‘สมคิด’ จี้ คมนาคม ชง ครม.โครงการรถไฟฟ้า 10 สายในปี 60 นี้

‘สมคิด’ สั่งคมนาคมเสนอโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้น ภายในปีนี้ ขณะ 14 ก.พ. ชงเห็นชอบเชื่อมต่อ 1 สถานีบางซื่อ – เตาปูน มอบหมาย รฟม. – สนข. พัฒนาศึกษาพัฒนารถไฟฟ้า 2 เส้นทางไปต่างหวัด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับ บริษัทผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือก ว่า รฟม. ได้จัดให้มีการลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างทั้ง 6 สัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมมูลค่างานโยธาแล้ว เป็นเงิน 79,221 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางประมาณ 500 ล้านบาท

โดยอยู่ในกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ จำนวน 82,907 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างงานด้านโยธาในเดือนมิถุนายน 2560 มีกำหนดการแล้วเสร็จและเปิดเดินรถให้บริการได้ในเดือนมกราคม 2566 ทั้งนี้ ภายหลังจากการลงนามในวันนี้ รฟม. และผู้รับจ้างจะเร่งรัดการก่อสร้างเพื่อให้สามารถเปิดเดินรถให้เร็วที่สุด

ส่วนเรื่องอัตราค่าโดยสารทั้งโครงการสายสีม่วงและเส้นทางอื่นๆ ขออย่าให้มองเรื่องขาดทุนเนื่องจากรัฐบาลได้มีการคำนวณถึงความคุ้มค่าและผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจไว้แล้ว ให้มองในอีก 10 ปี ข้างหน้า ที่จะเกิดขึ้นและมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ รฟม. ดำเนินการนำโครงการรถไฟฟ้า ทั้ง 10 เส้นทางที่เหลือ ผ่านคณะรัฐมนตรีให้ได้ภายในปี 2560 ส่วนการเชื่อมต่อ 1 สถานี ช่วง เตาปูน – บางซื่อระหว่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินทางกระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องเสนอเข้า ครม. ในอังคารหน้า

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ รฟม. เข้าไปพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในต่างจังหวัดอย่างน้อย 2 เส้นทาง ให้ได้ภายในปีนี้ โดยให้เลือกจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการขนส่งและมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น เพื่อให้เกิดการกระจายการพัฒนาที่เหมาะสมระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งนี้ ยังไม่กำหนดว่าจะเป็นพื้นที่ใด ด้านงบประมาณในการดำเนินการได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สนข. ร่วมกับ รฟม. เป็นผู้ศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของรัฐบาล โดยระบุว่า ขอให้สื่อมวลชนยกเลิกการเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานะทางคลังของรัฐบาลว่าขาดสภาพคล่องหรือถังแตก ควรที่จะเสนอข่าวในทางที่ดีเพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าการพัฒนาแต่ละด้านไปได้ด้วยดีไม่ควรจะมีข่าวมากระทบทำให้เกิดแง่ลบ และทำให้การเดินหน้าตามแผนงานของรัฐบาลต้องสะดุด

ปลูก ‘มะพร้าวน้ำหอม’ แปรรูปได้หลากหลาย สร้างรายได้ระยะยาว

วันนี้ MThai News ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ขอพาทุกท่านไปพบกับคุณเจนณรงค์ ขุนสนิท หรือลุงเจน อายุ 63 ปี เป็นเกษตรกรชาว จ.นนทบุรี ดั่งเดิม ปัจจุบันเป็นเจ้าของสวน ‘มะพร้าวน้ำหอม‘ ภายใต้ชื่อสวน ‘บ้านกล้วยดงตาล‘ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกพืชหลากชนิด แต่ที่เน้นหลักๆ คือ ‘มะพร้าวน้ำหอม’ พร้อมนำผลผลิตที่ได้จากมะพร้าวไปแปรรูปต่อยอดได้อย่างมากมาย โดยเป็นการทำเกษตรผสมผสาน และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยลุงเจน เปิดเผยว่ามีประสบการณ์ทำสวนมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว แต่เดิมนั้นที่สวนจะปลูกพืชผักหลายชนิด จนหันมาลองปลูกกล้วย มีทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง ซึ่งจะเน้นส่งเพื่อใช้ในการไหว้พระ ภายในเนื้อที่ 11 ไร่เศษ จนมีผลตอบรับที่ดี โดยถือได้ว่าการทำสวนกล้วยเป็นการสร้างชื่อให้กับที่สวนอย่างมาก

