‘วัฒนา’ ฉะรัฐบาล ยิ่งกว่า “ถังแตก” ใช้เงินมหาศาลแต่เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น

‘วัฒนา’ โพสต์ฉะรัฐบาล ยิ่งกว่า “ถังแตก” ใช้เงินมหาศาลแต่เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน – ประชาชนได้

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Watana Muangsook ว่า รัฐบาล คสช. จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลสูงกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา คือ ปี 2558 ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ปี 2559 ขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และล่าสุดปี 2560 ขาดดุลสูงถึง 5.5 แสนล้านบาท (งบกลางปีเงินกู้ 1.62 แสนล้านบาท)

ซึ่งเป็นการขาดดุลที่มากขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีการกำหนดกรอบการขาดดุลให้ชัดเจน อันจะเป็นภาระแก่ประชาชนในอนาคต แต่การใช้เงินจำนวนมหาศาล กลับไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ตัวเลขเงินคงคลังที่เหลือน้อยฟ้องว่ารัฐจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย สาเหตุที่จัดเก็บภาษีไม่ได้เนื่องจากไม่มีการลงทุนและประชาชนไม่กล้าใช้เงิน หลักฐานคือมีเงินฝากล้นระบบที่ธนาคารพาณิชย์ต้องนำไปฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สูงถึงหนึ่งล้านล้านบาท

แสดงว่านักลงทุนไม่กล้าลงทุน จึงนำเงินไปฝากธนาคาร ซึ่งได้ดอกเบี้ยต่ำและไม่คุ้มทุน ส่วนประชาชนที่ไม่กล้าใช้เงิน เพราะไม่มีเงินและไม่มีความมั่นใจในอนาคต ทั้งหมดคือสัญญาณร้ายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากรัฐบาลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับนักลงทุนและประชาชนของตัวเองได้

ทั้งนี้ นายวัฒนา ยังเปรียบสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยว่า คล้ายกับทีมฟุตบอลเชลซี เมื่อปี 2014-2015 โชเซ มูริญโญ กลับมาเป็นผู้จัดการทีม และทำทีมจนได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูถัดมา 2015-2016 นักเตะชุดเดิมมีปัญหากับ มูริญโญ ทำให้ทีมแพ้และอันดับตกต่ำ เจ้าของทีมจึงตัดสินใจปลด มูริญโญ และในฤดูกาล 2016-2017 นักเตะชุดเดิมภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ กลับชนะจนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1

ทั้งนี้ รัฐบาลกับประชาชนก็เปรียบเสมือนผู้จัดการทีมกับผู้เล่น รัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจดี ส่วนผู้จัดการทีมอยากให้ทีมชนะ แต่หากผู้จัดการทีมไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่น เจ้าของทีมก็ต้องรีบจัดการ เพราะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปฟุตบอลก็ตกชั้น ส่วนรัฐบาลหากไม่สามารถทำให้ประชาชนของตัวเองเกิดความเชื่อมั่นทั้งที่ได้ดำเนินการทุกมาตรการแล้ว ประชาชนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะปล่อยยืดเยื้อต่อไปประเทศจะล้มละลาย

เผยไลน์ครูสาว พยายามช่วยครูฉาวอนาจารศิษย์

เผยครูสาว พูดคุยผ่านโปรแกรมไลน์ พยายามช่วยครูฉาวอนาจารศิษย์ 

จากกรณีที่ นายอนุพันธ์ คุ่ยจาด ครูประจำชั้น ป.6/3 โรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย กระทำอนาจารนักเรียนหญิงกว่า10 คน และถูกผู้ปกครองของนักเรียน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท ซึ่งเจ้าตัวเองก็แอบย่องเข้ามอบตัว โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้ใช้เงินสด 120,000 บาท ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี

ล่าสุด วานนี้ (13 ก.พ.) บนโลกออนไลน์ได้มีการนำภาพของการพูดคุยผ่านโปรแกรมไลน์ ที่ยืนยันว่าเป็นของครูผู้หญิง รายหนึ่งของโรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย ที่ได้ไลน์คุยกับนักเรียนผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยหว่านล้อมไม่ให้เข้าแจ้งความเพิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามช่วยเหลือนายอนุพันธ์ เพื่อนครูร่วมโรงเรียน ทำให้ชาวชัยนาทและคนบนโลกออนไลน์ ที่เห็นภาพดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจ

ทีมข่าวติดต่อสอบถามไปยัง นางกัสมาภรณ์ บัวภิบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกล้วย ซึ่งระบุว่า ยังไม่เห็นภาพไลน์หลุดดังกล่าว แต่หากเป็นความจริง จะเรียกครูสาวคนดังกล่าวให้เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจ เพราะทางโรงเรียนต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีกระบวนการปกป้องคนผิดโดยเด็ดขาด และหน่วยงานต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ นายอนุพันธ์ออกจากราชการแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

191 กวดขันโรงแรมม่านรูด วันวาเลนไทน์

191 วางกำลังตามสถานที่จัดงานวาเลนไทน์เพื่อดูแลความปลอดภัย ปชช. กวดขันโรงแรมม่านรูดเข้ม เตรียมปล่อยแถวคืนนี้ 20.00 น.

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 เปิดเผยถึงมาตรการดูแลประชาชนในชาวงเทศกาลวันวาเลไทน์ ว่า ตำรวจสายตรวจ 191 เตรียมพร้อมวางกำลังตามสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะสถานที่จัดงานต่าง ๆ อาทิ เอเชียทีค ถนนข้าวสาร ซึ่งไม่มีเรื่องน่าหนักใจ

ส่วนมาตรการป้องปราบ จะร่วมกับสถานตำรวจนครบาลท้องที่ กรมปกครอง กระทรวงมหหาดไทย กวดขันสถานบันเทิง หรือโรงแรมม่านรูด ซึ่งก่อนหน้านี้เชิญผู้ประกอบการโรงแรมมาสร้างความเข้าใจแล้ว สำหรับสถานที่สุ่มเสี่ยงจากเดิมที่มีการกวดขัน แต่ช่วงเทศกาลก็จะเข้มข้นมากขึ้น โดยคืนวันนี้จะปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเวลาประมาณ 20.00 น. ตรวจสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะใจกลางเมือง

พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน ไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งการแข่งรถในทางสาธารณะ เพราะเจ้าหน้าที่จะ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการป้องปราม กวดล้างอาชญากรรมในห้วง 4 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจสามารถยึดอาวุธปืนที่ได้กว่า 500 กระบอก เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยในกับประชาชน