‘เอก บลูโน่’ เสี่ยเต็นท์รถ เข้าให้ปากคำ ปส. ปมที่มาลัมโบร์กินี

‘เอก บลูโน่’ เสี่ยเต็นท์รถ เข้าให้ปากคำ ปส. ปมที่มาลัมโบร์กินี  ไม่ตอบความสัมพันธ์ “เบนซ์-บอย”

วันนี้(8 ก.พ. 60) เวลา 14.30 น. มีรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. สอบปากคำ นายณัฐวัฒน์ ห่วงมณี หรือ เอก บูลโน่ เจ้าของเต็นท์รถ บูลโน ออโต คลินิก (BUONO AUTO CLINIC) ย่านพระราม3 นานกว่า 2 ชั่วโมง

นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัว ซึ่งได้สอบปากคำกรณีของรถเท่านั้น โดยเตรียมเอกสารเป็นสำเนาทะเบียนรถเข้ามายืนยันว่า รถลัมโบร์กินีนั้น ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งชื่อผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวเป็นชื่อของไฟแนนซ์ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รู้จักนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ และนายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ ด้วยหรือไม่ นายณัฐวัฒน์ ไม่ตอบคำถามใดๆ ก่อนที่จะเดินกลับไปทันที

ด้านพล.ต.ท.สมหมาย สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดรถต้องสงสัยเป็นรถหรูจำนวน 3 คัน มูลค่าคันละประมาณ 20 ล้านบาท ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในย่านประชาชื่น และพื้นที่ปริมณฑลอีก 2 แห่ง หลังจากทีมคลี่คลายคดีสืบทราบเบาะแสว่า รถทั้ง 3 คันดังกล่าว น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ และนายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องอายัดรถทั้ง 3 คันดังกล่าวมาทำการตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่ได้มาจากขบวนการยาเสพติดหรือไม่

ขอบคุณภาพจาก @hualan15

บังคับ! รถตู้ติด GPS ทุกคันให้เสร็จก่อน 31 มี.ค. นี้

ผู้ช่วยโฆษก กห. แจงมาตรการแก้ปัญหารถตู้เร่งด่วน เข้มบังคับใช้กฎหมาย ต้องตรวจสอบผู้ขับขี่ทุกสถานี กำหนดติด GPS ทุกคันให้เสร็จก่อน 31 มี.ค. นี้

ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง มาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติจากรถตู้สาธารณะ ว่า ในระยะเร่งด่วนจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โทษสูงสุดเผิกถอนใบอนุญาตทันที หากกระทำความผิดซ้ำ รวมถึงจะมีการตรวจสอบผู้ขับขี่ทุกสถานีขนส่ง บันทึกชั่วโมงการขับ บันทึกการเดินทาง ความเร็ว และความพึ่งพอใจของผู้โดยสาร

โดยรถตู้โดยสารจะต้องเข้าจุดตรวจทุกจุด และได้รับความเห็นชอบก่อนเดินรถต่อ ซึ่งการตรวจสอบจะทำงานร่วมกันระหว่างบริษัท ขนส่ง จำกัด สถาบันอาชีวะ ทหาร และตำรวจ ส่วนรถตู้โดยสารวิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ – ต่างจังหวัด ทุกคันจะต้องติดตั้งเครื่อง GPS ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 และจะต้องมีระบบออนไลน์ข้อมูลและการเดินทางของผู้ขับขี่ทุกคน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการจะเน้นหลักกำกับดูแลควบคุมพฤติกรรมผู้ขับขี่ และให้ผู้ขับขี่มีความรับผิดชอบร่วมกับผู้ประกอบการ หรือประชาชน เมื่อมีการกระทำความผิด ส่วนการจัดการปัญหาระยะยาว จะมีการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยให้รวมตัวเป็นนิติบุคคล หากเกิดอุบัติเหตุจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าชดใช้ให้ประชาชนร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรพื้นที่จุดจอดรถตู้โดยสารบริเวณใต้ทางด่วนหน้าสถานีขนส่งหมอชิต สามารถรองรับรถได้ถึง 154 เส้นทาง ซึ่งจะสามารถใช้งานได้ในเดือนพฤษภาคม 2560

โวยการไฟฟ้าฯ ทำไม่ถูกต้อง บุกตัดต้นไม้ในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภาพว่อนเน็ต กิ่งไม้ถูกวางระเกะระกะในบ้าน หลังการไฟฟ้าฯ บุกตัดโดยไม่รับอนุญาต  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงไขความกระจ่าง

วันนี้ (8 ก.พ. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘นางชนิกา ชะเอม’ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเพื่อขอความกระจ่างหลังเกิดข้อสงสัยถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ที่นำรถกระเช้าเข้าไปตัดต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมทิ้งไว้เต็มบ้านไม่มีการเก็บกวาดให้ ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า

ขอความคิดเห็นค่ะ คือบ้านลูก อยู่หมู่บ้านอยู่เจริญ แถววังไผ่ (จ.นครสวรรค์) เช้าทำงานเย็นถึงจะกลับอย่างนี้ทุกวัน
เมื่อวานนี้ตอนค่ำกลับบ้านเข้าบ้านแทบไม่ได้ เพราะมีคนมาตัดต้นไม้ในบ้านให้ระเกะระกะเต็มไปหมด สอบถามคนใกล้ๆ บ้านเขาบอกว่าการไฟฟ้ามาตัด เอารถสีส้มมาตัด

อยากทราบว่ามาตัดโดยไม่แจ้งเจ้าของบ้าน มันถูกต้องไหม การตัดต้นไม้เห็นเขาแต่ตัดยอดๆ แต่นี่ตัดถึงโคนเลย เต็มบ้านจนเข้าบ้านแทบไม่ใด้ อย่างนี้เป็นการทำลายทรัพย์สินหรือไม่

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ที่ใช้วิสาสะเข้าไปตัดต้นไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ พร้อมเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงเพื่อจะได้คลายความสงสัยและเกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

ข้อมูลข่าวจาก นางชนิกา ชะเอม