กองสลากฯ เตือน ระวังลอตเตอรี่ปลอม พร้อมแนะวิธีตรวจสอบ

กองสลากฯ ห่วงประชาชนหลังพบสลากปลอมระบาด ล่าสุดส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจ แนะสังเกตหมายเลขบาร์โค้ดไม่ซ้ำกัน

พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แถลงข่าวกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสังคมประเด็นมีผู้จำหน่ายสลากปลอม งวดประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 จำนวนสลาก 693 ฉบับคู่ มีการจัดเป็นชุด 7 ฉบับคู่ เลขเหมือนกัน ใส่ซองพลาสติกเรียงจำหน่ายบนแผง ในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม ว่า สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที พบว่าสลากดังกล่าวเป็นสลากปลอมจริง

โดยจากการตรวจสอบด้วยตาเปล่า ไม่ปรากฏรูปนกวายุภักษ์ในเนื้อกระดาษ และเมื่อนำน้ำมาลูบที่สลากพบว่าหมึกจางต่างจากสลากจริงอย่างชัดเจน และเมื่อตรวจสอบด้วยแสงแบล็กไลต์ พบความแตกต่างหลายจุด ประกอบด้วย ตัวสลากไม่มีเส้นไหมเรืองแสง ซึ่งสลากจริงต้องมีเส้นไหมเรืองแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังของสลาก เส้นที่พาดผ่านตัวเลขสลาก 6 หลักไม่เรืองแสง

และหมึกที่ใช้พิมพ์ตัวเลขสีส้มเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสีหม่นไม่ชัดเจน นอกจากนี้ ขอให้สังเกตที่หมายเลขบาร์โค้ดบนสลาก หากเป็นสลากจริงหมายเลขแต่ละฉบับจะไม่ซ้ำกัน โดยในขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ตรวจการทุกเขตลงพื้นที่สุ่มตรวจสลากอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการฯ กล่าวอีกว่า สำนักงานฯ เป็นห่วงผู้แทนจำหน่ายและประชาชนผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่ง ขอย้ำเตือนให้ตรวจสอบสลากด้วยความรอบคอบ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการตรวจสอบสลากปลอมทั้งฉบับได้ทางเว็บไซต์สำนักงานฯ ผ่าน www.glo.or.th หรือ ประสานมายังกลุ่มงานตรวจพิสูจน์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2528 9641-44

โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ยินดีให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจสอบสลากและ หากพบเบาะแสการจำหน่ายสลากปลอม สามารถแจ้งผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ได้ที่ call center 0 2528 9999 และ 0 2345 1466 เพื่อจะได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ จับกุมและสำนักงานฯจะแถลงความคืบหน้าต่อไป

แม่เฒ่าเมืองอ่างทองใจบุญ ลุยเปิดร้านขายข้าวแค่ 10 บาท!!

แม่เฒ่าเมืองอ่างทอง เปิดร้านขายอาหารหลากชนิดในราคาแค่ 10 บาท สวนกระแสเศรษฐกิจ ทำลูกค้าติดใจ แห่ต่อคิวเพียบ

วันนี้ (15 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่ จ.อ่างทอง ได้เกิดมีร้านขายอาหารสวนกระแสเศรษฐกิจด้วยการขายอาหารหลากชนิดในราคาแค่ 10 บาท  จนสร้างเสียงฮือฮาและมีลูกค้าแน่นขนัดร้าน ก่อนทราบชื่อร้านดังกล่าวต่อมา คือ ร้านแม่ชุน ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเทศบาล 7 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง

โดยนาง พัชรินทร์ หรือคุณยายชุน เครือประสิทธิ์ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนเองยึดอาชีพเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกง ผัดไทย มานาน 10 ปี ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาตนเองเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดีคนมีกำลังซื้อน้อย ตนเองรู้สึกสงสารคนที่มีรายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ และนักเรียนที่ยังต้องขอเงินจากผู้ปกครองมาโรงเรียน

จึงได้ใช้พื้นที่หน้าบ้านของตนเอง ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนวัดโล่ห์สุทธาวาส ริมถนนเทศบาล 7 เปิดเป็นร้านขายอาหารให้เลือกซื้อหลากหลายชนิด ในราคา 10 บาท ทั้งถูก แถมลูกค้ายังไม่จำเจกับอาหาร โดยเปิดมา 10 วัน แล้ว และได้การตอบรับเป็นอย่างดี จนบางวันทำขายแทบไม่ทัน

ร้านอาหาร, ขายข้าว, ข้าว 10 บาท, ข่าวจังหวัดอ่างทอง

ทั้งนี้ถึงแม้ว่ารายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่อวันจะได้เพียงไม่กี่บาท แต่ตนเองก็ภูมิใจ มีความสุข ที่ได้ช่วยเหลือลดค่าครองชีพให้กับคนมีรายได้น้อยได้ สำหรับเมนูอาหารที่คุณยายชุนได้จัดทำขึ้น ประกอบไปด้วยเมนู ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว ข้าวผัดน้ำพริกกะปิปลาทูผักทอด ผัดไทย ข้าวผัดปลาร้าไข่ดาว มักกะโรนี สปาเกตตี้ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดไข่ดาว ข้าวหมูกระเทียมไข่ดาว

อย่างไรก็ดีหากท่านใดอยากอยากอุดหนุนร้านอาการราคาถูก แต่เต็มไปด้วยคุณภาพความอร่อย ก็สามารถเดินทางไปได้ตามที่อยู่ข้างต้น โดยร้านเปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด

ร้านอาหาร, ขายข้าว, ข้าว 10 บาท, ข่าวจังหวัดอ่างทอง
ร้านอาหาร, ขายข้าว, ข้าว 10 บาท, ข่าวจังหวัดอ่างทอง

รัสเซีย เข้าหารือ กสทช. กรณีลดค่าบริการโรมมิ่งระหว่าง ไทย-รัสเซีย

กสทช. เผย รมช.กระทรวงโทรคมนาคมและการสื่อสาร รัสเซีย เข้าหารือแนวทางในการลดอัตราค่าบริการโรมมิ่งระหว่างไทย – รัสเซีย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า นายอเล็กซี่ โวลิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโทรคมนาคมและการสื่อสารสหพันธรัฐรัสเซีย และคณะ ได้เดินทางเข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการลดอัตราค่าบริการโรมมิ่ง ระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย

โดยเสนอให้มีการจัดทำความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง 2 หน่วยงาน โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การลดอัตราค่าบริการ ระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย ทั้งในส่วนของดาต้าและบริการเสียงลง ความร่วมมือด้านดิจิทัลทีวีที่จะช่วยเหลือทางด้านการพัฒนาเนื้อหารายการ การเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์ในระบบดิจิทัล และการยุติการให้บริการโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก และความร่วมมือเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่สหพันธรัฐรัสเซียมีความเชี่ยวชาญ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ในช่วงเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. 2560 โดยทาง
สหพันธรัฐรัสเซียขอเป็นเจ้าภาพในการจัดพิธีการ และได้เชิญให้ กสทช. เดินทางไปร่วมพิธีลงนามที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งในการนี้สำนักงาน กสทช. จะเชิญผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางเพื่อไปเจรจาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการของรัสเซียโดยตรง