ระทึก ! ชายสูงวัยจุดไฟเผาตัวเองคารถไฟใต้ดินฮ่องกง บาดเจ็บ 13 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถไฟ MTR ที่ฮ่องกง บาดเจ็บ 13 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างอิงสื่อท้องถิ่นในฮ่องกง กรณีที่ชายคนหนึ่งถูกจับกุม ฐานเป็นต้นตอของเพลิงไหม้ภายในรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR สถานี Tsim Sha Tsui ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 13 ราย รวมทั้งผู้ต้องสงสัยที่เป็นที่มาของเปลวไฟที่ถูกไฟคลอกเช่นกัน

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ชายสูงวัย อายุ 60 ปี สารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พยายามจุดไฟเผาตัวเอง ภายในขบวนรถไฟดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น แต่ไม่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ สถานีรถไฟได้เปิดให้บริการตามปกติ

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายรายนี้ กำลังถูกไฟคลอก เสื้อผ้าถูกไฟไหม้ และนอนอยู่บนพื้นชานชาลา ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า สาเหตุที่เขาจุดไฟเผาตัวเอง เนื่องจากเหตุผลส่วนตัว

ที่มา  www.channelnewsasia.com

หอยเขมรทะลักเข้าไทยวันละ 5,000 กก.

หอยกัมพูชาทะลักเข้าไทยวันละ 5,000 กิโลกรัม แม่ค้าบอกหอยใหญ่กว่าของไทย

ที่ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประมงพื้นบ้านชาวกัมพูชา จำนวน 3 ลำ บรรทุกหอยแมลงภู่เต็มลำ มาส่งขายให้กับนางไพศรี อำพร อายุ 72 ปี แม่ค้าชาวไทยที่มานั่งรอรับซื้อหอยแมลงภู่ ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท โดยมีแรงงานชาวกัมพูชากว่า 20 คน ช่วยกันตัดหอยแมลงภู่ใส่กระสอบ กระสอบละ 30 กิโลกรัม และนำขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่บนฝั่งให้เต็มคันคันละ 100 กระสอบ พร้อมส่งต่อไปยังตลาดในต่างจังหวัดตราด เช่น กรุงเทพมหานคร นางไพศรี กล่าวว่า รับซื้อหอยแมลงภู่ มาตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยจะมีชาวประมงพื้นบ้าน จ.เกาะกง ประเทศเทศกัมพูชา ที่เพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ในทะเลกัมพูชา เมื่อโตเต็มวัยก็จะเก็บหอยแมลงภู่ มาส่งขายที่ฝั่งไทย โดยผ่านขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง 1 วัน จะมีเรือประมงจากประเทศกัมพูชาบรรทุกหอยมาส่งขายวันละประมาณ 3-5 ลำ โดย 1 ลำ จะบรรทุกหอยแมลงภู่ประมาณ 5 ตัน หรือ 5,000 กิโลกรัม โดยแม่ค้าชาวไทยที่รับซื้อจะมี 2 เจ้า แบ่งพื้นที่รับซื้อกันไประบายหอยแมลงภู่ออกสู่ตลาด ในราคากิโลกรัมละ 9 บาท นอกจากนี้ ยังมีหอยแมลงภู่ อีกราคาที่ส่งขาย จะเป็นหอยแมลงภู่ที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว โดยใช้แรงงานชาวกัมพูชาในการทำความสะอาด จะขายส่ง กิโลกรัมละ 9-10 บาท สำหรับหอยแมลงภู่ จากประเทศกัมพูชา จะมีขนาดใหญ่กว่าหอยแมลงภู่จากประเทศไทย และใน 1 ปี จะมีหอยแมลงภู่จากจังหวัดเกาะกง มาส่งในระหว่าง ธันวาคม – เมษายน ของทุกปีเท่านั้น

ที่มา INN

แถลงผล ป.ป.ส.บูรณาการตัดวงจรค้ายาไซซะนะ-อุสมาน

แถลงผลการดำเนินยุทธการ “ป.ป.ส.บูรณาการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 4” เครือข่าย นายอุสมาน สะแลแมง และ นายไซซะนะ แก้วพิมพา

วันนี้ (10 ก.พ.60) เวลา 15.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป1) ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แถลงผลการดำเนินยุทธการ “ป.ป.ส.บูรณาการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 4” เครือข่าย นายอุสมาน สะแลแมง และ นายไซซะนะ แก้วพิมพา

สำนักงาน ป.ป.ส. อำนวยการสั่งการโดย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. , นางนฤมล ช่วงรังสี รองเลขาธิการ ป.ป.ส. , นายนิยม เติมศรีสุข รองเลขาธิการ ป.ป.ส. , นายพิภพ ชำนิวิกัยพงษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. , นายสิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด , นายพงษ์ธร พัฒนภักดี ผอ.สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด และ นายสุรพล ภัทรปกรณ์ ผอ.ปปส.ภ.9

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำนวยการสั่งการโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. , พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. , พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.

