ระทึก!! นาทีหญิงวิ่งตัดหน้ารถยนต์พระที่นั่ง เพื่อถวายฎีกา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเมตตาไม่ถือโทษหญิงวิ่งตัดหน้ารถยนต์พระที่นั่งเพื่อถวายฎีกา ขณะเสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

วันนี้ (14 ก.พ. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังปรากฏคลิปสุดระทึก นาทีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถยนต์พระที่นั่งของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 บริเวณแยกศาลหลักเมือง ถนนหน้าพระลาน ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้ขบวนรถพระที่นั่งต้องเบรกกะทันหัน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพท้องถนนในบริเวณดังกล่าว จากนั้นได้มีหญิงคนหนึ่งวิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่ไปยังกลางถนนเพื่อขวางหน้ารถขบวนเสด็จที่เดินทางมาถึง ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวต้องวิ่งเข้าควบคุมตัวเป็นการด่วน อย่างไรก็ดีหลังเกิดเหตุทางตำรวจนครบาลได้นำตัวหญิงรายดังกล่าว มาสอบถามที่กองพระราชพิธีภายในพระบรมมหาราชวัง

ก่อนจะทราบข้อมูลว่าหญิงรายนี้มีอายุ 49 ปี โดยสาเหตุที่วิ่งตัดหน้ารถยนต์พระที่นั่งนั้น ด้วยมีเจตนาจะถวายฎีกา เรื่องของบุตรทั้งสองคืนจากรัฐบาลเยอรมนี เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการปกครองบุตร เพราะเคยดำเนินการยื่นคำร้องกับหลายหน่วยงานแต่ไม่ได้ตามความประสงค์

ทั้งนี้ในเวลาต่อมาปรากฏว่ามีนายตำรวจส่งข้อความผ่านไลน์ “พิทักษ์ ชนะ1” ระบุข้อความว่า “ท่านรับสั่งว่า อย่าไปทำอะไร ให้สอบและปล่อยตัวไปได้ ชมเชย ตำรวจทำหน้าที่ได้เร็วดีมาก เขาสติไม่ดีเรื่องลูก ไม่เป็นไร”

‘พรเพชร’ นำ สนช. เข้าสักการะสมเด็จพระสังฆราช

‘พรเพชร’ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำคณะสมาชิก สนช. เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยภายหลังเดินทางกลับมาที่รัฐสภา นายพรเพชร เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสนำสมาชิก สนช. เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งพระองค์ได้อวยพรกลับคืนเป็นเท่าทวีคูณ จึงต่างกล่าว “สาธุ” พร้อมกันนี้ นายพรเพชร ได้เชิญสื่อมวลชนให้รวมตัวเป็นคณะ เพื่อเข้ากราบสักการะ เพราะทางวัดเปิดไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) เป็นวันสุดท้าย

อายุเป็นเพียงตัวเลข! พ่อเฒ่าวัย 72 ปี จูงมือสาวโสดจดทะเบียนสมรส

พ่อเฒ่าวัย 72 ปี สละโสดอีกครั้ง จูงมือสาวโสดวัย 52 ปี จดทะเบียนสมรสหมู่ที่ จ.ลำปาง เนื่องใน ‘วันวาเลนไทน์’

วันนี้ 14 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง รายงานว่า ที่บริเวณลานรถม้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาลำปาง นายสมเกียรติ ตันตระกูล นายอำเภอเมืองลำปาง ได้เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเป็นสักขีพยานในกิจกรรมจดทะเบียนสมรสหมู่ วิวาห์รัก LAMPANG LOVE SPACE ซึ่งอำเภอเมืองลำปาง ได้ทำการ จดทะเบียนสมรสหมู่นอกพื้นที่ ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า สาขาลำปาง และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยานให้แก่คู่รัก ที่แต่งตัวใส่เสื้อผ้าสีสวยสดใส จูงแขนกันมาเป็นคู่ในการจดทะเบียนสมรสในวันนี้ ที่มีไม่ต่ำกว่า 50 คู่

ส่วนบรรยากาศตลอดทั้งวัน มีคู่รักหนุ่มสาวต่างจูงมือเดินทางเข้ามารับบัตรคิว กันตั้งแต่เช้า และระหว่างรอ ก็มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับดอกไม้ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามในงาน และพบว่ามีชายสูงวัย ทราบชื่อคือนายศรีวรรณ เจริญ อายุ 72 ปี และน.ส.ผ่าน อินต๊ะพันธ์ อายุ 52 ปี ทั้งสองคนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน คือบ้านทรายมูลพัฒนา หมู่ที่13 ต .บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง

โดยนายศรีวรรณ เปิดเผยว่าเคยมีครอบครัวและภรรยาเสียชีวิตมานาน 9 ปีแล้ว และปัจจุบันยังมีร่างกายที่แข็งแรงดี ไม่ต่างอะไรกับคนหนุ่มๆทั่วไป ยังเดินคล่องแคล่วอยู่ ส่วน น.ส.ผ่าน ยังไม่เคยแต่งงาน ครองโสดมานาน จนถึงอายุ 52 ปี และพบรักกันมานานแล้ว จึงถือโอกาสฤกษ์งามยามดี ในวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ จูงแขนกันมาร่วมจดทะเบียนหมู่ ในครั้งนี้

ทางด้านนายสมเกียรติ ตันตระกูล นายอำเภอเมืองกล่าวว่า นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่คู่รักต่างเลือกในวันนี้เป็นวันที่จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งนับว่าเป็นวันมงคล อีกวันหนึ่ง และโดยเฉพาะคู่ของนายศรีวรรณ และ น.ส.ผ่าน ถึงแม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังมีความรัก เดินทางมาจดทะเบียนสมรสกัน โดยทราบว่า ลูกชายนายศรีวรรณ เป็นผู้ที่ขับรถยนต์มาส่งอีกด้วย จึงอยากฝากให้คู่รักคู่อื่นๆ ครองรักกันตลอดไป