เปิดคลิป ก่อนเกิดเหตุ วิศวกรยิงเด็ก ม.4 ดับ!! เพจดังถาม #ใครกันแน่ที่โกหกดูเอง

เพจดังแชร์คลิปเด็ดนาทีก่อนเกิดเหตุวิศวกรยิงกลุ่มเด็กวัยรุ่นจนเสียชีวิต 

เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4’s ได้มีการเผยแพร่คลิปชิ้นใหม่ ที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุวิศวกรใช้อาวุธปืนยิงเด็ก ม.4 จนเสียชีวิต โดยเพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า

#คลิปหลุดเผยความจริงคดีวิศกรยิงเด็กดับ #ใครกันแน่ที่โกหกดูเอง

ลุงสุเทพติดต่อขอความช่วยเหลือกับควีนมาตั้งแต่เมื่อวาน ลุงบอกว่าถูกข่มขู่หนักมากทั้งทางโซเชียลและตอนทะเลาะวิวาท ลุงสัญญาว่าเรื่องที่เล่าไม่โกหก แต่ตอนนี้ปวดหัวและสภาพจิตใจไม่พร้อม หลานก็ถึงขั้นซึมเศร้าตัวสั่นเทาและหวาดกลัวตลอดเวลา ต้องลาหยุดโรงเรียน เลยขอไปนอนพักก่อน ไว้จะส่งภาพถ่ายให้

รถตู้, วิศวกร

ทีนี้พอดีมีลูกเพจวงในส่งคลิปกล้องหน้ารถลุงมาให้ จบปิ้งค่ะ ดูกันเอง วินาทีต่อวินาที ไอ้พวกที่ด่าลุงว่าปาดหน้าวีออส ดูเองค่ะ ว่าเขาหนีตายมาขอความช่วยเหลือกับกู้ภัยจริงไหม เงิบไปเลยสิ พวกวัยรุ่นลงมาเคลียร์ หรือลงมากระทืบ และลุงจำเป็นไหมที่จะต้องยิงเมื่อภัยมาถึงตัวและครอบครัวขนาดนี้ ดูด้วยตา ตัดสินด้วยใจ จัดไปค่ะ ถึงเวลาที่พวกเราต้องปกป้องลุงแล้ว

#ทีมลุง #แชร์วนไปค่ะ

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพของวิศวกรผู้ก่อเหตุขับรถไปจอดอยู่ริมถนน จากนั้นรถตู้อีกคันก็มาจอดขวางหน้าไว้ ก่อนที่จะมีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งพากันเปิดประตูรถตู้และกรูเข้ามาที่รถของวิศวกรผู้ก่อเหตุ ทำให้เขาต้องตะโกนไปหลายรอบว่ามาทำอะไรกัน และพยายามอธิบายว่าเหตุการณ์ได้จบไปแล้ว แต่ก็มีวัยรุ่นในกลุ่มพยายามตะโกนต่อว่า ” . . .เก๋าเหรอ” จากนั้นวิศวกรจึงใช้อาวุธปืนยิงสวนออกมาท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ ที่เข้าไปรุมรถผู้ก่อเหตุ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ขอยอมรับว่าได้ก่อเหตุลงไป

กรมชลฯ วอนคนอย่าตื่นข่าวลือเรื่องภัยแล้ง ยันรับมือได้

ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท มั่นใจน้ำ 4 เขื่อนหลักมีปริมาณเพียงพอในช่วงหน้าแล้ง วอนคนอย่าตระหนกกับข่าวลือ แนะทำตามแผนการใช้น้ำแก้ปัญหาได้

วันนี้ (8 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า ที่ จ.ชัยนาท นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท ซึ่ง รับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำภาคกลางฝั่งตะวันตก ได้ออกมากล่าวถึงความกังวลใจในเรื่องภัยแล้งหลังข่าวลืออย่างหนักถึงวิกฤติดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ ว่า ขอประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวลือ เพราะกรมชลประทานมั่นใจว่าน้ำใน 4 เขื่อนหลักของประเทศมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงภัยแล้งที่จะถึงนี้

กรมชลประทาน, ภัยแล้ง, ข่าวจังหวัดชัยนาท

โดยปริมาณน้ำในเขื่อนใหม่ทั้ง 4 เขื่อนรวมกันได้ 9,704 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากจำนวนนั้น จะนำมาจัดสรรเพื่อการอุปโภคบริโภค1,100ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระบบนิเวศก์1,450ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อพืชสวนพืชต่อเนื่อง400ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการเพาะปลูกพืชทดแทน 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และน้ำสำรองในฤดูแล้งเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม2560 อีก3,754 ล้านลูกบาศก์เมตร

ดังนั้นเกษตรกรที่จะทำการเพาะปลูกในระยะนี้ควรเป็นพืชใช้น้ำน้อย ส่วนการทำนาต่อเนื่องควรพิจารณาเรื่องแหล่งน้ำสำรอง เพราะพื้นที่ภาคกลางมีพื้นที่การเกษตรหน้าแล้งตามแผน 2.6ล้านไร่ แต่มีการปลูกข้าวแล้ว 3.9 ล้านไร่ ซึ่งในส่วนที่เกินแผนจะต้องรับความเสี่ยงที่จะเสียหายเอง