กองทัพภาคที่ 4 อำนวยการโดย พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 , พ.อ.จตุพร กลัมพสุต ผอ.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า , พ.อ.ธัญญาเทพ บรรพบุรุษภักดี ผอ.กขภ.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า , พ.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ณ พัทลุง ผบ.มว.รส.จว.สงขลา , น.ท.มงคล ระเบียบดิษฎีฉาย กขภ.สขว.กอ.รมน. ภาค 4 และสำนักงาน ปปง. อำนวยการโดย พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง.

ได้ดำเนินการการขับเคลื่อนตามนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา และนาย สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ พล.ต.อ จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ทั้งในด้านการป้องกัน การปราบปราม และ การบำบัดรักษา โดยในการปราบปรามให้มุ่งเน้นการทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญ และดำเนินการยึด/อายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดของบุคคลในเครือข่าย สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญของ นายอุสมาน สะแลแมง และนายไซซะนะ แก้วพิมพา ซึ่งมีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งจำหน่ายให้เครือข่ายลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ และส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย และเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2557 จากการสืบสวนและประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและตำรวจปราบปรามยาเสพติดประเทศมาเลเซีย (NCID) ได้ทำการจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 2 คน คือ นาย มามะรุสลัน ดรอแม สัญชาติ ไทย และ นาย Zulkifli Bin Ibrahim สัญชาติ มาเลเซีย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 70,000 เม็ด ที่ประเทศมาเลเซีย

จากการสืบสวนพบว่า นางสาวบุหลัน ธารีสืบ ภรรยาของ นายมามะรุสลัน ดรอแม และบุคคลในเครือข่าย ยังมีการดำเนินการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดมาโดยตลอด และได้นำเงินทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
รายละเอียดการตรวจยึด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 สามารถยึดเงินสด จำนวน 1,000,000 บาท สร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำ รวมประมาณ 145 กรัม และกุญแจห้องพร้อมคีย์การ์ดของห้องชุดเลขที่ 516 พลัสคอนโดมิเนียม จากนางสาวบุหลัน ธารีสืบ และนายจิตรภานุ แซ่เฮง ขณะขับรถยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน ขง 1443 สงขลา บริเวณสี่แยกไฟแดง ก่อนถึงด่านตรวจควนมีด อ.นาหม่อม จ.สงขลา
จากการขยายผลตรวจค้น ห้องชุดเลขที่ 516 พลัสคอนโดมิเนียม ถ.ราษฎ์อุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ของนางสาวบุหลันฯ ตรวจยึดเงินสดเป็นธนบัตรไทย จำนวน 40,000,000 บาท และธนบัตรมาเลเซีย จำนวน 1,500,000 ริงกิต ( ประมาณ 11,700,000 บาท) ซึ่งซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จำนวน 2 ใบ

และต่อมาในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ขยายผลตรวจค้นบ้านของนางสาวบุหลันฯ ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตรวจยึดเงินสดธนบัตรมาเลเซีย จำนวน 89,700 ริงกิต ทองรูปพรรณ นำหนักรวมประมาณ 10 บาท และรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 2กจ6614 กทม.
รวมทรัพย์สินที่ยึด จำนวน 65 รายการ ประกอบด้วยเงินสดเป็นธนบัตรไทย จำนวน 41,000,000 บาท และธนบัตรมาเลเซีย จำนวน 1,600,000 ริงกิต ทองรูปพรรณและเครื่องประดับ มูลค่ารวม 2,700,000 บาท เงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวน 14 บัญชี มูลค่ารวม 6,000,000 บาท รถยนต์ จำนวน 2 คัน และห้องชุดจำนวน 1 ห้อง รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 68 ล้านบาท

สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อนางสาวบุหลันฯและนายจิตภานุฯนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวต่อว่า จากผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย สามารถจับกุมยาบ้า 6.3 ล้านเม็ด ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 และจากการร่วมมือ ของศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยทั้ง 56 ประเทศ ทราบว่าบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังของการลำเลียงยาเสพติด ดังกล่าวคือ ท้าวคอนประสงค์ สุขเกษม จึงแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยทราบเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ลาว จนสามารถจับกุมตัว ท้าวคอนประสงค์ฯ เมื่อเดือนมกราคม 2560 โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านบาท ได้แก่ บ้าน รถยนต์ และกิจการโรงแรม และต่อมาได้นำไปสู่การจับกุมนายไซนุเด็ง มะ โดยเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ซึ่งนายไซนุเด็งฯ เป็นเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคไต้และประเทศมาเลเซีย