เส้นทางการทำสวนกล้วยในขณะนั้นกำลังไปสวยเลยสำหรับลุงเจน แต่แล้วที่สวนก็ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 54 น้ำเข้าท่วมภายในสวนทำให้ต้นกล้วยเสียหายทั้งหมด เหลือเพียงต้นตาลที่ยังยืนต้นในความสูงหลาย 10 เมตร นั้นจึงเป็นที่มาของชื่อสวน ‘บ้านกล้วยดงตาล’

ภายหลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาได้ ทางครอบครัวจึงได้ปรึกษาและลงความเห็นว่าจะหันมาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับลุงเจน เนื่องจากเคยปลูกต้นมะพร้าวมาอยู่แล้ว โดยมองว่าต้นมะพร้าวเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่สามารถเก็บผลผลิตได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นพืชที่นำส่วนต่างๆของต้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากตัวลูกมะพร้าวที่สามารถนำไปจำหน่ายได้แล้ว จั่นมะพร้าวอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดเป็นผลมะพร้าว ยังสามารถทำเป็นน้ำตาลสด หรือแปรรูปเป็นน้ำตาลมะพร้าว รวมถึงทางมะพร้าวยังนำมาใช้เป็นฟืนได้อีกด้วย ประกอบกับด้วยอายุที่มากขึ้นแล้ว จึงเห็นว่าการปลูกมะพร้าวน่าจะเหมาะสมที่สุด

ที่สวนของลุงเจน จะปลูกมะพร้าวน้ำหอมเตี้ย ซึ่งจะมีความสูงไม่มากนักเหมาะสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเลือกปลูกแบบยกร่องสวน ภายใน 11 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 500 ต้น ซึ่งจะแบ่งระยะพื้น 6 คูณ 6 เมตร ในการปลูกกล้วยหอม และกล้วยน้ำว้า แซมเข้าไปด้วยเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า นอกจากการปลูกต้นกล้วยแซมแล้ว ยังมีต้นมะนาว พริก และมะละกอ โดยปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่งการปลูกพืชผักชนิดอื่นๆด้วยนั้น เป็นการสร้างรายได้ระหว่างที่รอต้นมะพร้าวให้ผลผลิต

สำหรับวิธีการเพาะปลูกจะนำ ‘หน่อมะพร้าว’ หรือต้นพันธุ์ลงหลุมที่ขุดไว้ ความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร รองด้วยปุ๋ยเพื่อเป็นสารอาหารให้กับต้นอ่อน ทั้งนี้การดูแลต้นมะพร้าวนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไรนัก จะมีเพียงแมลงศัตรูพืช อาทิ ด้วงแรด และด้วงไฟ เจ้าแมลง 2 ชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของต้นมะพร้าว เจ้าด้วงที่ว่ามานี้จะชอบกัดกินบริเวณยอดต้นมะพร้าว และกลางต้นมะพร้าว โดยหากปล่อยไว้ต้นมะพร้าวก็จะเสียหายจนยืนต้นตายในที่สุด จึงควรหมั่นเดินตรวจสอบต้นมะพร้าว หรือหากมีตัวด้วงแล้ว ที่สวนจะใช้สารชีวภาพ รวมถึงสารสะกัดจากสะเดา เพื่อใช้ในการไล่แมลงศัตรูพืชได้

สภาพต้นมะพร้าวที่ถูกตัวด้วงกัดกิน

โดยต้นมะพร้าวน้ำหอมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง ถึง 4 ปี ก็จะเริ่มออกผลผลิต แล้วแต่ความสมบูรณ์ในแต่ละพื้นที่ เมื่อมีจั่นมะพร้าวหรือช่ออ่อนของดอกแรกที่ออกมานั้นจะยังไม่สามารถปาดจั่นเพื่อรองเป็นน้ำตาลมะพร้าวสดได้ ต้องรอในช่วงจั่นถัดไป โดยวิธีการเก็บน้ำตาลสดนั้น ให้โน้มตัวจั่นเป็นเวลาประมาณ 5 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้จั่นออกน้ำเยอะ หลังจากนั้นทำการปาดจั่นบางๆ พร้อมใช้กระบอกน้ำเป็นภารชนะไว้รองตัวน้ำตาลมะพร้าว สามารถเก็บได้ 2 ช่วงเวลา คือเช้าและเย็น

