกชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ >>> เบตงใต้สุดสยาม OK Betong , Paiboon Piriyanun

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก เฟซบุ๊ก สวท.เบตง กรมประชาสัมพันธ์

ในไทยก็มี!! คลิปนาทีแก๊งคนร้ายวิ่งให้รถชน หวังเรียกเงิน

ในไทยก็มี!!  คลิปนาทีแก๊งคนร้ายวิ่งให้รถชน หวังเรียกเงินค่าบาดเจ็บ

วันนี้ (17 ก.พ. 60) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปอุทาหรณ์ เผยให้เห็นภาพจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง จู่ๆ มีคนกระโจนขึ้นมาทำทีเหมือนถูกรถชน หวังเรียกร้องค่าเสียหาย โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ ใจบางบาง ใยไหม หญิงในเชิงบวก ได้โพสต์คลิปดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่า

ต้องติดกล้องไว้ป้องกันตัวเองกันนะ น่ากลัวจริงๆ อยู่ๆ คนวิ่งใส่รถ ดีที่ติดกล้อง เลยเคลียร์กันได้ แต่อาการก็หนักอยู่นะ ทางลงสะพาน ถ.สุวินทวงค์เข้าทางมีนบุรี ขอบคุณเจ้าของคลิปที่ปล่อยคลิปออกมาเตือนภัย!

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่อกันอย่างกว้างขวาง หวังเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังจะเกิดกรณีดังกล่าว