ร้านก๋วยเตี๋ยวพริตตี้ งานเข้า!! ตำรวจรุดเข้าตรวจ หวั่นแฝงขายบริการ

งานเข้า ตำรวจเข้าตรวจร้านก๋วยเตี๋ยวพริตตี้ หวั่นแฝงขายบริการ ด้านเจ้าของร้านยันดำเนินงานไปโดยสุจริต 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งชื่อร้านขี้เมา สาขา 5 เดลี่ไทม์ บริเวณอาคารพาณิชย์ แยกแม่กวง ถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เปิดให้บริการแหวกแนวด้วยการจัดพริตตี้สาวสวยคอยเสิร์ฟพร้อมนั่งคุยเป็นเพื่อนถึงโต๊ะอาหาร ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้น สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาหนุ่ม ๆ ที่พากันแวะเวียนไปใช้บริการไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สภ.สันทราย เข้าตรวจสอบร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ หลังทราบว่านอกจากก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านยังจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบกับพนักงานสาว ๆ แต่ตัวออกไปทางล่อแหลม จึงเข้าตรวจสอบเพื่อป้องกันการให้บริการอย่างอื่นแอบแฝง

ด้านนายคฑาวุธ ชุ่มใจ เจ้าของร้าน ยืนยันว่าไอเดียนี้เกิดขึ้นเพราะต้องการสร้างความสุขให้กับลูกค้าด้วยการดูแลเอาใจ ไม่มีการให้บริการอย่างอื่นอย่างแน่นอน ซึ่งพนักงานก็เป็นนักศึกษาที่หารายได้เสริมในเวลาว่าง เป็นการช่วยให้น้อง ๆ มีรายได้สุจริต

ร้านก๋วยเตี๋ยวพริตตี้, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ตำรวจบอกว่าพนักงานที่ร้านนี้แต่งกายล่อแหลมและที่ร้านยังจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ต้องคุมเข้มเหมือนกับร้านอื่น ๆ หลังจากนี้จะเข้ามาตรวจทุกวันเพื่อป้องกันการแอบแฝงให้บริการเรื่องอื่นๆ ด้วย

หญิงป่วยเนื้องอก วอนคนช่วย หลังโรคร้ายลามหนัก ดันลูกตาทะลักออกนอกเบ้า

วอนช่วยหญิงป่วยเนื้องอกดันลูกตาทะลักออกนอกเบ้า

วันนี้ (9 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่าได้ไปพบนางสำราญ มีนนท์ อายุ 51 ปี ซึ่งมีอาชีพขายลูกชิ้นปิ้ง ไก่ทอดและส้มตำโดยมี นายธนกร มีนนท์ ลูกชาย อายุ 30 ปี เป็นลูกมือ อยู่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 89 หมู่ 4 ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ด้วยสภาพที่น่าหดหู่แก่ผู้พบเห็น

เนื้องอก, ข่าวจังหวัดชัยนาท

เพราะลูกตาขวาที่โต และปูดดันทะลักออกมานอกเบ้า และมองแทบไม่เห็นทำให้การใช้ชีวิตยากลำบาก ส่วนสภาพบ้านที่อาศัย ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อาศัยอยู่กัน สามคน พ่อแม่ลูก โดยนายประจักษ์ มีนนท์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นสามีก็ป่วยเป็นโรคน้ำท่วมปอด ทำงานหนักๆ ไม่ได้ ต้องอาศัย นางสำราญและลูกชายหาเลี้ยงครอบครับ

นางสำราญ เปิดเผยว่า เมื่อ 10 ปีก่อน มีอาการคันที่ตา เมื่อไปตรวจดูก็พบว่า เป็นเนื้องอกที่เยื้อหุ้มสมอง แพทย์ที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช แพทย์ลงความเป็นว่าไม่เป็นอันตรายจึงกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

แต่ 1-2 ปีนี้ เนื้องอกกลับเริ่มลุกลามจนมีขนาดใหญ่โต ดันลูกตาออกนอกเบ้าจนเป็นภาพน่าเกลียด สายตาก็เริ่มพร่ามัว จนถึงกับมองไม่เห็น โดยการรักษามีวิธีเดียวคือการผ่าตัด แต่ด้วยความยากจนที่มีเพียงข้าวสารกรอกหม้อ จึงวอนขอความเมตตาจากสังคมช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลเพื่อให้นางสำราญได้พ้นความทุกข์และโรคร้าย

สำหรับผู้มีจิตเมตตาสามารถให้ความช่วยเหลือได้ที่ บัญชีธนาคารออมสิน สาขาสรรคบุรี ชื่อบัญชี นางสำราญ มีนนท์ เลขบัญชี 020185115563 หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมที่เทศบาลตำบลห้วยกรดพัฒนา หมายเลขโทรศัพท์ 056-945-030

สดร. ชวนตื่นเช้าชมจันทรุปราคาเงามัว 11 ก.พ.นี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนประชาชนชมจันทรุปราคาเงามัว ช่วงเช้าวันที่ 11 ก.พ. นี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. ได้ออกมาเปิดเผยว่า เช้ามืดของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว บังมากที่สุดเวลาประมาณ 07:43 น. ตามเวลาในประเทศไทย

จันทรุปราคาล เงามัว, ดวงจันทร์

โดย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า “ในเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว ช่วงเวลาประมาณ 05:34-09:53 น. ตามเวลาในประเทศไทย แม้จันทรุปราคาเงามัวครั้งนี้จะกินเวลานานถึง 4 ชั่วโมง 19 นาที แต่ในประเทศไทยดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 06:42 น.

เราจึงมีเวลาสังเกตการณ์จันทรุปราคาเงามัวในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 05:34-06:40 น. เท่านั้น เงามัวจะบังมากที่สุดในเวลาประมาณ 07:43 น. หากสังเกตด้วยตาเปล่าจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามัวของโลกบางส่วน ไม่ได้ผ่านเข้าไปในบริเวณเงามืด ดวงจันทร์จึงไม่เว้าแหว่ง ยังคงมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงแต่มีความสว่างในส่วนที่อยู่ในเงามัวลดลงเท่านั้น

จันทรุปราคาล เงามัว, ดวงจันทร์

นอกจากนี้ยังเป็นช่วงดวงจันทร์ใกล้ตกลับขอบฟ้า ดวงจันทร์จะปรากฏใกล้ขอบฟ้ามากทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งของการสังเกตการณ์จันทรุปราคาเงามัวในครั้งนี้ หากใช้กล้องโทรทรรศน์หรือการถ่ายภาพเปรียบเทียบความสว่างขณะเกิดปรากฏการณ์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดวงจันทร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับในปี 2560 ปรากฏการณ์จันทรุปราคาที่สามารถสังเกตเห็นประเทศไทยจะเกิดขึ้นอีกครั้ง คือ “จันทรุปราคาบางส่วน” ในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 7 สิงหาคม ถึงเช้ามืดของวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 00:22 น.

และสิ้นสุดเวลา 02:18 น. ดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกมากที่สุดในเวลา 01:20 น. จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งเพียงเล็กน้อย ส่วนจันทรุปราคาเต็มดวงจะกลับมาให้คนไทยชมอีกครั้งในปี 2561 ซึ่งเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง 2 ครั้ง ในปีเดียวกัน ได้แก่วันที่ 31 มกราคม และ 28 กรกฎาคม 2561