ในแต่ละวันจะได้น้ำตาลมะพร้าวประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนการแปรรูปนั้นยังสามารถทำเป็นน้ำตาลมะพร้าว ด้วยการนำน้ำตาลมะพร้าวมาเคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมงจนเป็นสีเหลืองนวล หลังจากนั้นให้ยกกระทะเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการปั่น ซึ่งเครื่องปั่นก็เป็นภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน โดยจะเป็นการไล่ฟองอากาศของน้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวไว้ ปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็สามารถนำมาขึ้นรูปให้เป็นก้อนๆ ตากให้เย็นก็นำไปจำหน่ายได้แล้ว ส่วนการทำน้ำตาลสดให้นำน้ำตาลมะพร้าวไปต้มให้เดือด แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก็สามารถนำไปบรรจุลงขวดได้แล้ว โดยไม่มีการใส่สารเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนถ้าอยากให้ได้ลูกมะพร้าวนั้น จะใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน หลังจากมีจั่นมะพร้าวขึ้นแล้ว โดยที่สวนของลุงเจน สามารถผลิตลูกพร้าวได้เฉลี่ยนเดือนละ 5,000-10,000 ลูก สร้างรายได้ต่อเดือนสูงถึง 100,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลด้วย หากเป็นช่วงหน้าร้อนผลผลิตก็จะน้อยลง แต่ราคาก็จะสูงขึ้น ส่วนน้ำตาลมะพร้าวที่แปรรูปเป็นน้ำตาลสด และน้ำตาลมะพร้าว สามารถสร้างเม็ดต่อเดือนประมาณ 20,000 บาท นี่ยังไม่นับรวมถึงรายได้จากการจำหน่ายพันธุ์พืช ต้นมะพร้าว ต้นกล้วย และพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้ในบริเวณรอบๆ

นอกจากนี้ทางสวนเตรียมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรภายในชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการใน อ.ไทรน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจรักในเรื่องของการทำเกษตร เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน หากใครที่สนใจสามารถเดินทางไปที่ ‘บ้านกล้วยดงตาล’ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หรือติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 084-938-4977 ลุงเจน


เรื่อง/ภาพ ธเนตร พุทธิตระกูล

“พล.อ.อ.ประจิน” ยันฝ่ายความมั่นคง ประสานลาว ขอตัวคนโพสต์โจมตีสถาบัน

“พล.อ.อ.ประจิน” ยืนยันฝ่ายความมั่นคงประสาน สปป.ลาว ขอตัวคนโพสต์โจมตีสถาบันแล้ว เร่งปิดเว็บไซต์ เตรียมให้ รมต. ที่เกี่ยวข้องชี้แจง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความคืบหน้าการประสานงานขอกลุ่มบุคคลที่โพสต์โซเชียลหมิ่นสถาบันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ขณะนี้มีหลายกระทรวงร่วมกันทำงานเป็นทีมเพื่อคอยติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานสถานการณ์ล่าสุด แต่จะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบภายในสัปดาห์หน้าต่อไป

ส่วนมาตรการควบคุมเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า เชื่อว่าทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยมีมาตรการควบคุมที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่กฎหมายที่บังคับใช้อาจมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงจะติดตามประสานงานกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อเดินหน้าปิดเว็บไซต์หมิ่นสถาบันต่อไป ส่วนกลุ่มที่โพสต์หมิ่นสถาบันจะเป็นกลุ่มคนไทยหรือคนลาวนั้น หากเป็นโพสต์ที่เคยติดแท็กไว้แล้วก็จะทราบ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบ ต้องรอความชัดเจนก่อนว่ามีการใช้ชื่อปลอมหรือไม่ จึงต้องให้ฝ่ายเทคนิคเข้าไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง