เทศบาลเกาะสมุย เร่งแก้ปัญหาขยะตกค้างกว่า 2 แสนตัน

เทศบาลเกาะสมุย เร่งแก้ปัญหาขยะตกค้างกว่า 2 แสนตัน เผยปัญหาขยะสะสมเกิดจากโรงกำจัดขยะเตาเผาไม่สามารถเดินเครื่องได้มากว่า 7 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโรงกำจัดขยะเทศบาลนครเกาะสมุย ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่าเทศบาลนครเกาะสมุยได้ให้บริษัทเอกชนที่ได้รับเหมาจากเทศบาลนครเกาะสมุย ในการกำจัดขยะได้นำพลาสติกสีดำขนาดใหญ่มาคลุมกองขยะเพื่อป้องกันกลิ่น และยังเป็นการจัดระเบียบไม่ให้ขยะปลิวทั่วบริเวณเช่นที่ผ่านมา แต่ก็ยังพบขยะที่กองอยู่โดยไม่มีการจัดเก็บอย่างถูกวิธีทั้งด้านนอกและด้านในพื้นที่โรงกำจัดขยะเป็นจำนวนมาก

ปัญหาขยะบนเกาะสมุยดังกล่าวถึงแม้เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการก็ตาม โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าเสียจากกองขยะ ทางเทศบาลนครเกาะสมุยได้ทำบ่อบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงคลองท่าเร็ต เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียลงคลองเช่นที่ผ่านมา ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้หลังจากมีประชาชนได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กห้องรวมพลคนสมุย ได้พูดถึงปัญหาขยะบนเกาะสมุย โดยเฉพาะขยะที่อยู่บริเวณชุมชน และข้างถนนรอบเกาะสมุยที่มีขยะกองอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ดูแล้วไม่สวยงามขาดระเบียบ

ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่ของโรงกำจัดขยะมีพื้นที่รองรับขยะทั้งเกาะสมุย ที่บริหารจัดการด้วยการฝังกลบมีเนื้อที่จำนวน 20 ไร่ แต่ก็ไม่เพียงพอกับปริมาณขยะจำนวนมหาศาล โดยพื้นที่ดังกล่าวที่มีขยะตกค้างสูงถึง 250,000ตัน และในทุกวันจะมีขยะเข้ามายังโรงกำจัดขยะมากถึงวันละ 180 ตัน แต่ปัญหาที่มีขยะสะสมเกิดจากโรงกำจัดขยะเตาเผาไม่สามารถเดินเครื่องได้มากว่า 7 ปีแล้ว

ในเรื่องนี้นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไข และความคืบหน้าการแก้ปัญหาขยะของเกาะสมุยว่า จากปัญหาดังกล่าวเทศบาลนครเกาะสมุยคาดว่าจะได้งบประมาณในการกำจัดขยะจากรัฐบาลประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อดำเนินการขนขยะเก่าจากเกาะสมุยออกไปกำจัดนอกเกาะ ในส่วนขยะใหม่ก็จะดำเนินการควบคู่กันไป

โดยจะทำการว่าจ้างผู้รับเหมาให้ดำเนินการขนส่งขยะด้วยการทำเป็นก้อนจากนั้นใส่รถบรรทุกลงเรือเพื่อส่งต่อไปยังสถานที่กำจัดขยะปลายทาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจัดการขยะอยู่แล้ว ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเร่งทำสัญญากับบริษัทที่รับเหมาให้เร็วที่สุด ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณเดือนมีนาคมหลังจากนั้นจะได้ทยอยขนส่งขยะที่ตกค้างออกไปจากเกาะสมุย

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาปริมาณขยะในพื้นที่ในระยะต่อไป เทศบาลนครเกาะสมุยจะดำเนินการที่ต้นต่อของขยะคือ ใครที่มีปริมาณขยะจำนวนมากก็จะต้องจ่ายค่าบริการเช่น ค่าจัดเก็บขยะ ค่าขนขยะ และค่ากำจัดขยะ ซึ่งจะมีการเรียกเก็บค่าบริการตามปริมาณขยะ ทั้งนี้หากสถานประกอบการรายใดต้องการจ่ายค่าบริการจัดเก็บขยะน้อยลง ก็ควรที่จะต้องคัดแยกขยะให้เหลือปริมาณน้อยที่สุดก่อนนำไปทิ้ง ซึ่งการแก้ปัญหาในรูปแบบนี้จะทำให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด ใครมีขยะมากก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่มากตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญขยะและลดปริมาณขยะในพื้นที่เกาะสมุยได้อย่างถาวร

พบแตงกวาในโรงภาพยนตร์ หลังรอบฉายหนังเรทอีโรติก

พบแตงกวาในโรงภาพยนตร์ หลังรอบฉายหนังเรทอีโรติก

วันนี้ (15 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน พบแตงกวาในโรงภาพยนตร์แนวย้อนยุคแห่งหนึ่งในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียหลังจากรอบฉายภาพยนตร์เรื่อง ฟิฟตี้ เชดส์ ออฟ เกรย์ (Fifty Shades of Grey)ซึ่งเป็นหนึ่งแนวรักดราม่าอีโรติก

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการแชร์ภาพผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นภาพกำลังถือแตงกวาลูกดังกล่าวอยู่ มีผู้เข้ามาวิจารณ์ว่า เพราะเหตุใดจึงมีคนหยิบแตงกวาลูกนี้ขึ้นมาถ่ายรูปโดยที่ไม่ได้ใส่ถุงมือ หรืออาจเป็นเพียงแผนโปรโมทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเท่านั้น

ที่มา  metro.co.uk

‘ประวิตร’ ไม่มั่นใจปล้นปืนอุดรฯ โยงขอนแก่นโมเดล ยันลุยซื้อเรือดำน้ำต่อ

‘ประวิตร’ ไม่มั่นใจปล้นปืน 885 กระบอก อุดรฯ โยงขอนแก่นโมเดล ขอสอบก่อน ปัด ขอกำลังบุกวัดพระธรรมกาย 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงการจับกุมผู้ต้องหาที่ขโมยอาวุธปืนจำนวน 885 กระบอกจากค่าย ตชด. 24 จ.อุดรธานี เมื่อปี 2555 ว่า ยังไม่มั่นใจว่าผู้ต้องหาที่จับกุมได้จะเชื่อมโยงกับขบวนการขอนแก่นโมเดลหรือไม่ โดยต้องดูที่พยานหลักฐาน

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน โดยได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และเพิ่งเกิดความชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตนไม่ได้วางกรอบในการทำงานกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เบื้องต้นเข้าใจว่ามีการควบคุมตัวผู้เกี่ยวของมาสอบทั้งหมด 11 คน

ล่าสุดมีการรายงานว่า วันนี้ในเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร จาก มทบ. 11 จะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีที่กองปราบปราม โดยจะมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดด้วยตนเอง

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวจะมีการนำกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าค้นวัดพระธรรมกาย ว่า ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว และทางผู้บัญชาการทหารบกยังไม่มีการรายงานการขอกำลังเข้ามา

ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า จะยังคงซื้อเรือดำน้ำต่อไป แม้จะผ่านปีงบประมาณไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ ขออย่าไปกดดันกองทัพเรือ ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นแผนงานในระยะ 5 – 6 ปี