กรมชลประทาน, ภัยแล้ง, ข่าวจังหวัดชัยนาท

แต่หากประชาชนร่วมมือกับทางราชการ ใช้น้ำตามแผนอย่างจริงจังก็มั่นใจได้ว่า จะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ จึงต้องขอความร่วมมืออย่างเข้มข้นเป็นการรีเซ็ตระบบการใช้น้ำให้เข้าที่เข้าทาง โดยในส่วนของนาลุ่มขอให้ทำนาตามระบบเดิมคือเริ่มเพาะปลูกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนเพื่อให้ทันต่อการเก็บเกี่ยวก่อนน้ำหลากที่พื้นที่นาลุ่มจำเป็นต้องใช้เป็นพื้นที่แก้มลิงเก็บน้ำ

ส่วนนาดอนควรเหลื่อมเวลาเพาะปลูกไปหลังพื้นที่นาลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งน้ำต้นฤดูกับพื้นที่นาลุ่ม เพราะนาดอนไม่ต้องกังวลกับน้ำหลากเนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึง และสามารถทำนาปรังต่อเนื่องได้ในช่วงน้ำหลาก ซึ่งหากทุกคนร่วมมือกันเคารพกติกาตามแผนการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ในอนาคตจะลดปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งลงได้อย่างแน่นอน

กรมชลประทาน, ภัยแล้ง, ข่าวจังหวัดชัยนาท
กรมชลประทาน, ภัยแล้ง, ข่าวจังหวัดชัยนาท
กรมชลประทาน, ภัยแล้ง, ข่าวจังหวัดชัยนาท

นิสิตวิศวะจุฬา แถลงขอยกเลิกแต่งชุดนิสิตในมหาวิทยาลัย

แถลงการณ์จากนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงฯ ขอให้วิทยาลัยยกเลิกการสวมชุดนิสิตนอกเวลาเรียน แม้จะอยู่ในพื้นที่ เหตุเป็นการละเมิดสิทธิในการใช้ชีวิตของนิสิต

วันนี้ (8 ก.พ. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เมื่อนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กเรียกร้องให้มีการยกเลิกสวมชุดนิสิต ถูกระเบียบนอกบริเวณห้องเรียน โดยมีข้อความระบุว่า

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชุดนิสิตนักศึกษา

แถลงการณ์กลุ่มนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่อง ขอให้ยกเลิกการบังคับให้นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแต่งกายด้วยชุดนิสิต ถูกระเบียบนอกบริเวณห้องเรียน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ฝ่ายกิจการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการตรวจเครื่องแต่งกายของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ บริเวณรอบๆ คณะฯ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นบริเวณนอกห้องเรียน ที่ไม่ได้มีการเรียนการสอนแต่อย่างใด ในนามของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎการบังคับให้นิสิตจะต้องแต่งกายด้วยชุดนิสิตถูกระเบียบทั้งใน และนอกห้องเรียน เห็นว่า

การบังคับให้นิสิตจะต้องแต่งกายด้วยชุดนิสิตถูกระเบียบภายนอกห้องเรียน เป็นการบังคับที่ไม่ได้มีความจำเป็นแต่อย่างใด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ได้มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น รวมถึงเป็นบริเวณที่นิสิตจะใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของตนเอง จึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องสวมใส่ชุดนิสิตถูกระเบียบในบริเวณนี้

การบังคับดังกล่าวยังเป็นการละเมิดสิทธิในการใช้ชีวิตของนิสิตเป็นอย่างมาก และตัวนิสิตเองก็ย่อมมีวุฒิภาวะมากเพียงพอต่อการตัดสินใจในการแต่งกายของตนเอง และการบังคับใช้และการตรวจตรา โดยกฎดังกล่าวยังเป็นการใช้ทรัพยากรมนุษย์อันทรงคุณค่าไปอย่างเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ การรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมก็อย่างหนึ่ง แต่วัฒนธรรมขององค์กรนั้นควรเกิดขึ้นจากหลายๆ ภาคส่วนร่วมกัน มิใช่วัฒนธรรมที่ถูกกำหนดขึ้นโดยคนเพียงกลุ่มเดียว และวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งที่ลื่นไหลและเปลี่ยนแปลงได้ไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ในสังคมอุดมศึกษา วัฒนธรรมของสังคมแห่งการอุดมปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ควรเปิดกว้างต่อความแตกต่างหลากหลาย เคารพในทางเลือก ความคิดสร้างสรรค์และสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

จากที่กล่าวมาข้างต้น ข้าพเจ้านิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงขอเรียกร้องให้ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกเลิกการบังคับให้นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ แต่งกายด้วยชุดนิสิตถูกระเบียบบริเวณนอกห้องเรียน

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ฺประกาศดังกล่าว จนก่อเกิดเป็นกระแสดราม่าถูกพูดถึงเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ด้วยการติดแฮชแท็ก #chulassicpark